Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

44



ประเด็นสำคัญจากรายงาน Wealth Insight AI Supercycle ยังไม่ใช่ฟองสบู่แบบปี 2000 แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงพิสูจน์กระแสเงินสด


-ความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวขึ้น 34% ในช่วง 9 สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วัฏจักร AI ในปัจจุบันยังแตกต่างจากฟองสบู่ Dotcom ในปี 2000 สังเกตจากคุณภาพของกระแสเงินสดและงบดุลของบริษัทต่างๆที่ยังคงแข็งแกร่ง


-แม้ความเสี่ยงด้าน Valuation สูงขึ้นจริง โดย Shiller PER, PBV และ EV/Sales อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในอดีต แต่ EV/CFO ยังคงต่ำกว่าช่วงฟองสบู่ Dotcom อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าระดับ Valuation ในปัจจุบันยังได้แรงหนุนจากกระแสเงินสดที่ดีกว่าในอดีต


-ความแตกต่างสำคัญจากปี 2000 คือ งบลงทุนด้าน AI ของกลุ่มผู้นำในปัจจุบัน เช่น Microsoft, Alphabet, Amazon และ Meta โดยหลักมาจากกำไรของธุรกิจหลัก ซึ่งต่างจากช่วงปี 1990s ที่พึ่งพาการกู้ยืม


-คำถามหลักของตลาดในช่วงข้างหน้าคือ การพิสูจน์ว่าการลงทุนขนาดใหญ่ทางด้าน AI ในวันนี้ จะสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้จากซอฟต์แวร์ การรักษาอัตรากำไร การเพิ่มผลิตภาพ และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างยั่งยืนหรือไม่


-BLS Wealth แนะนำว่า นักลงทุนควรปรับกลยุทธ์จากการลงทุนแบบกระจายทั้งธีม AI (Broad AI Beta) ไปเป็นลงทุนจุดคอขวดของห่วงโซ่อุปทาน (Bottleneck Alpha) โดยเน้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Compute, Memory, Networking, Data Center, Power, Cooling system และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่น ๆ ที่มีภาพการเติบโตของรายได้ที่ชัดเจนและมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
(โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม)


สรุปภาพตลาดวานนี้ SET บวกต่อ หุ้น Domestic สลับตัวเล่น แม้ TRUE จะลงแรง (จากข่าวลือไชน่า โมบาย) พร้อมมีแรงขายใน GULF PTT PTTEP PTTGC CPALL ฯลฯ แต่มี DELTA บวกดันตลาดไป 12 จุด (หักออกลบเล็กน้อย) ซึ่งหมายถึงว่ามีหุ้นกลุ่มบวกที่สลับมาเล่นแทนกลุ่มที่ลบดังกล่าว หลักๆ จะเป็นธนาคาร และโรงไฟฟ้า ที่ร้อนแรง GUNKUL ตามมาด้วย GPSC ไฟแนนซ์ TURBO AEONTS MTC โรงพยาบาล BCH PR9 วัสดุซ่อมแซมบ้าน GLOBAL DOHOME ส่วนหุ้นบวกแรง PLANB FORTH ฯลฯ


