Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

108

 

Market Wrap-Up

·      SET วันที่ 12 มิ.ย.69 ปิด +20.09 จุด อยู่ที่ 1,592.41 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,381 ลบ.  ต่างชาติซื้อ 4,477 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 537 ลบ. สถาบันขาย 31 ลบ. และรายย่อยขาย 4,983 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 4,201 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTTGC,DELTA,KTB,KBANK,SCB และยอดขาย PTTEP,KCE,PTT,CCET,IVL มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,297 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BDMS,SIRI,GOOGL01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 19,731 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 91,242 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,301 ลบ.

Market View

·     ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.70%, S&P500 +0.50%, Nasdaq +0.31% นำโดยกลุ่มวัสดุ +1.83%, การเงิน +1.35% ตอบรับข่าวสหรัฐ – อิหร่านเตรียมบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในสัปดาห์นี้ ขณะที่ SpaceX เข้าทำการซื้อขายวันแรกในตลาด Nasdaq ปิด+19.2% อยู่ที่ $160.95 และมูลค่าตลาดอยู่ที่ $ 2.1 ลล. สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA, S&P500, Nasdaq ปิด +0.7% WoW ผันผวนตามหุ้นกลุ่มเทค ฯ หลังข้อมูล US CPI พ.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.2% และ US PPI ปรับขึ้นอยู่ที่ 6.5% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 42.3% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ธ.ค. นี้ แต่ตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์ หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งยุติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ หลังการเจรจาข้อตกลงยุติสงครามมีความคืบหน้าในเขิงบวก สัปดาห์นี้วันพุธติดตามผลการประชุมเฟดคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% และถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดคนใหม่ ขณะที่ล่าสุดสำนักข่าวเผยสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน โดยจะนามลงในวันที่ศุกร์นี้ที่กรุงเจนีวา ซึ่งจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซและสหรัฐยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล รวมถึงข้อตกลงอื่น ๆ

·     ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +1.88% และ +1.7% WoW ตอบรับข่าวสหรัฐ – อิหร่านเตรียมบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว & สันทนาการ +4.1%, ธนาคาร +4.3% และกลุ่มบริการสุขภาพ Novo Nordisk +1.7% หลังได้รับการอนุมัติให้ขายยาลดความอ้วนแบบเม็ดในอังกฤษ ขณะที่ผลการประชุม ECB มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของ ธ.พาณิขย์ที่ฝากไว้กับ ECB ปรับขึ้นอยู่ที่ 2.25% และคาด ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ สัปดาห์นี้วันพฤหัสติดตามผลการประชุม BOE อังกฤษ

·     ตลาดหุ้นเอชีย ดัชนีนิเกอิ +2.8% นำโดยกลุ่มโลหะไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, เครื่องจักร และกลุ่มเทค ฯ เช่น Kioxia Holdings ผู้ผลิตหน่วยความจำ NAND Flash & SSD  รายใหญ่สุดของโลกมีมูลค่าตลาดแซงหน้า Toyota Motor ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +4.6% ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +7.8%, SK Hynix +2.3% และ Hanmi Semiconductor +24.0% หลังบริษัทเข้าซื้อหุ้น SpaceX ที่เสนอขาย IPO ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.1% ได้แรงหนุนจากอุต ฯ อวกาศของจีน ประเด็นสำคัญวันพรุ่งนี้ติดตามผลการประชุม BOJ คาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0%

·      SET +0.62% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 6.2 หมื่น ลบ. -25.4% WoW ต่างชาติขาย 1,556 ลบ. สถาบันขาย 4,556 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 2,480 ลบ. และรายย่อยซื้อ 8,592 ลบ. WoW โดยช่วงต้นสัปดาห์ดัชนี SET ปรับลดลง หลังสหรัฐ – อิหร่านเปิดฉากโจมตีกันอีกครั้ง สาเหตุมาจากเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐถูกโดรนของอิหร่านยิงตกในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น กอปรกับรายงาน US CPI & PPI พ.ค. ออกมาสูงกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้เงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มสูงขึ้น และเฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Growth สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเหนือเริ่มฟื้นตัวในช่วงศุกร์ หลังสำนักข่าวต่าง ๆ เผยสหรัฐเตรียมบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นกลับมาสู่ภาวะ Risk-On อีกครั้ง โดยดัชนี SET ได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ +5.7% WoW นำโดย DELTA ที่อยู่ใน Supply Chain ทางด้าน Data Center & AI ขณะที่กลุ่มประกัน +3.2% WoW ได้ประโยชน์จากแนวโน้ม Bond Yield ในตลาดโลกที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อ Yield ของพอร์ตลงทุนของบริษัท โดยภาวะการซื้อขายเช้านี้คาดดัชนี SET ได้ปัจจัยหนุนจากธีม De-escalation ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, รพ. จากปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติ & ขนส่งสินค้าที่จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ, กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จากราคาต้นทุนก๊าซที่ปรับลดลง และกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก & ไฟแนนท์ หลังแรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานมีแนวโน้มลดลง ประเด็นที่ต้องติดตามใน

