Market Wrap-Up
- SET วันที่ 10 มิ.ย.69 ปิด -20.55 จุด อยู่ที่ 1,563.59 จุด มูลค่าการซื้อขาย 52,789 ลบ. ต่างชาติขาย 1,899 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 961 ลบ. สถาบันขาย 915 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,776 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 208 ลบ. โดยมียอดซื้อ KBANK,BBL,ADVANC,TRUE,TISCO และยอดขาย DELTA,GULF,PTTEP,BH,CCET มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,670 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BTS,BCH,MAJOR โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 9,691 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 60,801 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,422 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -1.87%, S&P500 -1.62%, Nasdaq -1.98% จากแรงขายกลุ่มอุต ฯ -3.4%, วัสดุ -2.45% และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ -3.6% หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งโจมตีรอบใหม่ต่ออิหร่าน เนื่องจากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ส่งผลให้ WTI Futures วานนี้ +2.07% อยู่ที่ $90.03/บาร์เรล และดัชนี VIX ที่วัดความผันผวน +8% อยู่ที่ระดับ 22.22 ขณะที่ ก.แรงงานสหรัฐเผย US CPI พ.ค.อยู่ที่ 4.2% & เม.ย. 3.8% YoY เป็นไปตามคาดการณ์ และสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่งผลให้เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วง ธ.ค. นี้ ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม US PPI พ.ค., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และวันศุกร์ ม.มิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เบื้องต้น มิ.ย., SpaceX เข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐมีมูลค่าระดมทุน 7.5 หมื่น ล.ดอลลาร์สหรัฐ โดบยอดจองซื้อสูงถึง 4 เท่า
- ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 -0.08% จากแรงขายกลุ่มเหมืองแร่, อุตสาหกรรม -1%, เทคโนโลยี -0.7% ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐ โดยดัชนี DAX เยอรมัน -0.97% หลังสถาบัน DIW เผยภาวะเศรษฐกิจเยอรมันปีนี้มีแนวโน้มเข้าภาวะถดถอยทางเทคนิค เนื่องจากถูกกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่วนประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามผลประชุม ECB ว่าจะตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% หลัง CPI ยูโรโซน พ.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.2% YoY
- ตลาดหุ้นเอชีย ดัชนีนิเกอิ -1.89% จากแรงขายกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, ขนส่งทางทะเล และเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -4.5% หลังตลาดหยุดรับคำสั่งขายชั่วคราวในช่วงบ่ายเป็นเวลา 5 นาที จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ เช่น Samsung Electronics -6.0%, SK Hynix -7.5% และกลุ่มการเงิน Samsung Life Insurance -6.3% โดยนักลงทุนกลับมากังวลต่อสถานการณ์ของการยิงตอบโต้กันระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน หลังเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐถูกโดรนของอิหร่านยิงตกบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.42% หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยข้อมูล CPI จีน พ.ค.อยู่ที่ 1.2% ต่ำกว่าคาดที่ 1.3% YoY และ PPI จีน พ.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.9% สูงกว่าคาดที่ 3.8% YoY บ่งชี้เงินเฟ้อจากฝั่งภาคการผลิตสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
- SET -1.30% ปริมาณการซื้อขาย 2 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 1,899 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 961 ลบ. สถาบันขาย 915 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,776 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA -3.3% ส่งผลลบต่อดัชนี -12.0 จุด ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ จากความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้เฟดต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ กอปรกับมีการย้ายเงินลงทุนในกลุ่มเพื่อนำไปจองซื้อหุ้น IPO ของ SpaceX ที่กำลังจะเข้าตลาด ขณะที่ปัจจัยสงครามในตะวันออกกลางกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งให้โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ไปยังโรงไฟฟ้า & สะพานของอิหร่าน หลังเกิดเหตุโดรนของอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐตกในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ WTI Futures เช้านี้ +2.55% อยู่ที่ $92.34/บาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, ขนส่ง, ท่องเที่ยว และไฟแนนท์ของไทย ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ กกร.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้อยู่ที่ 1.6 – 2.0% จากเดิมคาดที่ 1.2 – 1.6% เนื่องจากได้แรงหนุนจาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยภาพรวมภาวะการซื้อขายเช้านี้คาด SET มีโอกาสปรับฐาน หลังปัจจัยเสี่ยงสงครามกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง กอปรกับรอผลการประชุม ธ.กลางหลัก ๆ ว่าจะส่งสัญญาณดอกเบี้ยแบบตึงตัวหรือไม่ ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ ตลท., FETCO, AIMC จะเข้าพบ รมว.คลังเพื่อหา ม.ขับเคลื่อนตลาดทุนผ่านโครงการ TISA ( Thailand Individual Saving Account ) เพื่อดึงเม็ดเงินออมระยะยาวเข้าสู่การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้น