แนวโน้มตลาดวันนี้ หุ้นล่างสลับกันบวกช่วยพยุงตลาด
แนวโน้มราคาหุ้นไทยรายตัวที่อยู่ล่างๆแข็งแกร่งกว่าตลาดรวม เช่นที่บวกเด่นเมื่อวานและช่วงนี้มี MTC SAWAD CBG BEM นอกจากนี้ ประเด็นที่นักลงทุนเริ่มเก็งดักความชัดเจน เรื่อง พรก.กู้เงิน กำลังจะมีคำวินิจฉัยวันที่ 9 ก.ค.ก็ทำให้ราคาหุ้นเชื่อมโยง เล่นเด่นกว่าตลาด เช่น BGRIM GPSC GUNKUL WHAUP
ด้วยทิศทางหุ้นไทยอย่างกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์ อาจเผชิญความผันผวนตามทิศทางหุ้นเทคโลก และหุ้นที่มีความคาดหวังกำไรเติบโตสูงและดี มักจะมีราคาที่สูง เราจึงลดความเสี่ยงด้วยการไม่ไล่ราคา ขณะเดียวกันฤดูประกาศผลการดำเนินงานจะเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อความผันผวนราคาหุ้นที่อยู่สูง บนความคาดหวังที่สูงตาม (เรากลัวว่าคาดหวังสูงแล้วจะผิดหวัง)
ในทางตรงข้ามหุ้นที่ราคาอยู่ล่าง-เราคิดว่ายังไม่ได้สะท้อน หรือไม่ได้ใส่ความคาดหวังกำไรไตรมาส 2/26 เข้าไปมาก จึงมีโอกาสที่จะสร้างความประหลาดใจเชิงบวก และเป็นกลุ่มที่น่าจับตา (เล่น)มากกว่า
โดยตัวแปรด้านผลการดำเนินงานที่ เราเล็งว่ามีลุ้นสร้างความประหลาดใจเชิงบวก จะมาจาก การคุมต้นทุนในการผลิตได้ดี, ขณะที่ฝั่งรายได้ ไม่ได้หดตัวรุนแรงเพราะได้มาตรการรัฐเข้ามาอุดหนุนในช่วงที่ผ่านมา และเมื่อมองไปข้างหน้า เช่น การลดค่าการกลั่นช่วยลดราคาน้ำมันขายปลีก, คงค่าไฟฟ้า, โครงการไทยช่วยไทย คนละค่อน เป็นต้น “ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ ล้วนวิ่งตรงลงไปที่กลุ่มเชื่อมโยง การบริโภคในประเทศ”
ดังนั้นเราจึงหันมาดักเก็บหุ้น ล่างที่มีลุ้น งบดีกว่าคาด ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับรอบนี้ และแนะลดการเก็งกำไรหุ้นที่ เล่นบนความคาดหวังกำไรสูง
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ศาลฯนัดวินิจฉัย พรก.กู้เงิน (รวม 4 แสนล้านบาท) วันที่ 9 ก.ค.นี้, ดีลสันติภาพตะวันออกกลาง, ข่าวกำแพงภาษีสหรัฐฯ ภายใต้เงื่อนไขใหม่ ที่อาจสร้างความกังวลระยะสั้น...


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค โครงสร้างหลัก: ดัชนีพยายามรักษารูปแบบขาขึ้น Uptrend Channel แต่ในภาพระยะสั้นเกิดสัญญาณลบหลังหลุดเส้น EMA 10 วัน และหลุดแนว Uptrend Line ย่อยลงมา ทำให้เกิดแรงกดดันในลักษณะ Healthy Correction
RSI: ย่อลงมาในโซนปรกติ (ระดับ 50) สะท้อนภาวะชะลอความแข็งแรงในด้านราคา ขณะที่ระยะสั้นยังไม่ยืนยันการจบรอบพักตัว
Completed Wave 5: จบคลื่น 5 และกำลังเริ่มต้นการปรับฐานคลื่น Corrective Wave (A-B-C)
แนวรับวัดใจ: 1,530 (EMA 50) ถ้าหลุดตรงนี้ ดัชนีจะมีความเสี่ยงลงไปทดสอบฐานถัดไปที่ 1,500 จุด (EMA 75)
แนวต้าน: 1,565 ด่านย่อยเพื่อดึงโมเมนตัมกลับ ขณะที่ด่านสำคัญ 1,580 หากปลดล็อกผ่านโซนนี้ได้ จะเป็นการจบรอบพักตัว เพื่อขึ้นใหม่
สรุป: ตลาดยังไม่พัง แต่เป็นการเขย่าปรับฐานเมื่อจบคลื่น 5 แนะสูตร “แนวรับห้ามหลุด...ถึงต้านไม่ไล่ราคา”

 


What to watch
สรรพสามิต อยู่ระหว่างการหารือเพื่อสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) กับกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของ 2 แสนล้านบาทหลัง
คลังพิจารณาไว้ 2-3 รูปแบบ แต่ยืนยันว่า กระบวนการนี้จะเป็นการอุดหนุนผ่านสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อกับผู้ซื้อรถ (ไฟแนนซ์) โดยจะเป็นการอุดหนุนเพียงครั้งเดียวจบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้โดยง่าย
พร้อมยืนยันว่า การอุดหนุนโดยผ่านระบบไฟแนนซ์นั้น ถือเป็นการดึงระบบในการช่วยคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาใช้สิทธิในโครงการด้วย ไม่ได้เป็นการให้หรือจ่ายเงินอุดหนุนโดยตรงให้กับผู้ซื้อรถเลย
ประชุม กนง.24 มิ.ย. คงดอกเบี้ย 1%
ก.คมนาคมจับมือคลัง เล็งระดมผ่านกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFF) เพื่อใช้ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าทุกสายกลับมาเป็นของรัฐ (Single Ownership)
การเจรจาระดับเทคนิคระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาจะกลับมาดำเนินการต่อในวันอังคารหน้า (30 มิ.ย.) หลังพักการหารือชั่วคราว
ศาลรธน.ยังรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือก และคณะ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4, 25, 32, 34, 85, 95 และ 224 เป็นต้น
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ให้รอความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ ถ้อยคำพยาน และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป


