Market Wrap-Up
- SET วันที่ 28 พ.ค.69 ปิด -1.98 จุด อยู่ที่ 1,568.77 จุด มูลค่าการซื้อขาย 62,570 ลบ. สถาบันขาย 471 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,073 ลบ. ต่างชาติขาย 2,209 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,753 ลบ.NVDR มียอดขายสุทธิ 582 ลบ. โดยซื้อ KBANK,AOT,PTT,PTTGC,WHA และขาย DELTA,HANA,GULF,ADVANC,SCC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,404 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น SCCC,SP50001,CPALL โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 7,506 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 76,293 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,573 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี DJIA +0.05%, S&P500 +0.58%, Nasdaq +0.91% หลังคณะเจรจาสหรัฐ & อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน โดยอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก ปธน.ทรัมป์ โดยตลาดหุ้นสหรัฐได้แรงหนุนจากกลุ่มเฮลธ์แคร์ +1.4% นำโดยEli Lilly +4% หลัง CVS Health บริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐ จะบรรจุยาฉีดลดน้ำหนัก Zepbound ของ Eli Lilly เข้าสู่ระบบสิทธิประโยชน์ ขณะที่กลุ่มเทค ฯ +1.3% นำโดย MSFT +3.5% รับข่าวเตรียมเปิดตัวโมเดลเขียนโค้ดรุ่นใหม่ และ Snowflake บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล +36% หลังบริษัทบรรลุข้อตกลงพัฒนาโครงสร้างพื้นด้าน AI ให้กับ ASW เป็นเวลา 5 ปี มูลค่า 6 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจนั้น US PCE เม.ย. อยู่ที่ 3.8% & มี.ค. 3.5% YoY เป็นไปตามคาดการณ์ และรายงาน US GDP Q1/69 ครั้งที่ 2 อยู่ที่ +1.6% & ครั้งแรกที่ +2.0% QoQ
- ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 -0.49% จากแรงขายกลุ่มธนาคาร –1%, ประกันภัย -1.9% จากความกังวลผลการประชุม ECB ในวันที่ 11 มิ.ย. มีโอกาส 90% ที่ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เพื่อคุมเงินเฟ้อของยุโรป ขณะที่กลุ่มเทค ฯ ปรับขึ้นนำโดย Soitec ผู้ผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ +24.6% หลังบริษัทรายงานยอดขายประจำปีสูงกว่าคาด และกลุ่มกลาโหมก็ปรับขึ้น นำโดย Saab +7.4%, Rheinmettal +4.1% รับข่าวแคนาดา & นอร์เวย์จัดซื้ออาวุธจากยูโรปเพิ่มมากขึ้น ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันนี้ติดตาม CPI เยอรมัน, ฝรั่งเศส, สเปน เบื้องต้น พ.ค.
- ตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนีนิเกอิ -0.47% จากแรงขายกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, ประกันภัย, พลังงงาน & ก๊าซ และเทคโนโลยี หลังสหรัฐได้โจมตีอิหร่านรอบที่ 2 ส่งผลให้ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐ – อิหร่านยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -0.53% หลัง ธ.กลางเกาหลีใต้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 5% เป็นครั้งที่ 8 บนความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่อาจสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเกาหลีใต้ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.152% และหุ้นSamsung Electronics -2.44%, SK Square -3.06% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.12% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ เช่น Cambricon Tech +3.8%, SMIC +5.1%, Zhongji Innolight +7.8% หลังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีนเผยปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติเข้าถือครองหุ้น A-Share คิดเป็นมูลค่า 5.86 แสน ล.ดอลลาร์สหรัฐ
- SET วานนี้ -0.13% ปริมาณการซื้อขาย 2 หมื่น ลบ. สถาบันขาย 471 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,073 ลบ. ต่างชาติขาย 2,209 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,753 ลบ. โดยดัชนีผันผวนตามการเคลื่อนไหวของ DELTA หลัง ตลท. เตือนให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายหลักทรัพย์ในหมวด ETRON หลังพบว่ามีอัตรา P/E, P/BV, Turnover ratio อยู่ใรระดับสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะเก็งกำไรค่อนข้างสูง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มระมัดระวังในซื้อเก็งกำไรหุ้น DELTA ซึ่งอยู่ในช่วง Cooling period เป็นเวลา 1 เดือนหลังพ้นจาก ม.Cash Balance ระดับ 1 ส่วนกลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี คือ ค้าปลีก นำโดย CPALL,CPAXT ได้ปัจจัยหนุนจากเม็ดเงินของโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่จะเริ่มเบิกจ่ายได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนกลุ่มโรงแรมและขนส่งนำโดย AOT, MINT มีเม็ดเงินเข้ามาเก็งกำไรหลังการรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทยช่วง 18-24 พ.ค.69 ออกมา +11%WoW รวมถึง Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ยังดูผ่อนคลายในตะวันออกกลาง ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามในวันนี้ช่วงปิดตลาด คือ ผลของ MSCI รีบาลานท์ ซึ่งคาดจะมีเม็ดเงิน ไหลออกราว 8 พัน ลบ. โดยไม่มีหุ้นเข้า – ออกจาก Global Standard Index ส่วน Small Cap Index มีหุ้นเข้าใหม่ คือ MRDIYT, TFG / ออก คือ TOA ซึ่งอาจส่งผลให้ดัชนีความผันผวนสูงในช่วงปิดตลาด
