Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

99

 

 

คุยกันเรื่องเมกะเทรนด์ From Mainframe to Quantum: เรากำลังอยู่ตรงไหนของการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ครั้งใหม่


ในช่วงที่ผ่านมา Quantum Computing มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Artificial Intelligence และถูกตั้งคำถามว่าจะมี ChatGPT Moment เมื่อใด อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าการมอง Quantum ผ่านกรอบของ AI อาจไม่สะท้อนลักษณะของเทคโนโลยี ได้อย่างครบถ้วน เนื่องจาก Quantum Computing มีความใกล้เคียงกับ Computer Revolution มากกว่า AI Revolution กล่าวคือเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่ ค่อย ๆ สร้างคุณค่าผ่านองค์กร ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม ก่อนจะส่งผลต่อผลิตภาพของระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง ดังนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า Quantum จะมีช่วงเวลาของการยอมรับใช้งานแบบก้าวกระโดดเมื่อใด แต่คือ Quantum กำลังอยู่ตรงไหนของเส้นทางเดียวกับที่คอมพิวเตอร์เคยเดินผ่านมาในอดีต


เมื่อเปรียบเทียบกับวิวัฒนาการดังกล่าว เรามองว่า Quantum Computing ในปัจจุบันอยู่ในรอยต่อระหว่างปลายยุค Mainframe กับต้นยุค Enterprise Computing Era เทคโนโลยียังคงมีต้นทุนสูง พึ่งพาบุคลากรเฉพาะทาง และมีผู้ใช้งานหลักเป็นรัฐบาล มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และองค์กรขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมไม่ได้อยู่ในขั้นของการทดลองในห้องปฏิบัติการอีกต่อไป แต่เริ่มมีการใช้งานเชิงพาณิชย์ในบางด้าน เช่น Optimization, Drug Discovery, Materials Science และ Cybersecurity ผ่านแพลตฟอร์ม Cloud ของ IBM, Google, Microsoft และ Amazon สะท้อนว่าการพัฒนากำลังเคลื่อนจากช่วง Proof of Concept ไปสู่ Commercial Validation


อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคืออุตสาหกรรมเริ่มพิสูจน์ให้เห็นว่ามีลูกค้าที่ยินดี จ่ายเงินเพื่อใช้งาน Quantum Computing ในงานจริงแล้ว ขณะที่ผู้เล่น Pure-play อย่าง IonQ และ D-Wave เริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น IBM, Google, Microsoft, Amazon และ NVIDIA ต่างเร่งพัฒนา Quantum Ecosystem ของตนเอง โดยเฉพาะ Software Layer ที่ช่วยเชื่อมการทำงานระหว่าง Quantum Computing, AI และ High-Performance Computing ซึ่งอาจมีความสำคัญต่อการยอมรับใช้งานไม่ต่างจากบทบาทของระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ในยุคแรก ของคอมพิวเตอร์

ในระยะต่อไป การก้าวจาก Enterprise Adoption ไปสู่ Enterprise Scaling จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของ Ecosystem ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น Quantum Software Layer, Error Correction, Logical Qubit, Cloud Infrastructure และการค้นพบ Killer Enterprise Use Case ที่สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน หากองค์ประกอบเหล่านี้พัฒนาไปตาม Roadmap ของอุตสาหกรรม เราเชื่อว่า Quantum Computing อาจเริ่มเข้าสู่ช่วง Enterprise Scaling ในบางอุตสาหกรรมระหว่างปี 2028–2032

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ Enterprise Scaling ไม่ได้หมายความว่า Quantum จะสร้าง Productivity Impact ต่อเศรษฐกิจในทันที เช่นเดียวกับที่คอมพิวเตอร์ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าผลประโยชน์จะสะท้อนออกมาในระดับมหภาค เราคาดว่าช่วงปี 2025–2027 จะยังเป็นระยะของ Commercial Validation ขณะที่ผลกระทบต่อผลิตภาพของระบบเศรษฐกิจอาจเริ่มเห็นชัดมากขึ้นในช่วงหลังปี 2032 โดยเฉพาะเมื่อ Quantum สามารถทำงานร่วมกับ AI และ High-Performance Computing ในรูปแบบ Hybrid Computing เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมจะจัดการได้