หุ้นแนะนำวันนี้
CBG แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังมีโอกาสเห็นกำไรที่ดีกว่าคาดจาก มาตรการ ไทยช่วยไทย ด้านกำไรไตรมาส 2/26 ตลาดคาดเติบโตติดลบ y-y แต่เทียบรายไตรมาสจะเห็นการขยายตัว ส่งสัญญาณงบผ่านจุดต่ำสุด
แนวรับ 44 ต้าน 50 Stop loss 40

 

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

ECON

ส่งออกไทยเดือนพฤษภาคม 2026 โต 10.6% YoY
มูลค่าการส่งออกไทยในเดือนพฤษภาคม 2026 ขยายตัวดีที่ 10.6% YoY ถือว่ายังคงขยายตัวได้ดี แม้จะต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้การส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 ขยายตัวถึง 17.0% YoY โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ และคาดว่าจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของภาคการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี

อย่างไรก็ดี การนำเข้าที่เร่งตัวสูงกว่าการส่งออก อาจจำกัดบทบาทของภาคการค้าต่อการเติบโตของ GDP แม้ตัวเลขการส่งออกจะยังแข็งแกร่งก็ตาม โดยการนำเข้าขยายตัวถึง 35.1% YoY จากการนำเข้าพลังงาน สินค้าทุน และสินค้ากึ่งสำเร็จรูปเพื่อรองรับการลงทุน และอาจรวมถึงธุรกรรม Transshipment ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 5 เดือนแรกของปีสูงถึง 25.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และจำเป็นต้องติดตามผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัดในระยะต่อไป

ทั้งนี้ เรายังคงประมาณการการส่งออกไทยปี 2026 ไว้ที่ 11.8% YoY (กรณีฐาน) โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตตลอดช่วงที่เหลือของปี

Wealth Insight
AI Supercycle ยังไม่ใช่ฟองสบู่แบบปี 2000 แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงพิสูจน์กระแสเงินสดจริง
ความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวขึ้น 34% ในช่วง 9 สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วัฏจักร AI ในปัจจุบันยังแตกต่างจากฟองสบู่ Dotcom ในปี 2000 สังเกตจากคุณภาพของกระแสเงินสดและงบดุลของบริษัทต่างๆที่ยังคงแข็งแกร่ง
แม้ความเสี่ยงด้าน Valuation สูงขึ้นจริง โดย Shiller PER, PBV และ EV/Sales อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในอดีต แต่ EV/CFO ยังคงต่ำกว่าช่วงฟองสบู่ Dotcom อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าระดับ Valuation ในปัจจุบันยังได้แรงหนุนจากกระแสเงินสดที่ดีกว่าในอดีต
ความแตกต่างสำคัญจากปี 2000 คือ งบลงทุนด้าน AI ของกลุ่มผู้นำในปัจจุบัน เช่น Microsoft, Alphabet, Amazon และ Meta โดยหลักมาจากกำไรของธุรกิจหลัก ซึ่งต่างจากช่วงปี 1990s ที่พึ่งพาการกู้ยืม
คำถามหลักของตลาดในช่วงข้างหน้าคือ การพิสูจน์ว่าการลงทุนขนาดใหญ่ทางด้าน AI ในวันนี้ จะสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้จากซอฟต์แวร์ การรักษาอัตรากำไร การเพิ่มผลิตภาพ และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
BLS Wealth แนะนำว่า นักลงทุนควรปรับกลยุทธ์จากการลงทุนแบบกระจายทั้งธีม AI (Broad AI Beta) ไปเป็นลงทุนจุดคอขวดของห่วงโซ่อุปทาน (Bottleneck Alpha) โดยเน้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Compute, Memory, Networking, Data Center, Power, Cooling system และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่น ๆ ที่มีภาพการเติบโตของรายได้ที่ชัดเจนและมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

 

 