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,555-1,560 แนวต้าน 1,580 คาดดัชนี SET มีโอกาสฟื้นตัวหลังสหรัฐ – อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน กอปรได้แรงหนุนจาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อในสัปดาห์หน้า แนะนำทยอยกลุ่มค้าปลีก CPALL,CPAXT, BJC, TNP กลุ่มรับเหมาฯ CK,STECON,PYLON กลุ่มขนส่ง/สายการบิน AOT,BA กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC,BGRIM กลุ่มท่องเที่ยว ERW VRANDA,CENTEL,AWC
- MOSHI* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 48.50 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 191 ล้านบาท -21%QoQ, +22%YoY การเติบโต YoY มาจากรายได้ +17%YoY หนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และการเปิดสาขาใหม่ ขณะที่ GPM ดีขึ้นอยู่ในระดับ 3% แนวโน้ม 2Q69 กำไรขยายตัวได้ต่อทั้ง QoQ, YoY โดย SSSG (QTD) ยังเป็นบวกได้เล็กน้อยแม้ทรงตัวช่วง เม.ย. และจากสาขาใหม่ที่จะเปิดอีก 11 สาขา พร้อมออก collection กระตุ้นยอดขายในช่วงที่เหลือของปี โดยบริษัทวางเป้ารายได้ทั้งปี 69 เติบโต +15-20%, SSSG +3-5% และสาขาใหม่ 35 แห่ง (1Q69 เปิด 6 แห่ง) ตั้งเป้า GPM เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนการขายกลุ่มค้าปลีกและ product mix ให้ตอบโจทย์กำลังซื้อปัจจุบัน ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69 ที่ 788 ล้านบาท +17%YoY
- MRDIYT* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 10.39 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 678 ลบ.(+25%YoY, -20% QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ส่วน YoY ยังบวกได้ดี แม้ SSSG เพียง +1%YoY แต่มีหนุนยอดสาขาใหม่ ได้ประโยชน์จาก Economy of Scale รวมถึง Finance Cost ที่ลดลง ด้านการดำเนินงานในช่วง 2Q69 ยังมีโอกาสบวกได้ต่อทั้ง YoY QoQ หนุนจากสาขาใหม่ ประเภทของสินค้าของ MRDIYT* ที่ผู้บริโภคมองว่า “คุ้มค่า” และ กำลังซื้อของคนไทยที่ได้แรงหนุนจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสในช่วงเดือนมิ.ย.69 ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิ MRDIYT* ปี69 และ70 ที่ 3,090 ลบ.(+17%YoY) และ 3,587 ลบ.(+16%YoY)
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ก.ค. +$0.22 อยู่ที่ $88.90 / บาร์เรล, Brent ก.ค. -$0.58 อยู่ที่ $93.71/บาร์เรล โดยสัญญาน้ำมันดิบปรับลดลงตอบรับข่าวสหรัฐ – อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงต่อไปอีก 60 วัน
Gold Update (+)Comex Gold ส.ค. +$50.90 ปิดที่ 4,532.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.19% รับข่าวสหรัฐ – อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน ซึ่งเป็นผลบวกต่อสัญญาทองคำ
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -76.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ขายหุ้นไทย -67.84 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นฟิลิปปินส์ -8.41 ล.ดอลลารห์สหรัฐ ตลาดหุ้นอินโด ฯ ปิดทำการในวันหยุด
(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 4.436 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +102 จุด อยู่ที่ 3,226
(-) BitCoin เช้านี้ -0.94% อยู่ที่ 73,615 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
25 พ.ค. กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ ชิ้นส่วน
ยานยนต์
สภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1/69
29 พ.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ต่างประเทศ
26 พ.ค. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี ( พ.ค.)
28 พ.ค. US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index (เม.ย.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 1)
US ยอดขายบ้านใหม่ (เม.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*
(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA
(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*
(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th