คาด SET Index จะปรับตัวขึ้น แล้วค่อยๆย่อลงมา:มองแรงหนุนมาจากความหวังในการบรรลุ MoU สันติภาพ ระหว่าง สหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่ Upside คาดถูกจำกัดด้วยคำเตือนของตลาดที่ชี้ว่า DELTA อาจถูกเกณฑ์ Cash Balance อีกครั้ง หากถูกเก็งกำไรมากไปและ อาจมีแรงขายช่วงท้ายตลาดก่อนวันหยุดยาว
แนวรับ-ต้าน
1,560–1,580
กลยุทธ์การลงทุน
1) ม า ต ร ก า ร ภ า ค รั ฐ: AEONTS, BEM, CPALL,CPAXT, ERW, KTB, SCB, TIDLOR, ADVANC,TRUE
2) Outlook ดีใน 2Q69: AMATA, GULF, KBANK,MINT, OR, SPALI, WHA, SINGER
3) High Beta + MSCI : MRDIYT, TFG, CPN, PTT,KCE, SCGP, STECON, CK
4) คาดเข้า SET50/100 เบื้องต้น: BCP50, BTG50,TFG50, NER100, PSL100, THCOM100
ดีใจรอเซ็น MoU แต่ยังมีคำขู่ DELTA กดดัน
ข่าวดีเริ่มเข้ามา หุ้น High Beta ต้องมี: แหล่งข่าวจาก Axiosรายงานว่า วอชิงตัน และ เตหะราน ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระยะเวลา 60 วันแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการอนุมัติจากทรัมป์ซ่ึงข้อตกลงที่น่าสนใจ คือ ช่องแคบฮอร์มุซต้องกลับมาเปิดและให้ขนส่งสินค้าผ่านอย่างไม่มีข้อจำกัด และ จะต้องมีการยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือ/ชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงต้องมีการให้คำมั่นว่าอิหร่านจะไม่มีการแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์อีกโดยรวมสร้างความหวังให้การเปิดช่องแคบ Hormuz เร็วๆนี้ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ย่อตัวตอบรับข่าวดังกล่าวมาอยู่ต่ากว่า 90ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้น แม้PCE และ Core PCE เดือน เม.ย.69เมื่อคืนนี้จะออกมาเร่งตัวขึ้นแต่ภาพความกังวลในการเร่งตัวของเงินเฟ้อระยะถัดไปจะเริ่มเบาบางลง จึงมองเป็นแรงหนุนต่อภาพการลงทุนของตลาดหุ้นทั่วโลก ด้าน Vix Index ปรับตัวลงมาที่15.89 จดุ ทำจุดต่าสุดนับตั้งแต่วนั ที่ 27 ม.ค. 69 สะท้อนภาพการคลายความกังวล มองเป็นโอกาสของหุ้น High Beta รวมถึงหุ้นที่ถูกเพิ่มเข้าค านวนในดัชนีMSCI Global Small Cap อย่างMRDIYT และ TFG แต่ต้องระวังแรงขายหุ้นที่ถูกปรับน้ำหนัก
เตือนแล้วนะ! DELTA อย่าชะล่าใจ : คาด Upside ของตลาดอาจถูกกดดันจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ออกมาเตือนว่า ปัจจุบันDELTA อยู่ใน Cooling Period นั่นคือ ในช่วง 1 เดือนหลังหลุดเกณฑ์ Cash Balance ตลาดหลักทรัพย์ยังจับตาการเก็งกำไรไกล้ชิด หากมีสัญญาณการเก็งกำไรเกินราคาพื้นฐานมากเกินไปอาจถูกยกระดับเกณฑ์ Cash Balance เป็นระดับ 2 ซ่ึงการเคลื่อนไหวของ DELTA มีผลต่อทิศทางตลาดมากจึงมองเป็นไปได้ที่ในวันนี้ราคา DELTA ที่ถูกกดดันจากประเด็นดังกล่าว จะกดดันภาพรวมตลาด รวมถึงอาจมีแรงขายบางส่วนก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว
ปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า : TH- CPI +Core CPI (May),US- S&P Global Manufacturing PMI(May)/ ISM ManufacturingPMI (May)/ JOLTS Job Openings (Apr)/ Average HourlyEarnings (May)/ Nonfarm Payrolls (May)/Unemployment Rate(May), EU-CPI(May), JP- Household Spending (Apr)
ปัจจัยเพิ่มเติม
(+)รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงในช่วงปลายปีนี้ หลังผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นเริ่มลดลง
(+) ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศปี 2569 หลังเห็นภาพอุตสาหกรรมสินค้าเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงอยู่ในวัฏจักรขาขึ้น หนุนหุ้นอิเล็กฯ ไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน
(-) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI)เดือนเม.ย.69 อยู่ที่ระดับ 92.76 หดตัว 0.36%y-y โดยรับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาลดลง รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่ยังอยู่ในระดับสูง 86.7% ต่อ GDP
(-) Toyota Motorเผยยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในเดือนเม.ย. ปรับตัวลงเป็นเดือนที่3 ติดต่อกัน รับแรงกดดันจากยอดขายที่หดตัวในจีนและตะวันออกกลาง
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
ธีรดา ชาญยิ่งยงค์- นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และทางเทคนิค #9501
ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #37928
ภัทรดนัย จตุรพร – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #094041
พศุตม์ โงวิวัฒน์ชัย, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #127632
ชนพัฒน์ สุวิยานนท์, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้าน
ตลาดทุน และทางเทคนิค #139549
ฐนพงษ์ แซ่โล้ – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วัชรพล สร้างกุศล – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์