ในเชิงการลงทุน เรามองว่า Quantum Computing ยังคงเป็นธีมระยะยาวที่อยู่ในช่วงต้นของ Adoption Curve และเหมาะกับการลงทุนในลักษณะ Satellite Allocation เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านเทคโนโลยีและผู้ชนะของอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูง นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับ Ecosystem ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Quantum Hardware, Quantum Software, Cloud Infrastructure, AI และ High-Performance Computing มากกว่าการพึ่งพาความสำเร็จของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพียงรายเดียว โดยหากอุตสาหกรรมสามารถพัฒนาไปสู่ Enterprise Scaling ได้สำเร็จ Quantum Computing ก็มีโอกาสสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดและกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะยาวได้เช่นเดียวกับที่ Computer Revolution เคยทำมาแล้วในอดีต



สรุปภาพตลาดวานนี้
SET รีบาวด์เบาๆ แต่ไฮไลท์ คือ มีหุ้นบวกแรงเยอะ (แค่โดนกลุ่มใหญ่อย่าง Elect/ICT กดดัชนี) เช่น AOT OSP CBG SAPPE GFPT SJWD ERW ITC AAI XO RBF เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีหลายตัวส่งสัญยาณบวก (แม้ยังไม่แรง) ซึ่งสังเกตุว่าจำนวนมากเป็นหุ้นงัดจากข้างล่าง เช่น CPALL BTG GULF BH BDMS ฯลฯ


แนวโน้มตลาดวันนี้ ไม่คาดหวังสูง ก็จะไม่ผิดหวัง
แนวโน้มราคาหุ้นไทยรายตัวที่เราคาดว่าจะแข็งแกร่งกว่าตลาดรวม ยังคงเป็นมุมมองเดิมที่เน้นเก็บหุ้นล่าง ไม่ไล่ราคาหุ้นบน และกลุ่มที่ราคาอยู่ล่างเราเน้นหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภคในประเทศ อิงจาก Sector Rotations

ด้วยทิศทางหุ้นไทยอย่างกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์ อาจเผชิญความผันผวนตามทิศทางหุ้นโลก เราจึงลดความเสี่ยงด้วยการไม่ไล่ราคา ขณะเดียวกันฤดูประกาศผลการดำเนินงาน จะเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อความผันผวนราคาหุ้นที่อยู่สูง บนความคาดหวังสูง

ในทางตรงข้ามหุ้นที่ราคาอยู่ล่าง-เราคิดว่ายังไม่ได้สะท้อน หรือไม่ได้ใส่ความคาดหวังกำไรไตรมาส 2/26 เข้าไปมาก จึงมีโอกาสที่จะสร้างความประหลาดใจเชิงบวก และเป็นกลุ่มที่น่าจับตามากกว่า

โดยตัวแปรด้านผลการดำเนินงานที่ เราเล็งว่ามีลุ้นสร้างความประหลาดใจเชิงบวก จะมาจาก การคุมต้นทุนในการผลิตได้ดี, ขณะที่ฝั่งรายได้ ไม่ได้หดตัวรุนแรงเพราะได้มาตรการรัฐเข้ามาอุดหนุนในช่วงที่ผ่านมา และเมื่อมองไปข้างหน้า เช่น การลดค่าการกลั่นช่วยลดราคาน้ำมันขายปลีก, คงค่าไฟฟ้า, โครงการไทยช่วยไทย คนละค่อน เป็นต้น “ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ ล้วนวิ่งตรงลงไปที่กลุ่มเชื่อมโยง การบริโภคในประเทศ”
ดังนั้นเราจึงหันมาดักเก็บหุ้น ล่างที่มีลุ้น งบดีกว่าคาด ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับรอบนี้ และแนะลดการเก็งกำไรหุ้นที่ เล่นบนความคาดหวังกำไรสูง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม ศาลฯนัดวินิจฉัย พรก.กู้เงิน (รวม 4 แสนล้านบาท) วันที่ 9 ก.ค.นี้, ดีลสันติภาพตะวันออกกลาง, ข่าวกำแพงภาษีสหรัฐฯ ภายใต้เงื่อนไขใหม่ ที่อาจสร้างความกังวลระยะสั้น...


