Today’s NEWS FEED

News Feed

ฟิทช์ คงอันดับเครดิตของธนาคารกรุงไทยที่ 'BBB+' แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ และ 'AAA(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

55

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(9 มิถุนายน 2569)------------ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating (IDR)) ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ที่ 'BBB+' แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ นอกจากนี้ฟิทช์ได้ประกาศคงอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (Government Support Rating: GSR) ที่ 'bbb+' และอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน ที่ 'bbb’

ทั้งนี้ฟิทช์ เรทติ้งส์ ยังประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพรายละเอียดทั้งหมดของอันดับเครดิตแสดงไว้ในส่วนท้ายประกาศนี้

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตพิจารณาจากการสนับสนุนจากรัฐบาล: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KTB พิจารณาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งสูงกว่าอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารอยู่หนึ่งอันดับ และสะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ว่าธนาคารมีโอกาสสูงที่จะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษจากรัฐบาลไทย (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ) อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น ที่ 'F1' เป็นตัวเลือกที่สูงกว่า สะท้อนถึงโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารมีความแน่นอนมากกว่าในระยะสั้น

อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวยังพิจารณาถึงโครงสร้างเครดิตของ KTB เปรียบเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วยและสะท้อนถึงความคาดหมายว่าธนาคารมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้อยู่ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นในประเทศ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ สอดคล้องกับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทย อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ เนื่องจากฟิทช์เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของประเทศไทยจะไม่ส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคาร

แนวโน้มในการสนับสนุนของภาครัฐยังคงอยู่ในระดับสูง: อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTB อยู่สูงกว่าธนาคารขนาดใหญ่รายอื่นหนึ่งอันดับ สะท้อนถึงสถานะของการเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งเดียวที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยมีความเชื่อมโยงในการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง KTB และกระทรวงการคลัง โดยธนาคารได้ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลักในการกระจายเงินช่วยเหลือของโครงการต่างๆของภาครัฐ

ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอจำกัดการเติบโตของธนาคาร: เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวในอัตราที่ช้ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งจำกัดศักยภาพการเติบโตของธนาคาร แม้ว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของธนาคารไทยที่ผ่านมายังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี อันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของภาคธนาคารไทยสะท้อนมุมมองของฟิทช์ที่ว่ารัฐบาลไทย มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของตลาดการเงิน

เครือข่ายธุรกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่ง: KTB เป็นหนึ่งในธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และมีส่วนแบ่งการตลาดด้านเงินฝากที่ 16% อย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งฟิทช์คาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้มีกำไรอย่างต่อเนื่องตลอดวัฏจักรเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ธนาคารยังมีจุดแข็งเป็นพิเศษในด้านธุรกรรมธนาคาร (transactional banking) ซึ่งช่วยสนับสนุนฐานเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำของธนาคาร

โครงสร้างความเสี่ยงที่คงที่: โครงสร้างความเสี่ยงของ KTB สะท้อนมุมมองของฟิทช์ว่า การที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อาจทำให้ธนาคารให้การสนับสนุนแก่ผู้กู้ที่อาจมีแนวโน้มมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหากภาวะเศรษฐกิจของไทยปรับตัวแย่ลง แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงดังกล่าวถูกลดทอนลงอย่างมาก จากการที่ธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำให้แก่หน่วยงานรัฐบาล และนโยบายการตั้งสำรองที่ระมัดระวังมากขึ้น

ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้: อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมของ KTB ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3.3%-3.5% ในปี 2567-ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารมุ่งเน้นในสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีนโยบายในการจัดการ NPL อย่างต่อเนื่องผ่านการตัดหนี้สูญ (write off) ฟิทช์คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวด้อยลงในปี 2569 แต่ด้วยอัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 202% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 และผลการดำเนินงานที่ดีของธนาคาร น่าจะช่วยรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

ความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นต่อเนื่อง: ฟิทช์ได้ปรับเพิ่มอันดับคะแนนปัจจัยด้านรายได้และความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร เป็น ‘bbb/แนวโน้มอันดับคะแนนมีเสถียรภาพ’ จาก ‘bbb-/แนวโน้มอันดับคะแนนมีเสถียรภาพ’ สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นนี้น่าจะทรงตัวได้ต่อเนื่อง ธนาคารมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 3.1% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ปี 2568: 3.0%) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 2.0% ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสินทรัพย์น้ำหนักตามความเสี่ยง (risk weighted asset) ที่ค่อนข้างต่ำ และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงอาจส่งผลให้อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไรปรับลดลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารจะยังคงสูงกว่าธนาคารอื่น

