Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

22

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 6 ก.ค.69 ปิด +5.60 จุด อยู่ที่ 1,616.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 66,131 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 790 ลบ. ต่างชาติซื้อ 735 ลบ. รายย่อยซื้อ 399 ลบ. และสถาบันขาย 1,925 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 262 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTT,CPF,CPALL,GPSC,ITC,TRUE,TOP และยอดขาย ADVANC,KBANK,BBL,KTB,BDMS มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,582 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น SPALI,JTS,PTTEP โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 12,383 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 100,088 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 830 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.29%, S&P500 +0.72%, Nasdaq +1.12% โดยกลุ่มบริการสื่อสาร +1.64%, เทคโนโลยี +1.34% และดัชนีเซมิคอน ฯ ในตลาดฟิลาเดลเฟีย +2.2% นำโดย Broadcom +3.7% ตอบรับข่าวเตรียมพัฒนาและจัดหาชิปแบบสั่งทำพิเศษให้กับ Apple จนถึงปี 2574 ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเซมิคอน ฯ อื่น ๆ เช่น Marvel Tech +1.6%, Western Digital +7.1% โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 คาด +24% นำโดยกำไรกลุ่มเทค ฯ คาด +65% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ ISM ดัชนีภาคบริการสหรัฐ มิ.ย. ปรับลดลงอยู่ที่ 54.0 & พ.ค. 54.5 เป็นไปตามคาดการณ์ และวันพุธนี้ติดตาม Fed Minutes มิ.ย. หลัง CME FedWatch ชี้มีโอกาส 25% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 28 – 29 ก.ค.      
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -0.35% ถูกแรงขายทำกำไรหลังสัปดาห์ก่อนดัชนีทำ New High จากแรงขายกลุ่มสาธารณูปโภค -1.81%, บริการสุขภาพ -1.8%, อาหาร & เครื่องดื่ม -1.67% ขณะที่ดัชนี DAX เยอรมัน +0.15% ทำ New High หลังคำสั่งซื้อภาคอุต ฯ พ.ค. ปรับขึ้น +1.9% & เม.ย. -3.2% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น ส่วนดัชนีหุ้นกรีซ +0.91% หลัง Morgan ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น Over Wieght จากเดิม Neutral ส่งผลให้คาดจะเม็ดเงินลงทุนเพิ่ม 1 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ
  • ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ Kospi -0.46% นำโดย SK Hynix -3.38% วันศุกร์นี้เตรียมนำ ADRs จำนวน 79 ล.หุ้น มูลค่าราว 2.8 หมื่น ล.ดอลลาร์สหรัฐเข้าจดทะเบียนใน Nasdaq ส่วน LG Energy Solution -2.2% และ Korean Air -2.1% ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เปิดระบบซื้อขายเงินตราต่างประเทศตลอด 24 ชม. ซึ่งเป็นหนึ่งเกณฑ์ที่ MSCI จะใช้พิจารณาเลื่อนสถานะขึ้นสู่ดัชนีตลาดพัฒนาแล้ว ส่วนดัขนีนิเกอิ -0.01% ถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป & AI หลังนักลงทุนขายปรับพอร์ตออกจากหุ้นกลุ่มเหล่านี้ที่ราคาหุ้นเริ่มเทรดในโซนสูง เช่นเดียวกับดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.06% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีน เช่น Zhongji Innolight -1.5%, Eoptolink Tech -3.6% สัปดาห์นี้วันพฤหัสติดตาม CPI จีน มิ.ย. คาดทรงตัวที่ +1.2% YoY และ PPI จีน มิ.ย. คาด +4.1% YoY

SET +0.35% ปริมาณการซื้อขาย 6.6 หมื่น ลบ.  ต่างชาติซื้อ 735 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 790 ลบ. รายย่อยซื้อ 399 ลบ. และสถาบันขาย 1,925 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มไฟแนนท์ +1.84% จากคาดการณ์ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวจาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ ขณะที่ต้นทุนด้านการเงินของกลุ่มไฟแนนท์ปีนี้คาดจะอยู่ในระดับต่ำ หลังวานนี้ ก.พาณิชย์รายงาน CPI ไทย มิ.ย. อยู่ที่ 2.42% ต่ำกว่าคาดที่ 2.87% YoY และคาดเงินเฟ้อไทยเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ 2.0% ส่งผลให้ ธปท.สามารถใช้นโยบายคงดอกเบี้ยต่ำได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลบวกต่อแนวโน้มกำไรของกลุ่มไฟแนนท์ในปีนี้ ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้าวานนี้ +1.27% โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างรอการประกาศ PDP2026 ใน ก.ย. นี้ และยังได้ปัจจัยหนุนจากราคาต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่โดดเด่นในสัปดาห์ก่อน เช่น ธนาคาร, รพ. , ไอซีที ก็ถูกแรงขายทำกำไร  โดยภาพรวมดัชนี SET ได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติ, การฟื้นตัวของภาคส่งออก & การลงทุนในประเทศ และภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ผลการประชุม ครม. / รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ และวันพฤหัสติดตาม ศาล รธน.นัดฟังคำวินิจฉัย พรก.กู้เงิน 4 แสน ลบ. ว่าเข้าข่ายผิด กม.รธน.หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผิด กม.รัฐบาลสามารถเดินหน้าโครงการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานภายในประเทศตามวงเงินที่ขออนุมัติไว้ราว 2 แสน ลบ. จากงบเต็ม 4 แสน ลบ. ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด, รับเหมาก่อสร้าง และนิคมอุต ฯ  