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร

 

 

What to watch สรรพสามิต อยู่ระหว่างการหารือเพื่อสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) กับกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของ 2 แสนล้านบาทหลัง
คลังพิจารณาไว้ 2-3 รูปแบบ แต่ยืนยันว่า กระบวนการนี้จะเป็นการอุดหนุนผ่านสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อกับผู้ซื้อรถ (ไฟแนนซ์) โดยจะเป็นการอุดหนุนเพียงครั้งเดียวจบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้โดยง่าย
พร้อมยืนยันว่า การอุดหนุนโดยผ่านระบบไฟแนนซ์นั้น ถือเป็นการดึงระบบในการช่วยคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาใช้สิทธิในโครงการด้วย ไม่ได้เป็นการให้หรือจ่ายเงินอุดหนุนโดยตรงให้กับผู้ซื้อรถเลย
ประชุม กนง.24 มิ.ย. คงดอกเบี้ย 1%
ก.คมนาคมจับมือคลัง เล็งระดุมผ่านกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFF) เพื่อใช้ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าทุกสายกลับมาเป็นของรัฐ (Single Ownership)
การเจรจาระดับเทคนิคระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาจะกลับมาดำเนินการต่อในวันอังคารหน้า (30 มิ.ย.) หลังพักการหารือชั่วคราว
ศาลรธน.ยังรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือก และคณะ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4, 25, 32, 34, 85, 95 และ 224 เป็นต้น
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ให้รอความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ ถ้อยคำพยาน และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป


หุ้นแนะนำวันนี้
OSPแนวโน้มกำไรกลับมาดีขึ้น อิง Gross margin ปี 2022 ที่เคยแย่สุด 30.6%...ปี 2025 ขยับขึ้นเป็น 40.2% และไตรมาสแรก 1Q26 ดีขึ้นถึง 42.5% สะท้อนแนวโน้มกำไรผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว โดยกำไรครึ่งปีหลังมีโอกาสเห็นกำไรที่ดีกว่าคาดจาก มาตรการ ไทยช่วยไทย
แนวรับ 16.5 ต้าน 18 Stop loss 16

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

ECON
กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.0% ตามคาด และคาดคงในระดับนี้ไว้จนถึงสิ้นปี
กนง. มีมติเอกฉันท์ 7-0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ตามคาด พร้อมส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ภายใต้เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย แม้เศรษฐกิจจะได้รับแรงหนุนจากภาคส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs และภาคครัวเรือนที่ยังเผชิญแรงกดดันจากภาระหนี้และค่าครองชีพที่จะเห็นผลกระทบชัดขึ้นหลังจากมาตรการภาครัฐสิ้นสุดลง
เรามองว่าความท้าทายสำคัญของนโยบายการเงินในระยะนี้ไม่ได้อยู่ที่แรงกดดันเงินเฟ้อ แต่เป็นการประคองเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและฟื้นตัวไม่ทั่วถึง การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจซ้ำเติมภาคส่วนที่ยังอ่อนแอ ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมก็ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากการรักษา Policy space ยังมีความสำคัญ อีกทั้ง แนวโน้มการส่งผ่านนโยบายการเงิน (Monetary policy transmission) เริ่มมีประสิทธิภาพลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะฟื้นตัวไม่ทั่วถึง หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทำให้สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่
Economist view: ทำให้เราคาดว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2026 เป็นอย่างน้อย

Wealth Insight
เมื่อผู้บริโภคเริ่มไม่ไหว... ใครแบกรับต้นทุน และใครยังมีอำนาจกำหนดราคา?
อำนาจในการกำหนดราคาขายสินค้าและบริการ (Pricing power) ของผู้ผลิตไทยไม่เท่ากัน และกำลังถูกทดสอบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยภายใต้ภาวะต้นทุนพลังงานสูงและกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง ผู้ผลิตไทยส่วนใหญ่มีข้อจำกัดในการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค โดยความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละอุตสาหกรรม สะท้อนว่าผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียมกันทั่วทั้งเศรษฐกิจ

