Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส : Daily Trading Focus

26

 


ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ปรับข้นึ ต่อ +10.33 จุด ปิ ดที่ 1,558.55 มูลค่าซื้อขาย 8.6 หมื่นลบ. โดยแรงซื้อในหุ้น DELTA, AOT, KBANK, AWC, KTB, CPN ฯลฯ ช่วยหนุนตลาด ขณะที่ยังมีการขายหุ้น TRUE, GULF, PTT, CPALL, PTTEP, PTTGC, SCGP ฯลฯ นักลงทุนต่างชาติ พอร์ตลบ.และรายย่อยซื้อสุทธิ ส่วนสถาบันในปท.ขายสุทธิ -1.76 พันลบ.


ปัจจัยต่างประเทศ
- สหรัฐ: ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพ.ค.26 เพิ่มเป็น 4.1% (จากเดือนเม.ย.26 ที่ 3.8%) สูงกว่าตลาดคาดที่ 4.0% เล็กน้อย ส่วนดัชนี Core PCE เพิ่มเป็น 3.4% (จากเดือนเม.ย.26 ที่ 3.3%) เป็นไปตามตลาดคาด
- สหรัฐ: กระทรวงพาณิชย์เปิดเผย GDP 1Q26 (ประมาณการครั้งที่ 3) ขยายตัว 2.1% YoY สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 1.6% และสูงกว่าประมาณการครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ที่ 2.0% และ 1.6% ตามลำดับ ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ค.ลดลง 4.5% ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลง 5.0%
-สหรัฐ: ผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 12,000 ราย เป็ น 2.15 แสนรายสัปดาห์ก่อน ซึ่งต่ำกว่าตลาดคาดการณ์
- ตลาดหุ้นสหรัฐ MIX โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกหลังดัชนี PCE เดือนพ.ค.ออกมาตามคาด ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าตลาดสูง สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT รีบาวด์กว่า 2% เป็น 71-75 US$/bbl หลังมีหลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าลา หนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดใกล้กับประเทศโอมาน สัญญาทองคำส่งมอบส.ค.26 เด้งขึ้น 38.80 US$ เป็น 4,047.60 US$/ออนซ์
- ดัชนีค่าเงินดอลลาร์อ่อนเล็กน้อยสู่ 101.4 ส่วนเงินบาทอยู่ที่ 33.42 บาท/US$ ด้าน US bond yield 10 ปี อ่อนลงสู่ 4.39% (ในวันลงไปต่ำสุด 4.36%)สำหรับดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ดิ่งมาที่ 128.50 (สุดสุด 152) ดัชนี Baltic Dry Index ลดลงต่อเป็น 2,591 (สูงสุด 3,226)


ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- ผลกระทบจากเอลนีโญ : อากาศที่ร้อนจัดมีทั้งผลบวกและผลลบต่อกลุ่มอุตสาหกรรม โดยกลุ่มที่ได้อานิสงค์ ได้แก่ โรงไฟฟ้า (มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นเพื่อทำความเย็น หุ้นเด่น GULF), กลุ่มเครื่องปรับอากาศและทำความเย็น (หุ้นเด่น SNC, SINGER, HMPRO เป็นต้น), กลุ่มเครื่องดื่ม (หุ้นเด่น CBG, OSP, ICHI, SAPPE เป็นต้น) กลุ่มค้าปลีก (คนเข้าเดินห้างสรรพสินค้ามากขึ้นหุ้นเด่น CPN, CRC) กลุ่มโรงพยาบาล (มีคนเจ็บป่วยมากขึ้น หุ้นเด่น CHG,BCH, RJH) ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางลบ ได้แก่ เกษตรและอาหาร (ทำให้อุปทานผันผวน สัตว์โตช้าลง ป่วย/ตายมากขึ้น หุ้นที่ถูกกระทบเป็น CPF, GFPT, BTG, TFG) กลุ่มก่อสร้าง (ประสิทธิภาพการทำงานน้อยลง หุ้นทกี่ ระทบเป็น CK, STECON เป็นต้น)


กลยุทธ์: เลือกซื้อหุ้นดี จ่ายปันผลสม่ำเสมอ…สัญญาณระยะสั้นยังเป็นลบ จากดัชนียังต่า กว่าเส้น SMA10 ให้แนวรับไว้ที่ 1550-1540, 1530-1520, 1510-1500 ส่วนแนวต้าน 1560-1565, 1575-1590, 1600-1610 ตามลำดับ


หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: BH : สงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่คลี่คลายลงเป็น Sentiment บวกกับ BH โดยคาดว่าผู้ป่วยต่างชาติจะฟื้นตัวกลับมา โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ทั้งนี้ รายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลาง (Middle East) เติบโตแข็งแกร่ง +21% YoY ใน 1Q26 (สัดส่วนรายได้จาก ME 22% ของผู้ป่วยต่างชาติทั้งหมด) จากเมียนมา +15% YoY จากบังคลาเทศ +25% YoY ทั้งนี้รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 66% ของรายได้รวม ประเมินว่าผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้นทั้งจากรายได้คนไข้ต่างชาติที่ฟิ้นตัว และการบริหารต้นทุน & ค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 200 บาท


นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้