Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

156

 

 

สรุปภาพตลาดวานนี้ หุ้นไทยแกร่ง หุ้นในพอร์ตบวกแรง โดยหุ้นบวกแรงหลักๆ มีอิเล็กทรอนิกส์ CCET (แรงสุด) SICT SMT ตามมาด้วย KCE HANA DELTA ส่วนกลุ่มอื่นๆ สังเกตุว่ามีหุ้นกลางๆ-เล็ก เล่นแรงแล้ว เช่น EA STPI AMARC NEX TSE FSMART ส่วนแรงขายหลักๆ อยู่ในหุ้นไอซีที พลังงาน อาหาร


แนวโน้มตลาดวันนี้ หุ้นเศรษฐกิจหมุนเร็ว
ยามุ่งเป้า” ที่รัฐบาลจะใช้ช่วยแก้ไขและผลักดันภาวะเศรษฐกิจครั้งนี้ คือ การกระตุ้นภาคบริโภค หลังจากรัฐบาลเร่งดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ และการส่งออก ซึ่งเป็นกระแสการลงทุนที่หนุนราคาหุ้นเชื่อมโยง เช่น อิเล็กทรอนิกส์, นิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ ให้ปรับขึ้นสะท้อนผ่านการ Re-rate ขึ้น...
ยาที่จะใช้ครั้งนี้ มาจากภาครัฐโดยตรงและเอกชนทางอ้อม: ผ่านมาตรการ คนละครึ่ง (ไทยช่วยไทย+), การเติมสภาพคล่อง-เร่งดำเนินงาน Virtual bank, การเพิ่มขึ้นของรายได้ตามวงจรเศรษฐกิจ:เงินลงทุนโดยตรงไหลเข้า เกิดการขยายตัว และเพิ่มการจ้างงาน (เพิ่ม OT/เพิ่มกะ) พืชผลทางการเกษตรผลิดอกออกผลตามฤดูกาล หนุนรายได้ชาวสวน ชาวไร่ ซึ่งจะวนกลับเข้ามาในระบบเศรษฐกิจผ่านการบริโภค...
สุดท้ายเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นจนยากจะควบคุม ทฤษฎีเรื่อง “ภาวะเงินฝืด” จะเข้ามาสร้างความกังวล แต่เมื่อการบริหารจัดการจากรัฐในระดับมหภาคยังทำได้ดี และภาคธุรกิจที่ยังมีกำลัง-สามารถทยอยขยับเงินเดือน ขึ้นค่าจ้างได้ตามกำลัง...
ดั่งที่เราจะเห็น “สภาพคล่อง” ซึ่งเป็นตัวเลขโดยรวมในระบบเศรษฐกิจไทย ที่พบข้อเท็จจริง ว่า M2 M3 ในระบบการหมุนเวียนการเงินเศรษฐกิจในประเทศ ยังมีแนวโน้มที่ดี สะท้อนการขยายตัวของภาคบริโภคโดยรวม (รายได้มวลรวมยังดี แม้บางอุตสาหกรรมจะลดลง) การลงทุน (M3) โดยเฉพาะการ โยกย้ายเงินลงทุนเข้าหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า “ยุคนี้หุ้นไทยกลับมาน่าสนใจ ตรรกะที่เข้าใจได้ง่าย คือ เราเห็นตัวอย่าง นลท.หยุด/ชะลอ เล่นทอง, ขายบอนด์-เอาเงินลงทุนหุ้น หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ที่ราคาปรับลงแรง กลับมาให้ ผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าแทน เป็นต้น”
สรุปกลยุทธ์ ย้ำการกลับมาเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่ม เชื่อมโยงการบริโภคในประเทศ


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร

 

 

 