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,540 – 1,550 แนวต้าน 1,570 – 1,580 คาดดัชนีมีโอกาสปรับฐาน ระหว่างรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และรอผลการประชุม ธ.กลางหลัก ๆ ในสัปดาห์หน้า แนะนำเก็งกำไร BLA, TLI ได้ประโยชน์จาก Bond Yield มีแนวโน้มสูงขึ้น/ กลุ่มพลังงาน PTTEP,SPRC
- CPN* (ซื้อ / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 75.50 บาท) บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 60 เติบโต high single digit ตามการเติบโตของธุรกิจศูนย์การค้า แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโตต่อเนื่อง YoY จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าในเดือน เม.ย.เติบโตได้ 4%YoY รายได้ค่าเช่าเติบโตจากโครงการเดิมและโครงการใหม่ที่จะมีการเปิดในเดือน พ.ค.(Central ขอนแก่น แคมปัส) ขณะที่ 2H69 ยังมีปัจจัยหนุนจากการเปิดศูนย์ฯ ใหม่ในเดือน ก.ค.(Central Northville) และรับผลดีจากยอดโอนธุรกิจอสังหาฯ เพิ่มขึ้น (คอนโดขอนแก่น นครปฐม) โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่บางนา ภูเก็ต และอุบลฯ ส่วน 4Q68 มีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องจากตามฤดูกาลและคาดได้ข้อสรุปเรื่องขายทรัพย์สินเข้ากอง REIT เพิ่มในต้นปีหน้า อิง Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69 อยู่ที่ 95 หมื่นล้านบาท +4%YoY
- TRUE (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 6,589 ลบ. (+303%YoY , +65%QoQ) ไม่มีรายการพิเศษลบก้อนใหญ่เข้ามากดดัน ประจวบกับมาร์จิ้นปรับปรุงดีขึ้น YoY จาก 1.การได้มาซึ่งใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่(2300 MHz/1500MHz) 2.สินสุดสัญญาการจัดการความถี่กับ NT และ 3.การประหยัดต้นทุนจาก EPL ส่วนการดำเนินงานในช่วง 2Q69 คาดหวังการประคองตัว QoQ ขณะที่ YoY ยังคาดเป็นบวกต่อเนื่องจากตุ้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง ภาพรวมเรายังมอง TRUE เป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจ และมองบวกต่อนโยบายการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส ขณะที่ระยะสั้นมี Sentiment บวกจากการใช้ Data ที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงบอลโลก
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ก.ค. +$1.83 อยู่ที่ $90.03 / บาร์เรล, Brent ส.ค. +$1.65 อยู่ที่ $93.10/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งให้โจมตีระลอกใหม่ต่อเป้าหมายโรงไฟฟ้า, สะพานของอิหร่าน ขณะที่รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 7.2 ล.บาร์เรล ลดลงมากกว่าคาดจะลด 3 ล.บาร์เรล
Gold Update (-)Comex Gold ส.ค. -$153.10 ปิดที่ 4,133.30 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังข้อมูล US CPI พ.ค. ปรับอยู่ที่ 4.2% ตามคาด ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเฟดอาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -223.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -57.69 ล.ดอลลาร์ ขายหุ้นอินโด -173.91 ล.ดอลลาร์ ซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +7.65 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.551 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -47 จุด อยู่ที่ 2,771
(+) BitCoin เช้านี้ +0.70% อยู่ที่ 62,135 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
10 มิ.ย. ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
สัปดาห์ที่2 ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและ
อัพเดตสถานการณ์ลงทุน
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความ
เชื่อมั่นหอการค้าไทย
สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
09 มิ.ย. US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) ( พ.ค.)
10 มิ.ย. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( พ.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
11 มิ.ย. EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย (มิ.ย.)
EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป
US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (เดือนต่อเดือน) ( พ.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*
(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA
(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*
(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th