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,600 – 1,610 แนวต้าน 1,620 – 1,630 คาดดัชนีทรงตัวระหว่างรอคำวินิจฉัยของ ศาล รธน.ในวันพฤหัสนี้ ต่อประเด็น พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. ว่าจะเข้าข่ายผิด กม.รธน.หรือไม่ โดยเม็ดเงินคาดจะยังเข้าพักในหุ้นกลุ่ม Domestic Play แนะนำทยอยซื้อกลุ่มส่งเสริมการลงทุน เช่น BBL,KBANK,SCB,GULF,GPSC,BGRIM,AMATA,WHA,STECON,CK / กลุ่มไฟแนนท์ เช่น SAWAD,TIDLOR,AEONTS,TURBO ได้ประโยชน์จากต้นทุนการเงินอยู่ในระดับต่ำ / กลุ่มปันผลสูง เช่น ADVANC,TISCO,SIRI,SC / เก็งกำไร TOP,BCP จากต้นทุนราคาน้ำมันดิบปรับลดลง
  • MTC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 41.50 บาท) ในปี 69 บริษัทตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10% เน้นสินเชื่อที่มีหลักประกันและวงเงินไม่สูงเพื่อลดความเสี่ยง แนวโน้ม 2Q69 มีโอกาสเติบโต QoQ, YoY หนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อและได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ ทำให้ลูกหนี้มีความสามารถในการผ่อนชำระสูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองและต้นทุนการเงินลดลง ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 69-70 ที่ 44 พันล้านบาท +11%YoY และ 8.33 พันล้านบาท +12%YoY
  • COM7* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 27 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 +YoY, +QoQ ยังมีแรงหนุนจาก iPhone17 เป็นที่นิยม ส่วนการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69 มีโอกาสประคองตัวแม้เป็นลบตามฤดูกาลปกติ ขณะที่ YoY ยังดูดีต่อเนื่อง ภาพรวม นอกจากจะได้ปัจจัยบวกจากสินค้า IT เริ่มเข้าสู่ Replacement Cycle เพื่อรองรับเทคโนโลยี On-device AI แล้ว คาดว่าจะยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมมาจากกลุ่มธุรกิจ Non-IT ที่มีมาร์จิ้นดีจากการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ (UFUND) การปล่อยเช่า EV Taxi(AION) และ iCare โดยทาง COM7* ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี69 +10%YoY ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ COM7* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 4,540 ลบ.(+12%YoY) และ 4,906 ลบ.(+8%YoY) ตามลำดับ ในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 15x, และ Dividend Yield ที่ 4%

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ส.ค. -$0.14 อยู่ที่ $68.55 / บาร์เรล, Brent ก.ย.-$0.13อยู่ที่ $71.99/บาร์เรล หลังกลุ่มโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1.88 แสน บาร์เรล/วัน โดยมีผลบังคับใน ส.ค. นี้ นับเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันที่โอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่ซาอุ ฯ ปรับลดราคาขาย Arab Light ให้กับลูกค้าในตลาดเอเชีย ส.ค. ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันโอมาน/ดูไบ $1.5/บาร์เรล 

 

Gold Update (+) Comex Gold  ส.ค. +$41.80 ปิดที่ 4,167.50 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มิ.ย. เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ซึ่งอาจส่งผลให้เฟดยังไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +19.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +22.04 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นอินโด ฯ  -10.61 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +7.98 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.478 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +80 จุด อยู่ที่ 2,797

(+) BitCoin เช้านี้  +0.67% อยู่ที่ 64,178 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

07 ก.ค.     สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย แถลงสรุปภาวะตลาดตราสาร   

                  หนี้ไทย ไตรมาสที่ 2/69

สัปดาห์ที่2  กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า

  ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์

  ม.หอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค,

  ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย

  สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนัก 

  ลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน

ต่างประเทศ

06 ก.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  (มิ.ย.)

09 ก.ค.      US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales)  (มิ.ย.)

                  US รายงานการประชุมของ FOMC

                  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้