วันพุธที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหว Sideway ออกข้าง โดยมีแรงขายกดดันจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และธนาคารขณะที่มีแรงซื้อหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงิน และค้าปลีก ทั้งนี้นักลงทุนยังคงจับตาการประกาศผลการประชุมเฟดในช่วงเช้ามืดของวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินในปีนี้หลังมีการเปลี่ยนประธานเฟดคนใหม่ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,587.07 จุด -0.98 จุด -0.06% มูลค่าการซื้อขาย 63,789.15 ลบ.Program Trading +658.40 ลบ. ต่างชาติ+933.34 ลบ. TFEX +841 สัญญา ตราสารหนี้+6,587.25 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ /- คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของ FED มีมติเอกฉันท์ 12-0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
+ สหรัฐฯ เปิดเผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.9%MoM ในเดือนพ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5%MoM หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4%MoM ในเดือนเม.ย. ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 6.88%YoY ในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 4.79%YoY ในเดือนเม.ย
+ รัฐบาลออสเตรเลียปรับลดคำเตือนสำหรับการเดินทางไปยัง 5 ประเทศตะวันออกกลางในวันพุธ (17 มิ.ย.) หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 507.12 จุด หรือ -0.98% หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่เควิน วอร์ช ประธาน FED คนใหม่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 0.97% ปิดที่ 76.79 ดอลลาร์/บาร์เรลท่ามกลางความไม่แน่นอนของข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่กับอิหร่านยังไม่ใช่ข้อตกลงขั้นสุดท้าย และการทำสงครามกับอิหร่านอาจปะทุขึ้นอีก หากเขาไม่พอใจข้อตกลงดังกล่าว
- รายงานคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของ FED ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ 9 คนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น นอกจากนี้ รายงาน Dot Plot ยังระบุว่า FEDไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย1 ครั้งในปีนี้
- FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสมากขึ้นที่ FEDจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. และลดโอกาสที่ FED จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมจนถึงสิ้นปีนี้ลงเหลือ 13% เทียบกับระดับ 40% ก่อนการประชุม
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และผู้น ากลุ่ม G7 คนอื่น ๆ ร่วมกันแถลงว่าจะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงมาตรการคว่ำ บาตรในภาคส่วนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
- FED ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ (GDP) ในปี 2569, 2570และ 2571 อยู่ที่ระดับ 2.2%, 2.3% และ 2.2% ตามลำดับ จากเดิมคาดการณ์ในเดือนมี.ค.ว่าจะมีการขยายตัว 2.4%, 2.3% และ 2.1% ตามลำดับ ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับ 2.0%
- ส.อ.ท.เปิดยอดดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมงวด พ.ค. ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ 84.7หลังต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่งสูง หวังอานิสงส์ "ไทยช่วยไทยพลัส-เติมเงินบัตรรัฐ"ช่วยกระตุ้น GDP ราว 0.6-0.8%
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้อ่อนตัวลงจากผลการประชุมเฟดที่มีการคงอัตราดอกเบี้ยแต่มีแนวโน้มปรับเพิ่มดอกเบี้ย 1 ครั้งภายในปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งภายในปีนี้ นอกจากนี้ ทรัมป์ ขู่ถล่มอิหร่านรอบใหม่ อย่างไรก็ตามFund Flow ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเป็นปัจจัยหนุนต่อดัชนี มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,570-1,595 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
-ราคายางพาราทรงตัวในระดับสูง : STA NER TRUBB TEGH
- สินค้าส่งออกเดือน เม.ย. ที่ยังเติบโต : DELTA HANA KCE AAI ITC
- ตลท.ประกาศหุ้นเข้าคำนวณ SET50/SET100 รอบ 2H2026 SET50 เข้า BCP, MRDIYT, TFG, THAI ออก BTS,
CBG, CENTEL, SAWAD SET 100 เข้า MRDIYT, THAI, THCOM, WHAUP ออก JAS, JMART, SISB, SJWD
- บรรลุข้อตกลงหยุดยิง : THAI BA AOT MINT ERW CENTEL WICE SONIC III