ภาวะตลาด: SET Index วานนี้อ่อนลง ปิดตลาด -20.55 จุด ที่ 1563.59 มูลค่าซื้อขาย 5.2 หมื่นลบ. โดยยังเป็นการลดลงของราคาหุ้น Big cap เช่น DELTA, ADVANC, GULF, KTB, PTTEP, BAY, CCET ฯลฯ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -1.9 พันลบ. สถาบันในปท.ขายสุทธิ -916 ลบ. พอร์ตบล.ขายสุทธิ -961 ลบ. ส่วนรายย่อยซื้อสุทธิ +3.8 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- ด้านภูมิรัฐศาสตร์: สำนักข่าว Fox News รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.26 ว่าปธน.ทรัมป์ กล่าวว่าเขาอาจสั่งให้กองทัพสหรัฐทำการโจมตีเพิ่มเติมต่อโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านใช้เวลาในการบรรลุข้อตกลงนานเกินไป ล่าสุดเช้าวันนี้ (11 มิ.ย.26) เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังอิหร่านและสหรัฐ ในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน หลังกองบัญชาการทหารหลักของอิหร่าน ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด
- สหรัฐ: ดัชนี CPI ปรับขึ้นเป็น 4.2% เดือนพ.ค. จาก 3.8% เดือนเม.ย. ส่วน Core CPI เพิ่ม 2.9% เป็นไปตามคาดการณ์ของตลาด...เราคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยระยะสั้นในการประชุม 16-17 มิ.ย.นี้
- จีน: ดัชนี PPI พุ่ง 3.9% YoY สูงสุดนับตั้งแต่ก.ค.2022-ดัชนี CPI ปรับขึ้น 1.2% YoY ต่า กว่าตลาดคาดเล็กน้อย
-ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรง จากการเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการกลับมาปะทะกันระหว่างสหรัฐกับอิหร่านรอบใหม่ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยี และการปะทะระหว่างสหรัฐ-อิหร่านกลับมาอีกรอบ สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT ปรับขึ้น ราว 2% เป็น 90-93 US$/bbl ส่วนเช้านี้ บวกขึ้นอีกประมาณ 2% เป็ น 92-95 US$/bbl ด้านสัญญาทองคา ส่งมอบส.ค.26 ลดลง -153.10 US$ เป็น 4,133.30 US$/ออนซ์
-ด้านดัชนีค่าเงิน US$ แข็งขึ้นเป็ น 100.01; ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.93 บาท/US$ ส่วน US bond yield 10 ปี ปรับข้นึ เป็น 4.56% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ขยับขึ้นเล็กน้อยเป็ น 150.95 ดัชนี Baltic Dry Index ลดลงสู่ 2,771
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- ไทย: ครม.เห็นชอบให้ไทยทำ FTA กับภูฎาน คาดจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว 0.02-0.03% เริ่ม 1 ม.ค.2027
กลยุทธ์: เลือกและทยอยสะสมจังหวะราคาอ่อนตัว…ระยะสั้น SET หลุดเส้น SMA10 ในวันที่ระดับ 1570 แล้ว ทำให้สัญญาณทางเทคนิคเป็นลบมากขึ้นการอ่อนตัวต่อมีแนวรับ 1550-1540, 1510-1500, 1480 ส่วนการรีบาวด์มีแนวต้าน 1570, 1580-1590, 1600-1610 ตามลำดับ
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: TRUE – ราคาหุ้นปัจจุบันยังอยู่ใกล้เคียงกับช่วงที่บริษัทขาดทุน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เราคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตเฉลี่ยราว 17% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี FY2026F–2028F โดยหลักมาจาก ARPU เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้นหลังควบรวมกิจการกับ DTAC ที่ทำให้ต้นทุนโครงข่าย & ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลง, มีการรวมศูนย์ระบบ IT และ Back Office รวมทั้งสามารถลดจำนวนเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ซ้ำซ้อนลง ด้านงบดุล แนวโน้มแข็งแรงขึ้น จากกระแสเงินสดดำเนินงานที่ดีขึ้น และการทยอยชำระคืนหนี้ บริษัทจ่ายปันผลดี โดยคาด DY ปีนี้ที่ 3.6% (ปรับนโยบายเป็นจ่ายปันผลทุกไตรมาส เริ่มตั้งแต่ 1Q26 เป็นต้นไป) ณ ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ EV/EBITDA ปีนี้ที่ 8.0 เท่า แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829