COMMODITY + ชิปนอก กดดันตลาดหุ้นไทย
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ร่วงลงมาราว -2.4% ซึ่งอาจเป็น SENTIMENTเชิงลบส่งผ่านมายังตลาดหุ้นเอเชีย โดยเช้านี้เกาหลีใต้ -4.6% ส่วนญี่ปุ่น -2.0% หลักๆมาจากความกังวลธุรกิจกลุ่มผลิตชิป SEMICONDUCTOR, โครงสร้างพื้นฐาน AICLOUD มีแนวโน้มการแข่งขันรุนแรงขึ้น
• นอกจากนี้ ในงานประชุมประจำปีของ ECB ที่เมือง SINTRA ประเทศโปรตุเกส ประธานFED (KEVIN WARSH) กล่าวว่า FED ยังคงมุ่งเน้นการนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย2% และไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้า (NO FORWARD GUIDANCE) ต่อทิศทางนโยบายการการเงิน โดยระบุเพียงว่าทุกการประชุมจะพิจารณาตามข้อมูลเศรษฐกิจในขณะนั้น
• คืนนี้มีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน มิ.ย. 69 คาดชะลอตัวลงสู่ระดับ 113,000 ราย
REGION RADAR
• META PLATFORMS +10% หลังบริษัทเปิดเผยว่า กำลังพัฒนาแผนงานสำหรับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ที่จะเปิดขายสิทธิ์การเข้าถึงกำลังการประมวลผลและการใช้งานโมเดล AI แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นผู้ให้บริการเช่า CLOUD อาทิ NEBIUS และ COREWEAVE
• XPENG (9868 HK) รายงานยอดส่งมอบรถยนต์เดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 4.01 หมื่นคัน +16% YOY นับเป็นการเติบโต YOY ครั้งแรกของปีนี้ หลังจากยอดส่งมอบรถยนต์ในช่วง 5 เดือนแรกค่อนข้างอ่อนแอแนะนำเก็งกำไร DR: XPENG03
THAI FOCUS
• ทิศทางดอกเบี้ยของ กนง. ในช่วงที่เหลือของปี ถูกกดดันจาก 2 ส่วนคือ 1.แนวโน้มเงินเฟ้อที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 3% ในช่วงที่เหลือของปี2.ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของประเทศอื่นๆ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อ FLOW ต่างชาติให้ไหลออกและกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่า
• ดังนั้น กนง.จึงตัดสินใจลำบากที่จะเลือกขึ้นดอกเบี้ยเหมือนประเทศอื่นๆ เพื่อชะลอการไหลออกจากเม็ดเงิน หรือเลือกที่จะคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ตอนนี้เติบโตต่ำอยู่แล้ว(ค่าเฉลี่ย GDP GROWTH ปีนี้ของสำนักเศรษฐกิจเพียง 1.6%)
SYNAPSE STRATEGY
• SET INDEX เสี่ยงปรับฐานจากหุ้นกลุ่ม AI ในต่างประเทศปรับลงแรงและ OPEC เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน กดดันห้นกลุ่ม ETRONENERG PETRO ในไทยที่มีขนาด MARKET CAP ใหญ่ และ SETปรับขึ้นทะลุTARGET ของเราที่ 1580 จุด จึงอาจเห็นปรับฐานช่วงสั้น
• กลยุทธ์หลีกเลี่ยง หุ้นที่อิงปัจจัยต่างประเทศ และ เน้นลงทุนในกลุ่มDEFENSIVE และกลุ่มที่พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ อาทิ ธพ. BBLKTB และ REOPENING (โรงพยาบาล, ท่องเที่ยว, การบิน) อาทิBDMS, BH, CENTEL, ERW, AOT, BA
HORIZON MARKET VIEW
เม็ดเงินโยกจากกลุ่ม TECH ไปยังกลุ่ม VALUE
วานนี้ ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ร่วงลงมาราว -2.4% ซึ่งอาจเป็น SENTIMENT เชิงลบส่งผ่านมายังตลาดหุ้นเอเชีย โดยเช้านี้เกาหลีใต้ -4.6% ส่วนญี่ปุ่น -2.0% หลักๆ มาจากความกังวลธุรกิจกลุ่มผลิตชิปSEMICONDUCTOR, โครงสร้างพื้นฐาน AI CLOUD มีแนวโน้มการแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยมีกระแสข่าวดังนี้
• APPLE กำลังเจรจาซื้อชิปจากผู้ผลิตจีน 2 ราย แม้บริษัทเหล่านั้นอยู่ในบัญชีดำของ PENTAGON เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน MEMORY CHIP ทั่วโลก