ฐานะเงินกองทุนที่ยังคงแข็งแกร่ง: อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CET1 ratio) ของ KTB ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 18.5% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 จาก 19.3%ในปี 2568 แต่ยังคงสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นผลมาจากสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงต่อสินทรัพย์รวมที่ค่อนข้างต่ำกว่าของธนาคาร อัตราส่วนเงินกองทุน CET1 ของธนาคารอาจปรับลดลงเล็กน้อยในปี 2569 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้นและการมุ่งเน้นการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าฐานะเงินกองทุนของธนาคารจะยังคงเป็นกันชนที่แข็งแกร่งในการรองรับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดได้
ความยืดหยุ่นของแหล่งเงินทุนและสภาพคล่อง: โครงสร้างการระดมเงินทุนและสภาพคล่องของ KTB สะท้อนให้เห็นถึงฐานลูกค้าเงินฝากที่มั่นคง ซึ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งจากการเป็นธนาคารหลักด้านการบริหารเงินสดของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ธนาคารยังคงรักษาสินทรัพย์สภาพคล่องคุณภาพสูงในระดับที่เพียงพอ โดยมีอัตราส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio: LCR) อยู่ที่ 203% ณ สิ้นปี 2568

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KTB อาจได้รับการปรับลดอันดับเครดิต หากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลถูกปรับลดอันดับ

การพิจารณาอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KTB พิจารณารวมถึงโครงสร้างเครดิตที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเปรียบเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดันดับในประเทศไทย

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของธนาคารอาจถูกปรับลดอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารถูกปรับลดลง

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอาจได้รับการปรับลดอันดับหากอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญในด้านต่างๆ ปรับตัวด้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (risk appetite) ที่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตัวอย่างเช่น อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพเฉลี่ย 4 ปี ที่สูงเกิน 4% (ไตรมาสที่ 1 ปี 2569: 3.3%) และอัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ต่ำกว่า 120% ควบคู่ไปกับการปรับตัวลดลงของอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ส่วนที่เป็นเจ้าของ ลงไปต่ำกว่า 15% และ อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงลดลงไปต่ำกว่า 2.5% อย่างต่อเนื่อง (ไตรมาสที่ 1 ปี 2569: 3.1%)

นอกจากนี้ความแข็งแกร่งทางการเงินอาจได้รับการปรับลดอันดับได้หากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญและส่งผลให้ต้องมีการทบทวนการประเมินอันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของอุตสาหกรรมธนาคาร รวมถึงปัจจัยอื่นที่ใช้ในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน เช่น อันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างธุรกิจและอันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างความเสี่ยง

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลอาจถูกปรับลดอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยถูกปรับลด นอกจากนี้อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลยังอาจถูกปรับลดอันดับได้หากความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของ KTB หรือการเชื่อมโยงกับรัฐบาลและสัดส่วนการถือหุ้นจากรัฐบาล มีการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์ไม่คาดว่าทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะสั้น

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของ KTB อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลได้รับการปรับเพิ่มอันดับ

อันดับเครดิตภายในประเทศของ KTB เป็นอันดับเครดิตสูงสุดแล้ว จึงไม่มีโอกาสได้รับการปรับเพิ่มอีก

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KTB ไม่น่าจะได้รับการปรับเพิ่มอันดับในระยะสั้นเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งอาจจำกัดการปรับตัวดีขึ้นของคุณภาพสินทรัพย์และผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาว หากธนาคารมีฐานะทางการเงินที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างยั่งยืนโดยที่ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของธนาคารไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมด้วยการมีสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวน่าจะส่งผลให้อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่นการรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงเฉลี่ย 4 ปีที่ระดับสูงกว่า 3.0% และการลดอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเฉลี่ย 4 ปีที่ระดับต่ำกว่า 3% พร้อมทั้งการดำรงความสามารถในการรองรับความเสี่ยงอื่นๆ เช่น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ส่วนที่เป็นเจ้าของ ที่ระดับสูงกว่า 16%

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลอาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยได้รับการปรับเพิ่มอันดับ แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าเกิดขึ้นได้ในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง เนื่องจากปัจจุบันอันดับเครดิตของประเทศไทยมีแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

อันดับเครดิตหุ้นกู้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
KTB
หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ของธนาคารได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KTB อยู่ 2 อันดับ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ในการจัดอันดับของฟิทช์เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ (loss severity risk) ที่มากกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ที่ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน ฟิทช์ไม่ได้มีการปรับลดอันดับเครดิตเพิ่มเติมสำหรับความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ (non-performance risk) เนื่องจากตราสารไม่มีคุณสมบัติรองรับผลขาดทุนระหว่างการดำเนินกิจการ (going-concern loss absorption) เช่น คุณสมบัติของการยกเลิกหรือการเลื่อนจ่ายดอกเบี้ย ทั้งนี้ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เป็นอันดับเครดิตอ้างอิงของหุ้นกู้ดังกล่าว เพื่อสะท้อนถึงความคาดหวังของฟิทช์ว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ KTB ก่อนที่จะถึงจุดที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล (Long-Term IDR(xgs)) ของ KTB สอดคล้องกับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล (Short-Term IDR(xgs)) พิจารณาจากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลและเทียบได้กับ F3(xgs) เนื่องจากอันดับคะแนนด้านการระดมเงินทุนและสภาพคล่องนั้นยังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของฟิทช์ที่อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า ‘bbb+’ จึงจะทำให้ได้รับการเทียบอันดับที่สูงขึ้น