สินค้าจำเป็น (Consumer staples) มีอำนาจในการกำหนดราคาสูงกว่ากลุ่มอื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปแรงส่งจะเริ่มอ่อนลง โดยเฉพาะสินค้าประมง ยังคงมีอำนาจในการกำหนดราคาสูงที่สุด ขณะที่อาหาร เครื่องดื่ม และปศุสัตว์ (อาทิ เนื้อหมู เนื้อไก่) ยังสามารถส่งผ่านต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจไม่สามารถรักษาโมเมนตัมการส่งผ่านต้นทุนได้ในระยะยาว เนื่องจากต้นทุนการผลิตมักเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขาย และจะเริ่มกดดันอัตรากำไรของผู้ประกอบการ สะท้อนว่าศักยภาพในการปรับขึ้นราคาเพิ่มเติมอาจเริ่มจำกัด หากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน


สินค้าฟุ่มเฟือย (Discretionary goods) เผชิญ Margin squeeze มากที่สุด ขณะที่สินค้าคงทน (Durable goods) ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นมากกว่าต้นทุนการผลิตในประเทศ โดยผู้ผลิตสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าอุปโภคที่อาจไม่สำคัญจำเป็นในชีวิตประจำวันมากนัก (อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า) มีข้อจำกัดในการปรับขึ้นราคามากที่สุดจากความอ่อนไหวด้านราคาของผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องแบกต้นทุนผ่านอัตรากำไรที่ลดลงและการทำโปรโมชั่นที่เข้มข้นขึ้น ส่วนสินค้าคงทน (เช่น รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น) มักมีการกำหนดราคาขายที่ขึ้นอยู่กับการแข่งขันทางการตลาด รวมถึงต้นทุนการนำเข้าหรือต้นทุนของผู้ผลิตในต่างประเทศเป็นสำคัญ ทำให้ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานต่อราคาขายในกลุ่มนี้จำกัด

 

ITC
ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น
คาด 2Q26 ยังอ่อนแอ แต่จะฟื้นตัวชัดในช่วงครึ่งปีหลัง
เราคาดกำไรหลัก ITC ใน 2Q26 ที่ 720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 17% QoQ ใกล้เคียงกับประมาณการเดิม โดยรายได้ยังเติบโต 8% YoY จากความต้องการในตลาดสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง และยอดขายในยุโรปที่ทยอยฟื้นตัว ขณะที่สัดส่วนสินค้าพรีเมียมยังอยู่ในระดับสูงราว 50% ของพอร์ต

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 23.0% จากต้นทุนปลาทูน่า บรรจุภัณฑ์ และพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งยังสะท้อนเข้าสู่ต้นทุนการผลิตก่อนการปรับขึ้นราคาสินค้าจะมีผลเต็มที่ในช่วง 3Q26 ทำให้ 2Q26 มีแนวโน้มเป็นจุดต่ำสุดของกำไร ก่อนฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง
เรามองว่าแรงกดดันด้านต้นทุนเริ่มผ่านจุดสูงสุดแล้ว โดยราคาปลาทูน่าที่เคยขึ้นแตะ 2,000 เหรียญต่อตันในเดือน มี.ค. เริ่มปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 1,730 เหรียญต่อตันในเดือน พ.ค. ขณะที่ต้นทุนบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มผ่อนคลายตามราคาเหล็ก รวมถึงการทยอยปรับราคาขายของบริษัท จะช่วยให้อัตรากำไรฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วง 2H26


บริษัทยังคงเป้าหมายปี 2026 ทั้งรายได้เติบโต 8-11%, อัตรากำไรขั้นต้น 23-25%, SG&A/Sales 9-10% และงบลงทุน 1 พันล้านบาท โดยคาดยอดขายในสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ยุโรปฟื้นตัวต่อเนื่อง และการเปิดตัวสินค้าใหม่จะเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ปลาย 3Q26 ถึง 4Q26

Fundamental view: แม้ผลประกอบการ 2Q26 จะยังไม่โดดเด่นจากแรงกดดันด้านต้นทุน แต่เรามองเป็นจุดต่ำสุดของปี และยังคงคำแนะนำ ซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่คาดฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ Valuation ปี 2026 อยู่ที่ PER 15 เท่า และมี Dividend Yield ราว 5.7% ช่วยรองรับหากมีแรงขายหุ้น

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้