• META กำลังพัฒนา CLOUD INFRASTRUCTURE สำหรับให้เช่า AI COMPUTING POWER และ AIMODELS เพื่อแข่งขันกับ AWS, MICROSOFT AZURE, GOOGLE CLOUDทำให้กลุ่มหุ้นที่แคยได้ประโยชน์จากธีม MEMORY & SHORTAGE: MU US -10.4%, SNDK -10.5% และธีม AIHARDWARE / ASSEMBLY: SMCI -5.7% รวมถึงธีม AI GPU CLOUD: NBIS -17.0%
นอกจากนี้ ในงานประชุมประจำปีของ ECB ที่เมือง SINTRA ประเทศโปรตุเกส ประธาน FED (KEVIN WARSH)กล่าวว่า FED ยังคงมุ่งเน้นการนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% และไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้า (NO FORWARDGUIDANCE) ต่อทิศทางนโยบายการการเงิน โดยระบุเพียงว่าทุกการประชุมจะพิจารณาตามข้อมูลเศรษฐกิจในขณะนั้น ซึ่งตลาดคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. 69 มีน้ำหนักราว 50%ด้านนักลงทุนมีแนวโน้มกลับมาจับตาความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากขึ้น โดยคืนนี้มีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน มิ.ย. 69 คาดชะลอตัวลงสู่ระดับ 113,000 ราย
เงินเฟ้อยุโรปเดือน มิ.ย. 69 ขยายตัว 2.8%YOY ชะลอตัวแรงกว่าคาด หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน กดดันราคาน้ำมันลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง อาจหนุนให้ทิศทางดอกเบี้ยของ ECB ลดโทนความ HAWKISH ลงได้ ขณะที่ CONSENSUS คาดว่าปีนี้ECB จะขึ้นดอกเบี้ยอีกแค่ 1ครั้ง สู่ระดับ 2.75% ในการประชุมเดือน ก.ย. 69
REGION RADAR
META ประกาศสร้างธุรกิจ CLOUD BUSINESS กดดันหุ้นกลุ่ม NEOCLOUD ร่วงแรง
META PLATFORMS (META US) +10% หลังบริษัทเปิดเผยว่า กำลังพัฒนาแผนงานสำหรับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (CLOUD INFRASTRUCTURE) ที่จะเปิดขายสิทธิ์การเข้าถึงกำลังการประมวลผลและการใช้งานโมเดล AI ซึ่งถือเป็นการเปิดศึกการแข่งขันแนวรบใหม่กับผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง AMAZON WEB SERVICES(AWS), MICROSOFT AZURE และ GOOGLE CLOUD รวมถึงกดดันหุ้นกลุ่ม NEOCLOUD ที่ปรับตัวขึ้นมาแรงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ NEBIUS (NBIS US) -17% และ COREWEAVE (CRWV US) -14% จากประเด็นนี้แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นในกลุ่ม NEOCLOUD ที่จะได้รับแรงกดดันโดยตรง โดยเรายังเห็นสัญญาณเม็ดเงินหมุนออกจากหุ้นกลุ่มชิปไปยังกลุ่ม SOFTWARE ต่อเนื่อง แนะนำเก็งกำไรในกลุ่ม SOFTWARE อาทิ DR: META80, MSFT80,SNOW06, GOOG80
XPENG รายงานยอดส่งมอบรถยนต์เดือน มิ.ย. เติบโตครั้งแรกในรอบปี
XPENG (9868 HK) รายงานยอดส่งมอบรถยนต์เดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 4.01 หมื่นคัน +16% YOY นับเป็นการเติบโต YOY ครั้งแรกของปีนี้ หลังจากยอดส่งมอบรถยนต์ในช่วง 5 เดือนแรกค่อนข้างอ่อนแอและเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ราคาหุ้น XPENG ปรับตัวลงมาแรงในช่วงที่ผ่านมา ทางบริษัทระบุว่า ยอดส่งมอบรถยนต์ที่แข็งแกร่งในเดือน มิ.ย. ได้แรงหนุนมาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง XPENG GX ที่มียอดจองเข้ามาถล่มถลาย และคาดว่ารถยนต์รุ่นนี้จะเป็นตัวหนุนยอดส่งมอบรถยนต์ได้ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี นอกจากนี้ บริษัทจะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เพิ่มเติมคือ “XPENG MONA L03” ในวันนี้ แนะนำเก็งกำไร DR: XPENG03
THAI FOCUS
เงินเฟ้อไทยพุ่ง เสี่ยงกดดันเศรษฐกิจซ้ำรอยอดีต จับตาทิศทางดอกเบี้ย กนง.
