Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.โกลเบล็ก : Morning Call

181

 

วันอังคารที่ผ่านมาดัชนีในแดนบวกสลับลบ แรงขายกดดันดัชนีมาจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก โดยประเด็นสำคัญคือครม. เคาะโครงการไทยช่วยไทยพลัส แจกเงิน 4 พันบาทซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีกส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,516.69 จุด -1.05 จุด -0.07% มูลค่าการซื้อขาย 51,258 ลบ.Program Trading -893.25 ลบ. ต่างชาติ-1,231.52 ลบ. TFEX -4,923 สัญญา ตราสารหนี้-354.35 ลบ.

 

 

ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำ มัน ดิบ WTI ล ด ล ง 8 9 เซน ต์ ห รื อ 0.82% ปิดที่107.77 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากรองปธน.สหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ โดยไม่มีฝ่ายใดต้องการให้ปฏิบัติการทางทหารกลับมาบังคับใช้อีกครั้ง
+ ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียแถลงก่อนเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีนได้ก้าวขึ้นสู่ "ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างแท้จริง" โดยมูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียและจีนยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
+ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน หลังจากผู้นำของ 3 ประเทศมหาอำนาจในตะวันออกกลางได้ขอให้เขาระงับแผนไว้ก่อน
+ เจนเซน หวง CEO อินวิเดีย (Nvidia) เชื่อว่าตลาดจีนจะเปิดรับผู้ผลิตชิปจากสหรัฐฯ ในที่สุด หลังจากได้ร่วมคณะปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
+ ครม. อนุมัติ “ไทยช่วยไทยพลัส” บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนกว่า43 ล้านคน เริ่มลงทะเบียน 25 พ.ค. ระยะเวลาใช้สิทธิ มิ.ย. - ก.ย.
+ ธปท.รายงานภาพรวมธนาคารพาณิชย์ในงวด 1Q69 ยังมั่นคงและมีเงินทุนสำรองสูง สินเชื่อขยายตัวเล็กน้อย 0.2%YoY จากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังคงหดตัวด้านคุณภาพสินเชื่อโดยรวมและ %NPL ทรงตัวจากการปรับโครงสร้างหนี้ กำไรสุทธิลดลงตามรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงจากการช่วยลูกหนี้และการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต


ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 322.24 จุด หรือ -0.65% หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนการกู้ยืม พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี จากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ ามันทรงตัวในระดับสูงและความล่าช้าในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ
- เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 41.7%ในการคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.และให้น้ำหนัก 15.7% ในการคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงถึง0.50% เพิ่มขึ้นจากระดับ 4.7% ที่เคยให้น้ำหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
- UN เปิดเผยรายงาน World Economic Situation and Prospects 2026Mid-year Update ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลง จุดกระแสเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดการเงินทั่วโลก
- กกร. ประเมินว่า GDP ไทยปี 2569 จะขยายตัวในช่วง 1.2%-1.6% จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 1.6-2.0% ส่วนการส่งออกยังอยู่ที่ -1.5 ถึง -0.5% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.0-3.0% จากเดิมประเมินไว้ 0.2-0.7%
- ครม.ยกเลิก "ฟรีวีซ่า 60 วัน" กว่า 90 ประเทศ ใช้หลัก "1 ประเทศ 1 สิทธิ"สกัดทุนสีเทา-แก๊งสแกมเมอร์แฝงตัวเข้าไทย "จีน" ได้สิทธิทวิภาคีฟรีวีซ่า 30 วัน
+/- ธปท.เปิดเผยถึงความคืบหน้าของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank)ว่า ขณะนี้มี 2 รายได้ยื่นขอผ่อนผันการจัดตั้ง เนื่องจากตามประกาศของกระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการเปิดภายในเดือนมิ.ย.69


แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่ยังคงในระดับสูง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนการกู้ยืม พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงหนุนจาก ครม. อนุมัติโครงการ“ไทยช่วยไทยพลัส” คาดกรอบดัชนีวันนี้ 1,500-1,520 จุด


กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AMATA BDMS GULF KTB TRUE
- ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- ราคายางพาราทรงตัวในระดับสูง : STA NER TRUBB TEGH
- MSCI Rebalance (29 พ.ค. 69) : MSCI Thailand เข้า – ออก - MSCI Global Small Cap เข้า MRDIYT TFG
ออก TOA

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้