คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: โดยคาดตลาดจะหันไปเน้นเก็งกำไรในผลประกอบการกลุ่มธนาคาร หลังปัจจัยภายในใหม่ค่อนข้างจำกัด ระหว่างรอจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน และ ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐในคืนนี้
แนวรับ-ต้าน
1,580 -1595
กลยุทธ์การลงทุน
1) เก็งงบ 2Q69: AMATA, BBL, GULF, ITC,KBANK, KKP, KTB, OSP, TTB
2) Anti-commodity : SCGP,SCC, TASCO, BGRIM,GPSC
3) คาดหวังงานภาครัฐ: BBIK, BE8, BEM, CK,INSET, PYLON, STECON, UNIQ
4) Domestic play: BJC, CPALL, CPN, CRC,DOHOME, GLOBAL, KTC, MTC, TILDOR
5) Selective play: BH, BDMS, SPALI, SIRI
เก็งงบธนาคาร น้ำมันย่อ รอชมเลขแรงงาน
ข้างในขาดปัจจัยใหม่ หันไปเก็งกำไรงบธนาคาร : ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์มองปัจจัยภายในเริ่มจำกัด คาดตลาดจะหันไปให้ความสนใจกับฤดูประกาศผลประกอบการ 2Q69 ซึ่งจะเริ่มจากกลุ่มธนาคาร โดยเรามองกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารจะขยายตัว 12.9%y-y และ 10.9%mm ดึงดูดให้มีแรงเข้าเก็งกำไร
ราคาน้ำมันดิบลงต่อ ท่ามกลางการรอข่าวเจรจา : ราคาน้ำมันดิบWTI เช้านี้ปรับตัวลงมาที่ 67.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางการจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด อิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจากับสหรัฐโดยตรง และ หันไปเจรจาผ่านผู้ใกล่เกลี่ย ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่า แม้ยังมีความไม่ไว้ใจกัน แต่การพยายามหาคนกลางเพื่อติดต่อเจรจา ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการยกระดับสนธิสัญญาหยุดยิง 60 วันเป็นการหยุดยิงถาวร โดยในระหว่างการเจรจาพบว่า เรือที่ผ่านช่องแคบ Hormuz นั้นมีจำนวนมากขึ้นทั้งในวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา แนะจับตาการเจรจาใกล้ชิดหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในการเจรจาจะยิ่งเปิดรูมให้ราคาน้ำมันดิบปรับ ตัวลงหนุนหุ้น Anti-Commodity ค้าปลีก ขนส่ง โรงไฟฟ้า และ ท่องเที่ยว
วอร์ช กำลังสร้างมิติใหม่ๆ สถานีถัดไปรอเลขแรงงาน: วานนี้ถ้อยแถลงของประธานเฟด เป็นที่จับตามองในประเด็นการเดินหน้าย้ำว่าจะไม่มีการออกมาให้ Guidance กับตลาดอีก และ ยังเน้นย้าถึงการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ภาพดังกล่าวค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวกับท่าทีหลังการประชุมเฟดในครั้งล่าสุด คือยังคงอิงไปในทาง Hawkishประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ วอร์ช มองว่าอาจมีการลดขนาดงบดุลในอนาคต ซึ่งอาจทำให้อปุ ทานของพันธบัตรรัฐบาลสหรฐั เพิ่มขึ้น และกลับมาผลักดัน Bond Yield สหรัฐดีดตัวข้ึนกดดันหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีอีก ล่าสุด Bond Yields สหรัฐอายุ 2 และ 10 ปีเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4.18% และ 4.48% ตามลำดับรับถ้อยแถลงของประธานเฟดมองเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่มธนาคาร ส่วนคืนนี้รอจับตาภาพตัวเลขแรงงานสหรัฐ คาดจะเห็นการชะลอตัวทิศทางเดียวกับตัวเลข ADPNon-farm employment Change ที่ประกาศออกมาชะลอตัวจากเดือนก่อน และอาจทำให้ Bond Yield สหรฐั ชะลอลงสั้น ๆ กลับมาหนุนทิศทางตลาดหุ้น
ปัจจัยเพิ่มเติม
(+) ยอดส่งออกเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีพุ่งขึ้นเกือบสามเท่าจากเดือนก่อนหน้า แตะที่ ระดั บ 4.48 2 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนภาพบวกในอุตสาหกรรมชิป และ เซมิคอนดักเตอร์
(+) ธนาคารโลกเผยเตรียมทยอยยุติการปล่อยเงินกู้ให้แก่จีนภายในปี 2574 ตามแผนความร่วมมือระยะ 5 ปี เนื่องจากมองว่า จีนมีศักยภาพทางเศรษฐกิจเพียงพอที่จะไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศแล้ว
(+) ททท. เปิดโรดโชว์ “Amazing Thailand Roadshow to South Africa 2026”เพื่อเจาะฐานนักท่องเที่ยวจาก 3 เมืองศักยภาพของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ซึ่งมียอดใช้จ่ายต่อหัว 6 หมื่นบาท เป็นบวกต่อภาพการท่องเที่ยวระยะถัดไป
(+) กระทรวงการคลังเผยว่าโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ในเดือนมิถุนายน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 4.32 หมื่นล้านบาท และ มีประชาชนเข้าร่วมใช้สิทธิ์สูงถึง 98.64% หนุนหุ้นกลุ่มค้าปลีก/ส่ง
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
ธีรดา ชาญยิ่งยงค์- นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และทางเทคนิค #9501
ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #37928
ภัทรดนัย จตุรพร – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #094041
พศุตม์ โงวิวัฒน์ชัย, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #127632
ชนพัฒน์ สุวิยานนท์, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้าน
ตลาดทุน และทางเทคนิค #139549
ฐนพงษ์ แซ่โล้ – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วัชรพล สร้างกุศล – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์