หากพิจารณาจากแนวโน้มดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 พบว่ามีความน่ากังวลโดยหากตั้งสมมติฐานว่าอัตราเงินเฟ้อรายเดือน (MOM) ไม่มีการขยายตัวเพิ่มเติมเลย (0.0%) แต่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเมื่อเทียบรายปี (YOY) กลับมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอยู่ระดับ 2.77-3.20% ซึ่งสูงกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธปท. ที่ 1-3% ดังนั้นสถานการณ์เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นครั้งนี้คล้ายคลึงกับปี 2022 ที่ดัชนีเงินเฟ้อไทยพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว (จาก 94 จุด เป็น 100 จุด) จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้การบริโภคและการลงทุนชะลอตัวลง จนส่งผลให้ GDP ในไตรมาส 4 ของปี 2022 หดตัวลงถึง -0.5%QOQนอกจากนี้ทิศทางนโยบายการเงินของโลกก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่กดดันไทยจะเห็นได้ว่านโยบายการเงินกำลังเปลี่ยนไปสู่ความเข้มงวดมากขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีแรก ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มส่งสัญญาณหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วในเดือนมิถุนายน (เช่น ECB และ BOJ) และแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง ธนาคารกลางหลายแห่งก็มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม(เช่น FED BOE ECB และ BOJ) ซึ่งหาก กนง.ยังเลือกที่จะคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิมจะหนุนให้ FLOW ต่างชาติไหลออกและกดดันค่าเงินบบาทอ่อนค่า แต่หาก กนง.เลือกที่จะขึ้นดอกเบี้ย ก็จะยิ่งเป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยให้เติบโตชะลอกว่าประมาณการเดิมได้ ซึ่งล่าสุดหลายสำนักเศรษฐกิจคาดการณ์ GDPGRPWTH ปีนี้ต่ำเพียง 1.5-2.0% เท่านั้น
SYNAPSE STRATEGY
ทิศทางตลาดหุ้นไทย เผชิญแรงกดดันรอบด้าน สู่กลยุทธ์เน้นหุ้นธนาคารและ RE-OPENING
ตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศที่เข้ามากระทบหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ (BIGCAP) เริ่มต้นจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่ม AI ในตลาดต่างประเทศวานนี้(เช่น MU US -10.4%, SNDK -10.5%,SMCI -5.7%) ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบกดดันให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯของไทย เช่น DELTA, KCE, HANA และCCET อาจย่อตัวลงตาม เสริมด้วยวันอาทิตย์ ยังมีประชุม OPEC เพิ่มกำลังผลิต 188 แสนบาร์เรล ซึ่งประเด็นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวลงและสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม COMMODITY อย่างPTT, PTTEP, IRPC, PTTGC, BCP และ TOPอีกทั้งตั้งแต่ต้นปี SETINDEX ปรับตัวขึ้นมาแรงกว่า 26% ล่าสุดอยู่ที่1588.23ซึ่งเกิน TARGET SET ของ ASPSที่ประเมินไว้ 1580 จุดแล้ว อีกทั้งหุ้น MARKET CAP ใหญ่สุด 10 อันดับแรกที่ SET(มีสัดส่วนกว่า 52% ของ SET)เริ่มมีราคาเข้าใกล้หรือสูงกว่ามูลค่าพื้นฐาน (FAIR VALUE) ทำให้SET INDEX ขาดแรงผลักดันที่จะเดินหน้าไปต่อในช่วงสั้น และอาจเห็นการปรับฐานของ SET ได้
อีกทั้งในระยะกลาง ยังมีโอกาสถูกกดดันจากปัจจัยกำไรบล. 2Q69 ที่อาจชะลอตัวลง QOQ หลังกำไร 1Q69 อยู่ระดับสูงกว่าปกติ 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งมาจาก STOCK GAIN ของกลุ่ม ENERG + PETRO กว่า 5-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีโอกาสเห็นกำไร 2Q69 กลับสู่ภาวะปกติ เหมือนปี 2022 ในช่วง 3Q22-4Q22 ที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนผ่อนคลายลง
กลยุทธ์การลงทุน ภายใต้สภาวะที่ดัชนี SET ถูกกดดันจน UPSIDE เริ่มตึงตัว ควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่อิงกับปัจจัยต่างประเทศ และหันมาโฟกัส DEFENSIVE PLAY ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) ที่ผลประกอบการยังคงแข็งแกร่งBBL KTB และ กลุ่ม REOPENING ที่พึ่งพาการฟื้นตัวในประเทศเป็นหลัก เช่น กลุ่มโรงพยาบาล ท่องเที่ยว และการบิน อาทิ BDMS, BH, CENTEL, ERW, AOT, BA
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์