วิเคราะห์ทางเทคนิค Price Pattern: SET week ได้สิ้นสุดรอบการพักฐานใหญ่! ขณะที่กราฟแท่งเทียนรายสัปดาห์ปิดเขียวเต็มแท่ง (Bullish Engulfing )
EMA (เส้นค่าเฉลี่ย): จับตาสัญญาณ “Golden cross” จากเส้นค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ (25 & 200 weeks) เกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ทรงพลัง!
Wave Analysis: ดัชนียังคงอยู่ในคลื่นขาขึ้น “Impulse Wave 5” ซึ่งมักจะเป็นรอบที่เหวี่ยงขึ้นลงแรง!....มีโอกาสทะลุ High > 1,545
แนวรับหลัก: 1,500-1,520 ตราบใดที่ปิดแท่งสัปดาห์ไม่หลุด...ภาพใหญ่เป็นขาขึ้นเต็มตัว
แนวต้าน: มีโอกาสผ่าน 1,545 High เมื่อต้นปี และเป้าหมายสำคัญของการขึ้นรอบใหญ่นี้อยู่ที่ 1,580 - 1,600 จุด
สรุป: สัญญาณ Bullish signal ภาพรายสัปดาห์ เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เป็นจุดกลับตัวของรอบใหญ่ หากในระหว่างสัปดาห์มีการย่อตัวสลับลงไม่ต้องตกใจครับ มองเป็น "โอกาสสะสมเพิ่ม" ในโซนแนวรับ



What to watch MSCI Review (ใช้ราคาปิด 29 พ.ค.) ไม่มีการปรับหุ้นใน MSCI Thailand (Standard Index) แต่ปรับใน MSCI Small cap index โดยเพิ่ม MRDIYT TFG และถอด TOA ทั้งนี้ ทั้ง MRDIYT และ TFG อยู่ในกลุ่มที่เราคาดว่ามีโอกาสเข้า SET50 ใหม่ด้วย (BCP MRDIYT TFG THAI และอาจมี ITC ที่ต้องพิจารณาเกณฑ์ Free Float)
ทรัมป์เผยข้อตกลงสันติภาพอิหร่านคืบหน้า จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ-เตรียมประกาศรายละเอียดในไม่ช้า ข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน "คืบหน้าไปมากแล้ว" โดยเหลือเพียงขั้นตอนสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้จะรวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ด้านอิสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังร่วมมือกันเพื่อสรุปบันทึกความเข้าใจ (MoU) ในการยุติสงครามครั้งนี้ สำนักข่าวไออาร์ไอบี (IRIB) ของรัฐบาลอิหร่านระบุ "ความตั้งใจเบื้องต้นของเราคือการเห็นชอบร่วมกันในร่าง MoU ซึ่งมีทั้งหมด 14 ข้อกำหนด" และเสริมว่า "ภายในกรอบเวลา 30 ถึง 60 วัน" ทั้งสองฝ่ายน่าจะ "บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้"
ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยันยังไม่เก็บภาษีนำเข้าชิป หวั่นกระทบการผลิตในประเทศ
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันว่า ที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานได้ยกระดับการดำเนินงานอย่างเข้มข้นเพื่อกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมันให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยใช้ใบกำกับการขนส่งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 โดยที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบคลังน้ำมันในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นคลังน้ำมันของผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 จำนวน 6 แห่ง และได้ตรวจพบว่ามีการระบุข้อมูลในใบกำกับการขนส่งไม่ถูกต้องครบถ้วน จำนวน 166 ฉบับ อันถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย จนนำมาสู่การแจ้งข้อกล่าวหากับโรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะรับหน้าที่หลักในการสอบสวนและขยายผลต่อไป


หุ้นแนะนำวันนี้
GLOBAL กลุ่ม Rotated in ที่ราคาอยู่ด้านล่าง ด้านงบค่า K ที่ช่วยให้รับเหมาช่วง รายย่อย มีกระแสเงินสดเพิ่ม คาดช่วยหนุนหุ้นค้าวัสดุฯ
แนวรับ 7.2 ต้าน 7.6 Stop loss 6

