วันพุธที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยในช่วงเช้าดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นหลัก ขณะที่ในช่วงบ่ายดัชนีปรับตัวลงจาก Fund Flow ที่กลับมาไหลออก หลังดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 2 วันทำการ โดยแรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มไอซีที และค้าปลีก ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,588.23 จุด -3.01 จุด -0.19%มูลค่าการซื้อขาย 64,073.85 ลบ. วัน Program Trading -1,472.07 ลบ. ต่างชาติ –1,592.02 ลบ.TFEX -21,056 สัญญา ตราสารหนี้ +4,327.57 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 92 เซนต์ หรือ 1.32% ปิดที่ 68.58 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจาล่าสุดที่ประเทศกาตาร์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เป็นไปด้วยดี ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
+ เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวในการประชุมซึ่งธนาคารกลางยุโรป (ECB)ที่ประเทศโปรตุเกสว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านเงิน เฟ้อได้ปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน วอร์ชเน้นย้ำว่า FEDยังคงมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%
+ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ตัดสินใจที่จะใช้มาตรการทางการทูตต่อไป แม้มีการพิจารณาทางเลือกในการกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบกับอิหร่าน ทั้งนี้การหารือทางอ้อมระดับเทคนิคระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้เริ่มขึ้นแล้วที่กรุงโดฮาประเทศกาตาร์ โดยมีกาตาร์และปากีสถานทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา
+ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์มุมมองการลงทุนในงวด 3Q69 ว่า นักลงทุนเริ่มมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น โดยเริ่มจัดพอร์ตถือเงินสดลดลงเหลือ 10.6% จากไตรมาสก่อนหน้ามีการถือเงินสดมากถึง 14.8% โดยประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังเป็นขาขึ้น คาดดัชนีสิ้น Q3/69 แตะ 1,608 จุด ก่อนปิดสิ้นปีที่ 1,619 จุด มีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจในประเทศฟื้น และมาตรการกระตุ้นภาครัฐ
+ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยเปิดถึงข้อมูลสินเชื่อและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ไทย17 แห่ง ณ สิ้นเดือน พ.ค.2569 ว่าเงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ อยู่ที่13.84 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.11%YoY พลิกขยายตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันจากหดตัว 22 เดือนติดต่อกัน เนื่องจากแรงได้รับหนุนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 13.96 จุด หรือ -0.03% ขณะที่ดัชนี S&P500และ Nasdaq ปิดตลาดอ่อนแรงลงเช่นกัน เนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นของหุ้น Meta Platforms และการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเงินเฟ้อของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วยให้ตลาดลดช่วงลบ
- โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน ประกาศว่า อิหร่านจะไม่เข้าร่วมการเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับสหรัฐฯจนกว่าเงื่อนไขบางประการในบันทึกความเข้าใจ (MoU) สันติภาพที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามร่วมกันจะได้รับการปฏิบัติตาม
- สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ53.3 ในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.0 หลังจากพุ่งแตะระดับ54.0 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565
- ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 98,000 ต าแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 118,000 ตำแหน่ง จากระดับ 122,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค.
- คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ยังคงประมาณการ GDPของประเทศไทยปี 2569 ที่ 1.6-2.0% เหมือนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แม้ภาคส่งออกยังมีทิศทางเติบโต 8-10% อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 2.5-3.0% แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ทั่วถึงโดยมีลักษณะของ K-shaped Recovery ผู้ประกอบการ SMEและแรงงานจำนวนมากยังคงไม่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการเติบโต ทำให้ตัวเลขการส่งออกและ GDP ปรับตัวดีขึ้น ยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานราก
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวน โดยแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐ มีโอกาสกดดันหุ้นกลุ่ม ETRON ในวันนี้ขณะที่มีแรงหนุนจากการเจรจาล่าสุดที่ประเทศกาตาร์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐเป็นไปด้วยดี มองกรอบดัชนีในวันนี้1,580-1,595 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
-ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- บรรลุข้อตกลงหยุดยิง : THAI BA AOT MINT ERW CENTEL WICE SONIC III
-สินค้าส่งออกเดือน พ.ค. ที่ยังเติบโต : KCE HANA CPF GFPT AAI ITC
-หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BH GULF KBANK