Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

34

 

สรุปภาพตลาดวานนี้ ศุกร์ที่แล้วหุ้นไทยบวกเด่น แบบไม่ได้มาจาก DELTA ต่ออีกวัน โดย DELTA ดันแค่ +3 จาก +18 จุด โดยกลุ่มอื่นๆ หุ้นใหญ่บวกกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะพลังงาน-โรงไฟฟ้า PTT GULF GPSC RATCH กลุ่มสื่อสาร ADVANC TRUE ธนาคาร KTB BBL BAY (บวกต่อเบาๆ แต่บวกต่อ) ขณะที่หุ้นมีแรงขาย เช่น BEM KCE ขายแรง KGEN PTL SKR เป็นต้น


แนวโน้มตลาดวันนี้
แรงซื้อต่างชาติหมุนหุ้นไทย
จากที่กลยุทธ์ได้ติดตามแรงซื้อฝั่งนักลงทุนต่างชาติมาตลอด ผ่านการอ่านทาง Sector rotation, หน้าหุ้นที่โรบอทเทรดซื้อๆขายๆ, โมเมนตั้มของแรงซื้อ ฯลฯ และได้ข้อสรุปหลักๆ คือ
แรงซื้อจากต่างชาติที่เข้ามามากกว่าปกติ ในระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ. กว่า 6 หมื่นล้านบาท และ เริ่มขายสลับบ้างราว 4 หมื่นล้านบาทระหว่างทาง ก่อนจะเริ่มพลิกกลับมาซื้อหุ้นไทยในเดือน มิ.ย. เราจึงเริ่มดักทางแรงซื้อต่างชาติที่คาดว่ายังอยู่กับเรา (หุ้นไทย) ว่าจะหมุนไปเล่นกลุ่มไหนต่อ...(ในเดือน ก.ค.)
ซึ่งเราคาดการณ์ว่ามีโอกาสที่เม็ดเงินจะเลือกลงหุ้นที่ไม่แพงในแง่พื้นฐาน, ราคาที่อยู่ล่าง แต่ผลลัพธ์อาจไม่ตรงกับที่คิดทั้งหมด เมื่อแรงซื้อกลับเข้าไล่ราคาหุ้นธนาคารที่ราคา-ลอยอยู่ด้านบน... แทนหุ้นหมุนออก (Rotated out) อย่างกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ DELTA ซึ่งเกณฑ์ Market Cap weight อาจเป็นตัวแปรเร่งให้กองทุนในประเทศหันมาลงทุนหุ้นกลุ่มใหม่แทน DELTA
ดังนั้นเราปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแรงซื้อต่างชาติ โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา กะแรก (1) ซื้อแพง ขายแพง หุ้นกลุ่มธนาคารสามารถเก็งกำไรได้ พร้อมกับวาง trailing stop หากราคาร่วงลงแรงผิดทาง อนึ่งเราเก็บ TCAP ไว้เป็นตัวแทนหุ้นธนาคาร อยู่พอร์ต SET100Smart tactical โดยเล่นตามน้ำไปจนจบรอบการประกาศงบการเงินไตรมาส 2 ช่วง ค่อนแรกของเดือน ก.ค.
กะสอง (2) ช่วงครึ่งหลังเดือน ก.ค. คาดว่างบการเงินกลุ่ม Non-Bank จะทยอย ออกรายงานคาดการณ์งบ และเราชิงจังหวะเก็บหุ้นกลุ่มนี้ไว้ก่อนเลย เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง, หุ้นอุปโภคบริโภค (หมู ไก่)


กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค
ภาพรวม: การขับเคลื่อนดัชนีรอบนี้ไม่ใช่การวิ่งขึ้นพร้อมกันทั้งตลาด แต่เป็นลักษณะ "สลับหน้ากันดันดัชนี" ของหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่
ทะลุด่าน 1,600 จุด สำเร็จ: การเบรกผ่าน 1,600 จุด เป็นการปลดล็อกแนวต้านสำคัญ กราฟเปลี่ยนจากแนวโน้มแกว่งตัวออกข้าง เข้าสู่ ภาวะกระทิงอีกครั้ง! (จุดสังเกตเส้น EMA ที่ลาดชันขึ้นเป็นแนวรับไดนามิกที่แข็งแกร่ง)
MACD: พุ่งทะยานเหนือแกนศูนย์ (Zero Line) ทั้งในไทม์เฟรม Day, Week, Month บ่งชี้แนวโน้มขาขึ้นมีเสถียรภาพสูง
แนวรับสำคัญ: 1,590- 1,600 จุด กลายเป็นฐานใหม่ อดีตแนวต้านใหญ่ที่เปลี่ยนเป็นแนวรับหลัก
แนวต้าน: ด่านย่อย 1,630 ด่านหลัก 1,650 จุด
สรุป: การยืนเหนือ 1,600 จุด พร้อมวอลลุ่มซัพพอร์ตจาก Fund Flow บ่งชี้ "ตลาดเปลี่ยนข้างเล่น" จากที่เคยอึดอัดมานาน



What to watch
นางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะยุติวาระการดำรงตำแหน่งก่อนกำหนด ขณะที่เธอกำลังพิจารณาโอกาสในการเข้าสู่แวดวงการเมืองของฝรั่งเศส
นางลาการ์ด ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธาน ECB ในเดือนตุลาคม 2570 ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Les Echos ของฝรั่งเศสว่า การอำลาตำแหน่งก่อนครบวาระเป็น ความเป็นไปได้ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีดังกล่าว
พรก.กู้เงิน มีกำหนดพิจารณา 9 ก.ค. นี้ ด้านรองฯเอกนิติ ดันนโยบายปีแห่งการลงทุน ชู Thailand Fast Pass ดันเม็ดเงิน FDI แตะ 1 ล้านล้านบาท พร้อมดึงเม็ดเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจ 2.7 แสนล้านลงระบบเศรษฐกิจ ชดเชยงบลงทุนหด
ทั้งนี้กลยุทธ์สำคัญคือการเปลี่ยนผ่านโดยกำหนดให้ Thailand FastPass กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับการส่งเสริมการลงทุนต้องลงเม็ดเงินจริงอย่างน้อย 20% ภายในปีนี้
"ทรัมป์" ขู่เก็บภาษี 100% ต่อประเทศที่เรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัลกับบริษัทสหรัฐ (META, Alphabet, Amazon) ประเทศที่จะเรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัล (Digital Services Tax) ต่อบริษัทของสหรัฐ จะต้องเผชิญกับการถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 100% 'หลายประเทศในยุโรปกำลังหารือกันเกี่ยวกับการเตรียมบังคับใช้ภาษีบริการดิจิทัลต่อบริษัทของสหรัฐ และบางประเทศก็ใกล้ที่จะดำเนินการดังกล่าวแล้ว'
รายงานการประชุม เฟด วันพุธ นี้


หุ้นแนะนำวันนี้
TCAP หุ้นกลุ่มธนาคาร กำลังทำจุดสูงสุดใหม่ เราแนะนำ ซื้อแพง ขายแพง ไปจนกว่าจะจบรอบงบ งบออกครบภายในครึ่งแรกของเดือน ก.ค.
แนวรับ 68.75 ต้าน 71 Stop loss 67