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Alpha Pulse

2Q26 Earnings Insight: ประเมินทิศทางกำไรไตรมาส 2
แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q26 คาดยังขยายตัว YoY แต่ทรงตัว QoQ โดยแรงหนุนหลักยังมาจากกลุ่มพลังงาน/ปิโตรฯ จากราคาพลังงานและส่วนต่างปิโตรฯ ที่สูงขึ้น, กลุ่มสื่อสารจาก ARPU และต้นทุนโครงข่ายที่ลดลง, กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากดีมานด์ AI/data center และ GULF จากกำลังการผลิตใหม่และกำไรโรงไฟฟ้าต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกลุ่มพลังงานและปิโตรฯ กำไรตลาดมีแนวโน้มหดตัวทั้ง YoY และ QoQ
กลุ่มที่กำไรยังโต YoY ได้แก่ พลังงาน/ปิโตรฯ, อิเล็กทรอนิกส์, นิคมฯ, สื่อสาร, วัสดุก่อสร้าง และค้าปลีก โดยค้าปลีกเริ่มเห็น SSSG ฟื้นในเดือน เม.ย. จากการขึ้นราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง อากาศร้อนหนุนยอดขายเครื่องปรับอากาศ รวมถึงยอดขาย IT ที่ยังแข็งแกร่ง ส่วน CPN และ CRC ยังเห็นยอดขายผู้เช่า/SSS โตต่อ
ขณะที่กลุ่มที่กำไรอ่อน YoY ได้แก่ เกษตร/อาหาร จากราคาหมูและไก่ที่ลดลง, โรงพยาบาลจากผู้ป่วยกัมพูชาและผู้ป่วยไทยเงินสดที่ชะลอการรักษา และธนาคารจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่ยังถูกกดดัน
Strategist view: กลยุทธ์ยังเน้น selective ในหุ้นที่กำไร 2Q26 โตได้ชัด และไม่ถูกปรับประมาณการลงแรง โดยเลือก WHAUP, CPN และ COM7 เป็นหุ้นเด่น จากกำไรที่ยังมีทิศทางดี, valuation น่าสนใจ และ dividend yield รองรับความผันผวน

CRC
เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น
การฟื้นตัวของอัตรากำไร เป็นแรงหนุนหลัก
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026–27 ขึ้น 5% สะท้อนการคุมต้นทุนที่ดีขึ้นและภาระดอกเบี้ยที่ลดลง โดยคาดกำไรปี 2026 ที่ 8.26 พันล้านบาท (+2% YoY) แม้ SSS ยังทรงตัว และมีแรงกดดันจากนักท่องเที่ยวและการหายไปของกำไร Rinascente
การเติบโตของกำไรยังถูกขับเคลื่อนด้วย margin เป็นหลัก โดย GM คาดเพิ่มเป็น 24.6% (+30bps YoY) จากการลด markdown/shrinkage และสัดส่วนสินค้า private label ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนการเงินลดลงแรง (-19% YoY) จากการชำระหนี้และ refinance ดอกเบี้ยต่ำ ฝั่ง management ยังยืนยันเป้ารายได้โต 4–5% และ EBITDA โต 5–7% สะท้อน margin expansion ต่อเนื่อง
แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรกลับมาโต YoY จาก SSS ที่เริ่มฟื้น (~+2%) + GM ที่ดีขึ้น + เงินเฟ้อหนุน โดย CRC เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อสูง (SSS และ GM มี correlation กับ CPI สูง) ขณะที่แรงกดดันต้นทุนไฟฟ้าและขนส่งยังจำกัด (~0.1% ของรายได้)
Fundamental view: เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CRC และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 24 บาท มองว่ากำไรเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว แต่ valuation ยังไม่สะท้อน (PER ที่ 14.8x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย -35%) ยังมี upside จากทั้ง earnings และ re-rate ต่อเนื่อง