 

 

  

สัปดาห์นี้วันอังคารผลการประชุม ครม.  & รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ และกลางสัปดาห์ ตลท.จะประกาศรายชื่อหุ้นเข้า – ออก SET50/100 ในงวด 2H/69 ซึ่งทางฝ่ายวิเคราะห์คาดหุ้นมีโอกาสเข้า SET 50 เช่น THAI, TFG, MRDIYT, BCP และหุ้นมีโอกาสเข้า SET 100 เช่น MRDIYT, WHAUP

 

 

Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 แนวต้าน 1,620 – 1,630 คาดดัชนีเช้านี้ได้ปัจจัยจากข่าวสหรัฐ – อิหร่านจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพในวันศุกร์นี้ ส่งผลให้ปัจจัยเสี่ยงสงครามลดลง แนะนำซื้อเก็งกำไรธีม De-escalation เช่น AOT,BA,BH,BDMS,CENTEL,ERW / กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน GULF,GSPC,BGRIM,AMATA,WHA,WHAUP,CK,STECON / กลุ่ม Domestic Play เช่น CPALL,CRC,KTC,AEONTS คาดได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว

 

  • BGRIM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.00 บาท) ระยะสั้นมีประเด็นบวกจากราคาพลังงาน + Bond yield ที่ปรับลดลง ขณะที่ตลาดติดตามความคืบหน้าหลักเกณฑ์ Direct PPA ค่าบริการความมั่นคงระบบ (System Security Charge) ค่าบริการสายส่ง (Wheelage Charge) ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ 2Q69 ถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซฯ ที่สูงขึ้น ขณะที่ 2H69 ทยอยฟื้นตัวตามการรับรู้รายได้โครงการใหม่ (Offshore Windfarm Nakwol-1/Hydropower US) และแนวโน้มต้นทุนก๊าซฯ ลดลง โดยมีโครงการ data center (ถือหุ้น 40% ร่วมกับ digital edge) เฟส 1 (48MW) ลูกค้า hyperscale จองเต็มแล้ว คาดเริ่ม COD ใน 4Q69 ทั้งนี้อิง consensus ตลาดคาดกำไรปี 69 ที่ 1 พันล้านบาท +25%YoY และปี 70 ที่ 2.5 พันล้านบาท +20%YoY

 

  • ERW* (ซื้อเก็งกำไร /ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.24 บาท) ธุรกิจโรงแรมมี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลาง ส่วนกำไรสุทธิ 1Q69 ของ ERW* อยู่ที่ 376 ลบ.(+9%YoY, +1% QoQ) มีแรงหนุนจาก RevPAR และ Rate ที่สูงขึ้น ขณะที่การดำเนินงานปกติ 2Q69 คาด YoY ดีต่อเนื่องแต่อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ด้าน ERW* วางเป้ารายได้ +9%YoY โดยแบ่งเป็นการเติบโตของกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัดที่ 7% และกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท (Hop Inn) ที่ 14% ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ70 กำไรสุทธิของ ERW* จะอยู่ที่ 893 ลบ.(+7%YoY) และ 981 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ค. -$2.83 อยู่ที่ $84.88 / บาร์เรล, Brent ส.ค. -$3.05 อยู่ที่ $87.33/บาร์เรล หลัง รมว.ต่างประเทศอิหร่านเผยเตรียมบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ปัจจัยด้านสงครามลดลง

 

Gold Update (+)Comex Gold ส.ค. +$124.80 ปิดที่ 4,238.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.11% อยู่ที่ 99.747 หลังราคาน้ำมันดิบปรับลดลงกว่า -3% รับข่าวสหรัฐ & อิหร่านเตรียมบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยสัปดาห์นี้ติดตามผลการประชุมเฟดวันที่ 17 มิ.ย.   

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมาขายสุทธิ -376.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -47.47 ล.ดอลลาร์ ขายหุ้นอินโด -331.31 ล.ดอลลาร์ ซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +1.85 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.416 %

(0) ดัชนี BDI ปิดทรงตัวอยู่ที่ 2,729

(+) BitCoin เช้านี้  +1.25% อยู่ที่ 65,398 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

24 มิ.ย.     ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/69

สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ

ชิ้นส่วนยานยนต์

 

ต่างประเทศ

16 มิ.ย.     JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

17 มิ.ย.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( พ.ค.)

                US ดัชนียอดขายปลีก ( พ.ค.)

                US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

18 มิ.ย.     US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 

                US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC

                US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

               

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*

 

(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA

 

(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*

 

(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้