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Alpha Pulse
Playing the Heat Cycle: สะสมกลุ่มเนื้อสัตว์–เครื่องดื่ม ก่อนผลกระทบอากาศร้อนเร่งตัวปลายปี-ต้นปีหน้า
BLS มองธีม Heat Cycle จะกลับมาเป็นประเด็นลงทุนสำคัญ หลัง National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ประกาศว่าโลกเข้าสู่ภาวะ El Niño อย่างเป็นทางการ และประเมินว่ามีโอกาส 63% ที่จะพัฒนาเป็น Super El Niño ในช่วง พ.ย. 2026 – ม.ค. 2027 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคเกษตรมักรุนแรงที่สุด จึงแนะนำทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์ก่อนผลกระทบจะเริ่มสะท้อนในช่วงปลายปี
สถิติในอดีตพบว่า Super El Niño มักทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลงเหลือเฉลี่ย 1,446 มม. ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวราว 9% ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดแตะประมาณ 41°C ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร การใช้น้ำ และอุปทานสินค้าเกษตรหลายประเภท
เรามองโอกาสลงทุนหลักอยู่ใน 2 กลุ่ม ได้แก่
1) กลุ่มเนื้อสัตว์ ซึ่งมีแนวโน้มได้อานิสงส์จากราคาเนื้อหมูที่แข็งแกร่งขึ้น หลังอากาศร้อนทำให้เกิดภาวะ Heat Stress ส่งผลให้หมูโตช้าลง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนัก (Feed Conversion Ratio: FCR) ลดลง เสี่ยงเกิดโรคมากขึ้น และเพิ่มอุปทานได้ช้ากว่าไก่ (ที่ระยะเวลาเลี้ยงแค่ 42 วัน ต่างจาหหมู 9-12 เดือน) โดยข้อมูลย้อนหลังปี 2004-2023 พบว่าช่วง El Niño ราคาเนื้อหมูเพิ่มเฉลี่ย 17% เทียบกับ ราคาไก่เพิ่มเฉลี่ย 12%
2) เครื่องดื่มและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการบริโภคเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศร้อน รวมถึงยอดขายผ่านร้านสะดวกซื้อที่มักเร่งตัวในช่วงฤดูร้อน
Strategist view: เราแนะนำทยอยสะสมหุ้นรับธีม “Heat Cycle” ก่อนผลกระทบของ El Niño จะชัดเจนในช่วงปลายปี โยเลือก BTG, TFG และ CPF จากแนวโน้มราคาเนื้อหมูที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ ICHI, CBG, OSP และ CPALL จะได้อานิสงส์จากการบริโภคเครื่องดื่มและการใช้จ่ายผ่านร้านสะดวกซื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงอากาศร้อน

 

TU
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป
คาดกำไร 2Q26 แกร่ง หลังได้อานิสงส์จากเงินคืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ
เราคาด TU จะมีกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.22 พันล้านบาท ลดลง 4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 10% QoQ และสูงกว่าประมาณการเดิม หลักๆ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดยรายได้คาดเติบโต 4% YoY และ 8% QoQ จากยอดขายกลุ่ม Ambient, Frozen Seafood และ Pet Food ที่ยังแข็งแรงในตลาดสหรัฐฯ
อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 19.7% ทรงตัว YoY แต่เพิ่มจาก 18.2% ใน 1Q26 จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบลดลง และการรับรู้เงินคืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ทั้งที่ TU และ ITC หลังบริษัทเคยรับภาระต้นทุนบางส่วนผ่านการช่วยด้านราคาและเงื่อนไขทางการค้ากับลูกค้า อย่างไรก็ตาม ค่าระวางเรือที่ยังสูงยังกดดัน SG&A ในไตรมาสนี้


ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มช่วยหนุน 3Q26 โดยราคาทูน่า Skipjack ลดลงจาก 2,000 ดอลลาร์/ตัน ในเดือน มี.ค. เหลือ 1,730 ดอลลาร์/ตัน ในเดือน พ.ค. ขณะที่ TU ไม่ได้สะสมสต็อกทูน่าต้นทุนสูงมากนัก ทำให้ต้นทุนที่ลดลงน่าจะเริ่มสะท้อนเร็วตั้งแต่ 3Q26 นอกจากนี้ ราคากุ้งขาวไทยลดลงเหลือ 120 บาท/กก. ในเดือน พ.ค. จาก 138 บาท/กก. ในเดือน เม.ย. และ 135 บาท/กก. ในปีก่อนหน้า ช่วยหนุน Margin ของธุรกิจ Frozen Seafood
สำหรับ 3Q26 เงินคืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ อาจลดลงหรือไม่เกิดซ้ำอีก ทำให้คุณภาพกำไรจะขึ้นกับ Demand หลักและการลดต้นทุนมากขึ้น โดย เราคาดยอดขาย Ambient, Frozen Seafood และ Pet Food ยังแข็งแรงต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนขนส่งที่ผ่อนคลายและราคาวัตถุดิบที่ลดลงจะช่วยหนุนกำไร
Fundamental view: เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 13.60 บาท แต่ในเชิงเปรียบเทียบ เราชอบ ITC มากกว่าจากฐานกำไรที่ดูแข็งแกร่งกว่า และความเสี่ยงคดีความที่ต่ำกว่า ขณะที่ TU แม้ 2Q26 มีโอกาสดีกว่าคาด แต่หากตัดผลบวกจากเงินคืนภาษี เรามองผลการดำเนินงานหลักยังค่อนข้างอยู่ในระดับกลางๆ แต่ยังมี Overhang จากคดี Red Lobster GUC Trust และข้อพิพาท Fortress ที่เกี่ยวกับ Limited Guarantee วงเงิน 65 ล้านดอลลาร์ ที่กดดันการฟื้นตัวของราคาหุ้นอยู่

