WARSH ERA ท่าทีเข้มกว่าเดิม
HORIZON MARKET VIEW
• พัฒนาการสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด ปธน. ทรัมป์ ได้ลงนามข้อตกลงชั่วคราว (แบบอิเล็กทรอนิกส์) เพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกยังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์
• ในแง่มุมของทิศทางดอกเบี้ย เช้านี้ FED มีมติเอกฉันท์ 12:0 คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ตามคาด โดยประธาน FED คนใหม่ (KEVIN WARSH) ยืนยันว่าจะนำเงินเฟ้อกลับสู่เสถียรภาพ (ยังคงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ 2%) และมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง
• FED ส่งสัญญาณ HAWKISH มากขึ้น ทำให้ตลาดเริ่ม PRICE-IN “ขึ้นดอกเบี้ย” กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ ย่อตัวลงราว -1.0% ถึง 1.3% สวนทางกับ BOND YIELDสหรัฐฯ ดีตัวขึ้นแรง โดยเฉพาะอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นราว 3.3% ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่ายืนเหนือ100 อีกครั้ง
REGION RADAR
• ROBINHOOD (HOOD US) +8% หลังบริษัทประกาศปลดพนักงาน10% เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับ แม้ปริมาณการซื้อขายจะพุ่งทำสถิติใหม่ โดยแนวโน้มปริมาณการเทรดเดือน มิ.ย. น่าจะทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง แนะนำเก็งกำไร DR: HOOD06
• INTEL ได้เริ่มกระบวนการผลิตชิปบนสถาปัตยกรรม (NODE) ที่ล้ำสมัยที่สุดของบริษัทในชื่อ "18A-P" แล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนทดลองผลิตในระยะแรก โดยจุดเด่นของชิปตัวนี้คือสามารถให้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น 9% และใช้พลังงานน้อยลง 18%
THAI FOCUS
• หุ้นเข้า-ออก SET50-100 รอบ 2H26 (ช่วง 1 ก.ค. -31 ธ.ค. 69) มีหุ้นเข้า SET50 : BCP, MRDIYT, TFG, THAI และ SET100 : MRDIYT,THAI, THCOM, WHAUP ส่วนหุ้นออก SET50 : BTS, CBG,CENTEL, SAWAD และ SET100: JAS, JMART, SISB, SJWD
• กลยุทธ์เน้นหุ้นเข้าใหม่ทั้ง 2 ดัชนีอย่าง THAI, MRDIYT คาดได้แรงหนุนจาก FLOW ทั้งช่วงก่อนและหลังวันมีผลบังคับใช้ ส่วนหุ้นถูกคัดออกให้ระวังแรงเทขายในช่วงนี้ แต่หลังวันมีผลบังคับใช้ หากหุ้นไหนมีพื้นฐานดีและ STORY เติบโตแนะนำสะสม (BTS, CENTEL, CBG)
SYNAPSE STRATEGY
• สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นโลกฟื้นจากข่าวสงครามผ่อนคลายได้ไม่นาน ก็ถูกกดดันกลับมาติดลบ จาก WARSH ส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าคาด โดยลดความหวังเรื่องลดดอกเบี้ย และเน้นคุมเงินเฟ้อมากขึ้น
• ส่วนตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงกองทุนไทยและต่างประเทศปรับพอร์ตตามดัชนีที่ปรับน้ำหนักทั้ง FTSE, SET50 SET100 และ CAPPEDWEIGHT SET50 ทุกไตรมาส อาทิ DELTA ที่ขึ้นมาแรง 34%QTDหนุนน้ำหนักใน SET50 ขึ้นจาก 10% เป็น 12.63% ทำให้เห็นแรงขายทำ WINDOW DRESSING เหมือนช่วงก่อนสิ้นไตรมาสอื่นๆ ได้
HORIZON MARKET VIEW
ดีใจสงครามผ่อนคลาย แต่เสียใจ WARSH ERA
พัฒนาการสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด ปธน. ทรัมป์ ได้ลงนามข้อตกลงชั่วคราว (แบบอิเล็กทรอนิกส์) เพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกยังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในแง่มุมของทิศทางดอกเบี้ย เช้านี้ FED มีมติเอกฉันท์12:0 คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ตามคาด โดยประธาน FED คนใหม่ (KEVIN WARSH) ยืนยันว่าจะนำเงินเฟ้อกลับสู่เสถียรภาพ (ยังคงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ 2%) และมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ประเด็น HIGHLIGHT ในการประชุมครั้งนี้ มีรายละเอียดดังนี้
• FED ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2026 ทั้ง GDP GROWTH ลดลงเหลือ 2.2% (จาก2.4%), เงินเฟ้อ PCE ดีดตัวขึ้นเป็น 3.6% (จาก 2.7%), เงินเฟ้อ CORE PCE เพิ่มขึ้นเป็น 3.3% (จาก2.7%) และอัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.3%
• DOT PLOT คาดการณ์ดอกเบี้ย ปี 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 3.8% (เดิม 3.4%) และยังคงคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยระยะยาวจะอยู่ที่ระดับ 3.1% อย่างไรก็ตาม ในครั้งถัดๆ ไป จะไม่มีการเผยแพร่คาดการณ์ DOTPLOTซึ่งอาจทำให้การตีความยากขึ้น
• มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารใหม่ ทำให้แถลงการณ์FOMC สั้นลง (ลด FORWARD GUIDANCE)