KTBCY
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term IDR) ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหมู่เกาะเคย์แมน (KTBCY) ที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ อยู่ในระดับเดียวกันกับ KTB เนื่องจาก KTBCY มีสถานะเป็นนิติบุคคลเดียวกันกับ KTB

อันดับเครดิตของโครงการหุ้นกู้ MTN มูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯของ KTBCY คงอันดับที่ ‘BBB+’ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KTBCY เนื่องจากโครงการหุ้นกู้ดังกล่าวบ่งชี้ถึงภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของ KTBCY

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล (Long-Term IDR (xgs)) ของ KTBCY ‘BBB(xgs)’ อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของKTB เนื่องจากมีสถานะเป็นนิติบุคคลเดียวกัน อันดับเครดิตสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล ก็อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTBCY

อันดับเครดิตหุ้นกู้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
อันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิอาจได้รับการปรับลดอันดับตามการปรับลดอันดับของอันดับเครดิตอ้างอิง ซึ่งก็คือ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTB จะเปลี่ยนแปลงไปตามอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของธนาคารน่าจะถูกปรับลดอันดับลง หากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล (Long-Term IDR (xgs)) ถูกปรับลดลงไปที่ ‘BB+(xgs)’ หรือ ต่ำกว่า
การปรับลดลงของอันดับเครดิตสากลระยะยาวของ KTB จะส่งผลในทิศทางเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลระยะยาวและอันดับเครดิตของโครงการหุ้นกู้MTN ของ KTBCY

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล และอันดับเครดิตสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTBCY จะถูกปรับลดอันดับตามอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTB

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตอ้างอิงของหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ซึ่งคือ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวนั้นอยู่ในอันดับสูงสุดแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสที่ได้รับการปรับเพิ่มอันดับอีก เว้นแต่ฟิทช์ประเมินว่าระดับการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ (loss severity) ในกรณีที่ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ จะไม่อยู่ในระดับที่สูงมากนัก ซึ่งนั้นหมายถึงการปรับลดอันดับหุ้นกู้ด้อยสิทธิให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวเพียง 1 อันดับจากอันดับเครดิตอ้างอิง จากระดับปัจจุบันที่ต่ำกว่าอยู่ 2 อันดับ แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่าสมมุติฐานดังกล่าวจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTB อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารมีการปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของธนาคารอาจถูกยกเลิกได้หากอันดับความแข็งแกร่งของธนาคารได้รับการปรับเพิ่มอันดับ ที่ ‘bbb+’ หรือสูงกว่า หรือหากอันดับเครดิตของ KTB มิได้อ้างอิงจากปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล

การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KTB น่าจะส่งผลให้อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KTBCY และอันดับเครดิตของโครงการหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ KTBCY ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเช่นกัน
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล และอันดับเครดิตของโครงการหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTBCY อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับ หากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTB มีการปรับเพิ่มขึ้น

การปรับคะแนนของปัจจัยในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน
อันดับคะแนนที่ให้แก่ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ 'bbb' อยู่สูงกว่าคะแนนตามเกณฑ์ที่อยู่ในกลุ่ม 'bb' จากการปรับเพิ่มคะแนนด้วยปัจจัยด้าน 'อันดับเครดิตของประเทศ'

แหล่งข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการพิจารณาอันดับเครดิต
แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการประเมินอันดับเครดิตมีรายละเอียดเปิดเผยอยู่ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้องของฟิทช์

อันดับเครดิตที่มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น
อันดับเครดิตของ KTB มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KTBCY มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KTB

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
KTB มีระดับคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ระดับ 4 สำหรับความสัมพันธ์ของโครงสร้างธรรมาภิบาล (Governance Structure) เนื่องจากการถือหุ้นโดยรัฐบาลในธนาคารและมีโอกาสที่ภาครัฐจะมีอิทธิพลต่อการกำกับดูแลกิจการและความเสี่ยง (risk governance) และโครงสร้างทางการเงินของธนาคาร ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบทางลบต่อโครงสร้างเครดิตและสัมพันธ์ต่ออันดับเครดิตเช่นเดียวกับปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตอื่น

หากไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้ แสดงว่าธนาคารมีระดับคะแนนความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต ไม่เกินระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตาม รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก www.fitchratings.com/esg

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้
KTBCY
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KTBCYที่ ‘BBB+’; แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KTBCY ที่ ‘BBB(xgs)’
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ KTBCY คงอันดับที่ ‘BBB+’
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ KTBCY คงอันดับที่ ‘BBB(xgs)’
KTB:
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AAA(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
- อันดับความเข็งแกร่งทางการเงิน คงอันดับที่ ‘bbb’
- อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล คงอันดับที่ 'bbb+'
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของธนาคาร คงอันดับที่ ‘F3(xgs)’
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของธนาคาร คงอันดับที่ ‘BBB(xgs)’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ด้อยสิทธิสกุลเงินบาทที่นับเป็นกองทุนขั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 คงอันดับที่ ‘AA(tha)’

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้