 

 

STECON
สเตคอน กรุ๊ป
ธีมครบ จบ ในที่เดียว
เรายังชอบ STECON ในการซื้อดักธีมการลงทุนรัฐ–เอกชนช่วง 2H26 โดยมี catalyst ครบทั้งงาน PPP, Data Center และ Renewable ขณะที่ downside จากต้นทุนและสงครามยังอยู่ในวิสัยบริหารได้
ภาพรวมงานภาครัฐและ PPP ยังเดินตามคาด โดยคาดเริ่มเห็น momentum ชัดใน 3Q26 นำโดยมอเตอร์เวย์ M5 ต่อด้วย M9 ใน 4Q26 รวมถึงรถไฟความเร็วสูงไทย–จีนเฟส 2 ที่มีสัญญาณเดินหน้ามากขึ้น ขณะที่ backlog มีโอกาสทำระดับสูง โดยปัจจุบันอยู่ที่ 1.23 แสนล้านบาท รองรับรายได้ราว 3 ปี และบริษัทตั้งเป้า new backlog ปี 2026 ที่ 5 หมื่นล้านบาท (1Q26 ทำได้แล้ว 14%)
จุดเปลี่ยนสำคัญรอบนี้คือ “งานเอกชนและ Data Center” เข้ามาเป็น growth driver เพิ่ม โดยสัดส่วน backlog งานเอกชนอยู่ที่ 58% และมีโอกาสรับงาน DC เพิ่มอีก ~2.25 หมื่นล้านบาท ซึ่งคงไม่ใช่แค่จากฝั่ง Hyperscaler สหรัฐฯ เหมือนที่เคยรับมา แต่คาดอาจจะมีลูกค้าจีน (เช่น เห็น TikTok ได้ BOI แล้ว) ที่จะตามมา และต้องการใช้ local partner ก่อสร้างด้วย นอกจากนี้ การลงทุน DC ของตัวเองและโครงการ Renewable ทั้งในไทยและต่างประเทศ คาดน่าจะห็นทยอยปิดดีลได้ปลายปีนี้
ด้านต้นทุน แม้แรงกดดันจากวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นจากสงคราม แต่ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ โดย GM 1Q26 ที่ ~7.8% สูงกว่าเป้าทั้งปี (7%) จากงาน GM สูง และบริหารต้นทุน สะท้อน buffer ที่มีอยู่ ขณะที่งานเอกชนสามารถเจรจาแบ่งภาระต้นทุนได้ และยังได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง
Fundamental view: มอง 2H26 เป็นจุดสำคัญของ Re-rate Valuation รอบใหม่ หากงานประมูลเริ่มไหลเข้าต่อเนื่องจากทั้งรัฐและเอกชน จะเป็น catalyst แนะนำ Let profit run และรอจังหวะย่อสะสม คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 16 บาท

THAI
(Visit Note)
การบินไทย
แนวโน้ม 2Q26 ชะลอตัว มีกลยุทธ์รับมือแล้ว
THAI รายงานกำไรหลัก 1Q26 ที่ 9,035 ล้านบาท ลดลง 11% YoY เนื่องจากจำนวนผู้โดยสาร, รายได้จากพัสดุภัณฑ์เฉลี่ยต่อหน่วย (freight yield) ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น, และอัตราภาษีจ่ายที่สูงขึ้น ในขณะที่กำไรหลัก 1Q26 เติบโต 32% QoQ หนุนโดย passenger yield ที่เพิ่มขึ้น จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น, ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่ลดลง, และค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยานที่ลดลง
จากการประเมินเบื้องต้น ผลการดำเนินงาน 2Q26 มีแนวโน้มลดลงตามปัจจัยฤดูกาลและผลกระทบจากสงคราม ทั้งนี้บริษัทมีแผนบริหารจัดการอุปสงค์ที่ชะลอตัวและต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้นแล้ว โดยต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากสงครามบริษัทได้ทำ fuel hedging ไปแล้ว ~50% ของปริมาณที่ต้องการใช้สำหรับ 2Q26 และ ~30% สำหรับ 2H26 รวมทั้งมีการปรับราคาบัตรโดยสารเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น
Our view: ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา Consensus ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ของ THAI ลง 32% ปัจจุบัน THAI ซื้อขายที่ PER ปี 2026 ที่ 8.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสายการบินในภูมิภาคเอเชียที่ 11.0 เท่าอยู่ 30% น่าจะสะท้อนแนวโน้มชะลอตัวของผลการดำเนินงาน 2Q26 ไปแล้ว เรามองว่าอาจเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นเพื่อรับช่วง high season ใน 4Q26