 

 


INSET (Event)
อินฟราเซท
Head-up Event: เจาะลึกคลื่นลงทุน Data Center ผ่านผู้รับเหมาที่อยู่ต้นน้ำ
วันนี้เวลา 14.00 น. BLS เชิญ INSET ร่วมงาน Virtual Conference เพื่อเจาะลึกโอกาสลงทุนจากกระแส Data Center ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในธีมสำคัญของตลาด หลัง BOI อนุมัติโครงการ Data Center และ Cloud Service มูลค่ารวมกว่า 7 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2025-1Q26 โดยประเด็นสำคัญของงานจะอยู่ที่การตอบคำถามว่า เม็ดเงินลงทุนเหล่านี้กำลังเปลี่ยนเป็น "งานก่อสร้างจริง" แล้วหรือยัง และผู้รับเหมาที่เชี่ยวชาญจะได้รับอานิสงส์มากน้อยเพียงใด
ประเด็นแรก จะเจาะภาพรวมของอุตสาหกรรม Data Center ว่าคลื่นการลงทุนจะทยอยเปลี่ยนเป็นงานก่อสร้างอย่างไร แม้มูลค่าโครงการที่ BOI อนุมัติ ซึ่งอาจตีเป็นมูลค่างานก่อสร้างได้ราว 1-2 แสนล้านบาท แต่โครงการยังต้องผ่านหลายขั้นตอนก่อนเริ่มก่อสร้าง พร้อมประเมินว่าศักยภาพผู้รับเหมาที่เชี่ยวชาญในไทยเพียงพอรองรับความต้องการหรือไม่ โดยปัจจุบัน INSET มี Backlog กว่า 5 พันล้านบาท และ 89% เป็นงาน Data Center พร้อมก่อสร้างโครงการรวมจำนวนมาก
อีกประเด็นสำคัญ คือ การแข่งขันของธุรกิจ Data Center ที่ไม่ได้วัดกันเพียงงานก่อสร้างอาคาร แต่แข่งขันกันที่ความเชี่ยวชาญด้านระบบ และการทดสอบระบบก่อนส่งมอบ ซึ่งเป็นส่วนที่มี Barrier โดย INSET มีบุคลากรกว่า 300 คน พร้อมวิศวกรที่ได้รับการรับรองจาก Uptime Institute และ CDCP รวมถึงมีพันธมิตรต่างประเทศและอยู่ระหว่างพัฒนา Pre-fabrication เพื่อรองรับงานในอนาคต

นอกจากนี้ งานจะชวนมองภาพระยะยาวว่า หลังคลื่นการก่อสร้างรอบแรกจบลง INSET จะสามารถต่อยอดจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไปสู่ธุรกิจ Digital Infrastructure ที่สร้างรายได้ประจำได้หรือไม่ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญต่อการให้ Premium Valuation ของตลาดในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Consensus คาดกำไรสุทธิปี 2026-27 เติบโต 417% และ 20% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นซื้อขายบน PER ปี 2026 ราว 17.6 เท่า (สูงกว่า STECON ซึ่งเล่นบนธีมนี้เช่นกัน) โดยการที่ตลาดจะให้ Premium Valuation สูงกว่านี้ จะขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของงาน Data Center และความสามารถในการต่อยอดสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ มากกว่าการได้ประโยชน์จากธีม Data Center เพียงอย่างเดียว


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้