AT THE OPEN (#ATO)
SET Index ยังขยับกรอบขึ้น
หุ้นเด่นเลือก SAWAD และ BH
Market Strategy
SET Index คาด Sideway Up ตามกรอบ 1600-1620 จุด คาดจะเปิดในแดนบวกตามทิศทางตลาดหุ้นโลก รวมถึงแรงหนุนจาก Fund Flow ไหลเข้า วันนี้ติดตามการรายงานเงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย. หุ้นเด่นเลือก SAWAD และ BH
ราคาน้ำมันดิบปรับลง 0.4% จากการประชุม OPEC+มีมติเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน ส.ค. 1.88 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีกลุ่ม OPEC+แม้กำลังการผลิตออกมาจริงจะยังไม่ได้ตามแผนเนื่องจากข้อจำกัดการขนส่งที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ แต่สถานการณ์การขนส่งที่เริ่มคลี่คลายเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบต่อไป เรามีมุมมองที่เป็นลบต่อราคาน้ำมันมากขึ้น โดยเรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ Brent ปี 2569/70 ที่ 85 /70 เหรียญฯ เนื่องจากศักยภาพในการเพิ่มกำลังการผลิตของ UAE อิหร่าน และเวเนซุเอลา ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดน้ำมันเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกินภายในสิ้นปีนี้ จึงแนะนำ PTTEP เป็น HOLD และเปลี่ยนไปเลือกหุ้นกลุ่มโรงกลั่น SPRC BCP รวมถึง PTT ซึ่งจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มที่แข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำและกลางน้ำโดย Valuation น่าสนใจ
ปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามการรายงานเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. เงินเฟ้อทั่วไปคาดขยายตัว +2.7%YoY (เดือนก่อน +2.79%YoY ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว +1.07% (เดือนก่อน +0.92%YoY) ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อที่ยังอยู่ภายใต้กรอบของเป้าหมายของ กนง.ประกอบกับแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับลดลง จึงคาด กนง. จะคงดอกเบี้ยฯที่ระดับ 1% ไปตลอดปี 69-70 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งเรามองในระยะสั้นจะเป็น Sentiment บวกต่อหุ้น Domestic Consumption ซึ่งเราชอบหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ วันนี้แนะนำเก็งกำไร SAWAD ที่ราคาหุ้นยังคง -17% นับจากเกิดสงคราม ซึ่งลงแรงมากไปเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่ EPS Revision ถูกปรับลง -3% ในช่วงเวลาเดียวกัน
Market Summary
SET Index บวกแข็งแกร่ง 18 จุด มายืน 1,611.3 จุด รับแรงหนุนจากตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาด โดยกลุ่มโรงไฟฟ้านำตลาดจากทิศทาง Bond Yield ขาลง นำโดย GPSC BGRIM GULF บวกในช่วง 0.8 – 3.9% เช่นเดียวกับกลุ่มไฟแนนซ์ นำโดย MTC (+3.1%), ASK (+3.9%) และ KTC (+2.2%) ขณะที่กลุ่ม Big Cap รับพลัง Fund Flow ไหลเข้าเต็มๆ ทั้ง PTT (+3.5%), BDMS (+2.0%), ADVANC (+1.9%) และ DELTA (+1.0%) รวมถึง CPALL (+1.0%) ที่แนวโน้มกำไร Q2 แข็งแกร่ง ส่วนแรงกดดันมีเพียง BEM (-3.2%) ที่โดนแรงขายทำกำไรหลังรับรู้ข่าวดี นโยบายตั๋วร่วมไปก่อนหน้านี้ ต่างชาติซื้อสุทธิ 5.8 พันล้านบาท
DAILY Stock Pick
SAWAD
กำไรแข็งแกร่ง สวนทางราคา
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 34.00 บาท
SAWAD ให้ผลตอบแทน -17% นับตั้งแต่เกิดสงคราม ขณะที่คาดการณ์กำไรถูกปรับตัวลงแค่ 3% เท่านั้น ซึ่งเรามองว่าเป็นการปรับลงแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน
ณ ราคาปัจจุบัน ถูกซื้อขาย PBV’69 เพียง 0.92 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 1.17 เท่า ขณะที่ ROE ใกล้เคียงกลุ่มที่ 12.4% ช่วยจำกัด downside
Technical View
แนวรับ : 23.90 บาท
แนวต้าน : 24.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 23.50 บาท
WEEKLY Stock Pick
BH
มองข้ามภาวะสงคราม
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 215.00 บาท
หุ้นเด่น Post-war recovery โดย BH ให้ผลตอบแทน -9.3% เทียบ SET +5.5% นับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่รายได้จากตะวันออกลางยังคงแข็งแกร่งใน 1Q69 และแนวโน้มฟื้นตัวใน 2Q69
ฝั่ง Valuation น่าสนใจ PE’69 ที่ 19.8 เท่า -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ส่วน ROE อยู่ในระดับ 25% สูงที่สุดในกลุ่มสะท้อนความสามารถในการทำกำไร
Technical View
แนวรับ : 193.00 บาท
แนวต้าน : 205.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 185.00 บาท
KEY FACTOR
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุน แม้ว่ารายงานการประชุม FOMC (8 ก.ค.) คาดว่าจะสะท้อนมุมมองค่อนข้างเข้มงวดของกรรมการ Fed จากช่วงก่อนที่ตัวเลขจ้างงานล่าสุดจะออกมาอ่อนแอกว่าคาด อย่างไรก็ตาม หลัง Nonfarm Payrolls เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง และประธาน Fed นาย Kevin Warsh เริ่มกล่าวว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลง ตลาดมีแนวโน้มให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดมากกว่าถ้อยแถลงในรายงานประชุม ส่งผลให้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเริ่มลดลง
ด้านจีน นักลงทุนจะติดตาม CPI และ PPI เดือนมิ.ย. (9 ก.ค.) หลัง PMI ภาคการผลิตล่าสุดออกมาดีกว่าคาดที่ 50.3 ขณะที่ RatingDog PMI ยังอยู่ในโซนขยายตัวที่ 51.7 สะท้อนว่าแรงส่งจากภาคส่งออกและอุตสาหกรรม AI ยังแข็งแกร่ง แม้อุปสงค์ภายในประเทศยังอ่อนแอ ซึ่งคาดว่าเงินเฟ้อผู้ผลิต PPI จะได้รับแรงหนุนจากวัฏจักร AI และการฟื้นตัวของภาคเทคโนโลยีเช่นกัน
นอกจากนี้การประชุม OPEC+ (6 ก.ค.) คาดว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจะยังเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายและการขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz กลับมาค่อยๆเริ่มดำเนินการได้มากขึ้นเป็นลำดับ
EYES ON
6 ก.ค. ประชุม OPEC+
7 ก.ค. ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ
8 ก.ค. รายงานการประชุม FOMC
9 ก.ค. CPI และ PPI ของจีน, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000