 

 

สรุปประเด็นจาก Quick take

CCET
แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์(ประเทศไทย)
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
CCET เริ่มขยับจาก server assembly แบบเดิมไปสู่ AI server full rack (L11/L12) ซึ่งอยู่ในช่วง NPI และมีเป้าหมาย ramp ตั้งแต่ Jul onward เป็นต้นไป Storage/SSD business ได้รับแรงหนุนจาก AI และ enterprise demand โดยกำลังเพิ่ม capacity ผ่าน line efficiency และ layout optimization มากกว่าการสร้างโรงงานใหม่ ดังนั้น growth รอบนี้ยังไม่ต้องพึ่ง heavy capex ขณะที่หลาย module ใหม่กำลังเข้าสู่ mass production ในช่วง 2H
View from fundamental : มุมมองจากที่ประชุมออกมาเป็นบวกเหมือนการประชุมรอบก่อนๆ แต่เรามองว่าตัวเลขทั้งรายได้และกำไรยังไม่สะท้อนออกมา ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นตาม Story และ Sentiment ของกลุ่มมากว่าในขณะที่ Visibility ของตัวเลขยังไม่มา

BJC
เบอร์ลี่ ยุคเกอร์
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ดีลการซื้อกิจการค้าส่งในเวียดนาม (MM Vietnam) เสร็จสมบูรณ์แล้วพร้อมกับการขายที่ดิน 20 ผืนตั้งแต่ 15 พ.ค. ทั้งนี้ ผู้บริหารคาดการรวม MM จะสร้างกำไรส่วนเพิ่มไตรมาสละ 100 ลบ. ขณะที่การขายที่ดินน่าจะบันทึกกำไรพิเศษประมาณ 3 พันลบ.ใน 2Q26
View from fundamental : ผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบและน้ำมันที่รุนแรงขึ้น จะกดดันกำไรหลัก 2Q26 ของ BJC ยังอ่อนตัว YoY และสร้างกังวลต่อการเกิด downside ต่อประมาณกำไรหลักปี 26 มีมากขึ้น แนะนำรอซื้อหลังงบ 2Q26

 

OKJ
ปลูกผักเพราะรักแม่
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
หลังจากขาดทุนต่อเนื่อง 2 ไตรมาส (–Bt34m ใน4Q25, -Bt30m ใน 1Q26) บริษัทมีการปรับเมนูบางส่วนเป็น baby size, การปรับการบริการ, และการออกเมนูสำหรับลูกค้าจะรับประทานได้บ่อยๆ เช่น Roll ซึ่งเห็นผลต่อยอดขายดีขึ้นเล็กน้อยใน 1Q26
View from fundamental : เราคาด 2Q26 ผลประกอบการอาจดีขึ้น QoQ แต่ยังเสี่ยงขาดทุน ขณะที่ 2H26 จะเป็นช่วงพิสูจน์ว่า strategy ใหม่จะสามารถฟื้น SSS และ margin ได้จริงหรือไม่ ดังนั้น เราแนะนำให้นักลงทุนติดตามผลประกอบการอย่างใกล้ชิด ก่อนกลับมาให้น้ำหนักการลงทุนอีกครั้ง


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้