• WARSH ยังประกาศจัดตั้ง 5 คณะทำงาน (COMMUNICATION, BALANCE SHEET, DATARELIABILITY, PRODUCTIVITY & JOBS, INFLATION FRAMEWORK) เพื่อปฏิรูป FED อย่างจริงจัง
FED ส่งสัญญาณ HAWKISH มากขึ้น ทำให้ตลาดเริ่ม PRICE-IN “ขึ้นดอกเบี้ย” กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ย่อตัวลงราว -1.0% ถึง 1.3% สวนทางกับ BOND YIELD สหรัฐฯ ดีตัวขึ้นแรง โดยเฉพาะอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นราว3.3% ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่ายืนเหนือ 100 อีกครั้ง
REGION RADAR
ROBINHOOD ประกาศปลดพนักงานเพื่อปรับโครงสร้างองค์กร
ROBINHOOD (HOOD US) +8% หลังบริษัทประกาศปลดพนักงาน 10% เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับแม้ปริมาณการซื้อขายจะพุ่งทำสถิติใหม่ การเลิกจ้างในครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ $28 ล้านซึ่งมาจากเงินชดเชย ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ และการจ่ายผลตอบแทนในรูปแบบของหุ้น โดยคาดว่าการรับรู้ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบัญชีงบดุลของบริษัทในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้บริษัทได้รายงานปริมาณการเทรดในเดือน พ.ค. ทำสถิติใหม่สูงสุดใหม่ และแนวโน้มปริมาณการเทรดเดือน มิ.ย.น่าจะทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง
INTEL เริ่มเดินสายผลิตชิปสุดล้ำ ขยับเข้าใกล้ดีลใหญ่กับ APPLE อีกก้าว
INTEL ได้เริ่มกระบวนการผลิตชิปบนสถาปัตยกรรม (NODE) ที่ล้ำสมัยที่สุดของบริษัทในชื่อ "18A-P" แล้ว โดยชิป 18A-P ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนทดลองผลิตในระยะแรก โดยจุดเด่นของชิปตัวนี้คือสามารถให้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น 9% และใช้พลังงานน้อยลง 18% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และบริษัทมีโอกาสสูงในการเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตชิปบางส่วนให้กับบริษัท BIG TECH อาทิ APPLE
THAI FOCUS
หุ้นเข้าออก SET50-100 รอบ 2H26 กลยุทธ์การลงทุนเป็นอย่างไร
สรุปรายชื่อหลักทรัพย์ที่ถูกนำเข้าและถอดออกจากดัชนี SET50 และ SET100 ประจำช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569(2H26) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค.69 ดยมีรายละเอียดดังนี้
หุ้นเข้าใหม่ (ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน)
• เข้า SET50 (4 หุ้น) : BCP, MRDIYT, TFG, THAI
• เข้า SET100 (4 หุ้น) : MRDIYT, THAI, THCOM, WHAUP
หุ้นที่ถูกคัดออก (ระวังแรงขายลดน้ำหนัก)
• ออก SET50 (4 หุ้น) : BTS, CBG, CENTEL, SAWAD
• ออก SET100 (4 หุ้น) : JAS, JMART, SISB, SJWD
ไฮไลท์เด่น คือ MRDIYT และ THAI เพราะติดได้ทั้ง 2 ดัชนีหลัก(SET50-100) การเข้าสู่ดัชนีแบบนี้ อาจเป็นที่หมายปองของกองทุนประเภท PASSIVE FUND ที่ต้องเข้ามาไล่ซื้อเพื่อปรับพอร์ตให้ล้อไปกับดัชนี ณ วัน EFFECTIVEซึ่งมักจะสร้างแรงหนุนต่อราคาหุ้นในระยะสั้นถึงกลาง นอกจากนี้ยังมี BCP และ TFG ที่เข้า SET50 รวมถึงTHCOM และ WHAUP ที่เข้า SET100 ซึ่งสามารถหาจังหวะในการลงทุนตามสัญญาณทางเทคนิคได้ส่วนหุ้นที่ถูกคัดออกจาก SET50-100 ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ให้ระวังแรงเทขาย แต่หลังจากวัน EFFECTIVE แล้ว หากหุ้นใดปรับฐานลงมาลึก และมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง STORY GROWTH ดี อาทิ BTS CENTEL CBG เป็นต้น
SYNAPSE STRATEGY
กองทุนไทยเทศอยู่ช่วงปรับพอร์ตก่อนสิ้นไตรมาส
สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นโลกฟื้นจากข่าวสงครามผ่อนคลายได้ไม่นาน ก็ถูกกดดันกลับมาติดลบ จาก WARSH ส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าคาด โดยลดความหวังเรื่องลดดอกเบี้ย และเน้นคุมเงินเฟ้อมากขึ้น
ส่วนตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงกองทุนไทยและต่างประเทศปรับพอร์ตตามดัชนีที่ปรับน้ำหนักทั้ง FTSE, SET50SET100 และ CAPPED WEIGHT SET50 ทุกไตรมาส อาทิ DELTA ที่ขึ้นมาแรง 34%QTD หนุนน้ำหนักในSET50 ขึ้นจาก 10% เป็น 12.63%
ทำให้เห็นแรงขายทำ WINDOW DRESSING จากหุ้น DELTA เหมือนช่วงราวๆ 1 สัปดาห์ ก่อนสิ้นไตรมาสอื่นๆ ได้อย่างช่วง ก่อนสิ้นไตรมาส 4Q68 DELTA -9 บาท, ก่อนสิ้นไตรมาส 1Q69 DELTA -32 บาท, ก่อนสิ้นไตรมาส2Q69 DELTA -25 บาท
TOPPICK วันนี้เลือก BBL, BLA, BDMS
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์