Bank Sector
ธุรกิจ Wealth เข้ามาหนุน ส่วนสินเชื่อคาดหวังการฟื้น 2027
เรามีการปรับมุมมองการลงทุนและ Roll over target price หุ้นกลุ่มธนาคารไปเป็นปลายปี 2027 (YE27) และเลือก KKP และ KTB เป็นหุ้น top picks ของกลุ่มฯ จากทิศทางคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังดี รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตได้ดีและให้ dividend yield สูง
Loan growth: เราประเมินว่าแนวโน้มการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นใน 1-2 ปีข้างหน้า นำโดยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และทิศทางการลงทุน FDI ที่เข้ามามากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และหากมองไปในระยะกลางถึงยาว เราประเมินว่าจะเห็นแนวโน้มการลงทุนจากกลุ่ม data center อีกราว 4 แสนล้านบาทในปี 2026-30 นำโดย ByteDance (TikTok), Amazon, Google, Microsoft และ GULF ซึ่งจะช่วยหนุนให้แนวโน้มความต้องการใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้น ทำให้เราประเมินว่าแนวโน้มสินเชื่อของกลุ่มธนาคารจะทยอยเติบโตได้ 1% YoY ในปี 2027-28
Fee income: กลุ่มธนาคารที่เราศึกษาก็จะเน้นเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความมั่งคั่งมากขึ้น ซึ่งเราเห็นสัญญาณการเติบโตที่ดีต่อเนื่องใน 2Q26 ทั้งธุรกิจบริหารสินทรัพย์และตลาดทุน หนุนแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมของกลุ่มธนาคารปีนี้เติบโตได้ 5% YoY
NIM: เราประเมินว่า NIM ของกลุ่มธนาคารจะทำจุดต่ำสุดใน 2Q26 และทรงตัวได้ใน 2H26
Asset Quality/Credit cost: ทิศทางคุณภาพสินทรัพย์ก็น่าจะยังบริหารจัดการได้และหลายธนาคารก็ได้ตั้งสำรองหนี้ฯ เพิ่มเติมรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจไว้อย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ loan-loss coverage ratio ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ 205% ณ สิ้น 1Q26
Dividend: เราประเมินว่าหลายธนาคารจะจ่ายปันผลระหว่างกาลมากกว่า 1.5% ในเดือนก.ย. นำโดย TTB, KKP, และ TISCO และจากการศึกษาข้อมูลในอดีตก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD สำหรับปันผลระหว่างกาลในช่วงปี 2023-25 ของทีม wealth research พบว่าหุ้นกลุ่มธนาคารให้ผลตอบแทนเฉลี่ยถึง 3.8% ในเดือนก.ค. และ 3.5% ในเดือน ส.ค.

ASW
แอสเซทไวส์ ลงพื้นที่ — 2Q26 โอนตามนัด
2Q26 มีแนวโน้มทำยอดโอนแข็งแกร่งที่สุดของปี หนุนโดยคอนโดสร้างเสร็จใหม่ 4 โครงการมูลค่า 1.34 หมื่นล้านบาท จากการเข้าเยี่ยมชมโครงการภูเก็ตล่าสุด ความคืบหน้าการก่อสร้างเป็นไปตามแผน และพร้อมโอนในไตรมาสนี้ คาด GM ทำได้ดีต่อเนื่องในกรอบ 37-40% และ Upside 13-35% จากราคาปัจจุบัน อิงกรอบ PER กลุ่มฯ
Valuation: เรามองว่า EPS ปี 2026 ควร Bt1.50 อิง PER กลุ่มอสังหาฯ ที่ 5.0-6.0x ได้กรอบราคาพื้นฐานที่ 7.5-9.0 บาท เทียบกับราคาปัจจุบัน 6.65 บาท คิดเป็น Upside 13-35% โดยคาดอัตราปันผลที่ 7-8% ในปี 2026 (XD เดือนเม.ย.) ความเสี่ยงหลักที่อาจทำให้ราคาไม่ถึงกรอบดังกล่าว ได้แก่ การโอนที่ล่าช้ากว่าแผน และอุปสงค์ภูเก็ตที่อ่อนแอกว่าคาด

 

 

สรุปประเด็นจาก Quick take

IT retail
มีมุมมองลบเล็กน้อยต่อข่าว Apple ปรับขึ้นราคา Macbook และ iPAD ทันที 13-27%
Apple ประเทศไทย ปรับขึ้นราคาสินค้าเริ่มต้นมีผลทันทีในกลุ่ม Mac และ iPad บนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทอย่างเป็นทางการเฉลี่ย 13-27%
View from fundamental: เรามีมุมมองลบเล็กน้อยต่อกลุ่มผู้ค้าอุปกรณ์ไอที (COM7, SYNEX และ ADVICE) เพราะการปรับขึ้นราคาที่รุนแรงและกะทันหัน จะทำให้ความต้องการช่วงสั้นชะลอตัวลง ทั้งนี้ หากอิงตามสัดส่วนรายได้ เราคาด COM7 กระทบมากสุดราว 8-10%ของรายได้ ตามด้วย SYNEX (6-8%ของรายได้) และ ADVICE (3-5%ของรายได้) อย่างไรก็ตาม โปรแกรมการผ่อนชำระที่เข้าถึงง่ายขึ้นและความจำเป็นในการใช้ เราคาดกระทบปริมาณการขายทั้งปีลดลงต่ำกว่าราคาขายที่เพิ่ม จึงมองราคาหุ้นลงเป็นโอกาสในการสะสม โดยเรายังชอบ COM7 (TP30) มากสุด

 


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้