Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

179

 


ตลาดอยู่ในภวังค์ พะวงกับเงินเฟ้อ

HORIZON MARKET VIEW
• ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงอยู่ในโหมดตึงตัว ตามสัญญาณความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ล่าสุด ปธน. ทรัมป์กลับมาขู่ว่าโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว (แม้ก่อนหน้านี้จะมีท่าทีผ่อนคลายลง) อีกทั้ง NATO อาจส่งกองทัพไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นทางเดินเรือยังไม่เปิดกลับมาภายในต้นเดือน ก.ค. นี้ ซึ่งอาจสะท้อนถึงความยืดเยื้อของสงครามที่ไม่ยอมจบ
• ผลกระทบที่ตามมา อาจทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันระยะยาวยืนอยู่ในระดับสูงกลายเป็นNEW NORMAL ทั้งนี้ ตลาดคาดราคาน้ำมันดิบ BRENT จะอยู่บริเวณ 80 – 90ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปอีกราว 2 ปี
• ตลาดรอรายงานผลการประชุม FOMC FED MINUTE (วันที่ 21 พ.ค. 2026 เวลาตี 1)ที่เสียงแตกหนักสุดในรอบ 34 ปี และรอดูท่าทีWARSH ในการประชุม FED รอบ มิ.ย.


REGION RADAR
• งาน GOOGLE I/O 2026 สะท้อนว่า GOOGLE กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ “AI-FIRST ECOSYSTEM” อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเปิดตัวGEMINI 3.5 FLASH ที่มีประสิทธิภาพระดับ PRO แต่ต้นทุนต่ำและมีการเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะคาดว่าจะวางขายในช่วงปลายปีนี้
• BILIBILI (9626 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 มีรายได้รวมอยู่ที่ 7.47 พันล้านหยวน +7% YOY ขณะที่ EPS อยู่ที่ 1.31หยวน +54% YOY (สูงกว่าคาด 14%) โดยได้แรงหนุนรายได้ธุรกิจโฆษณาที่แข็งแกร่ง อีกทั้งจำนวนผู้ใช้งานเติบโตต่อเนื่อง

THAI FOCUS
• สรุป 3 มาตรการ ครม. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2569 คือ 1.โครงการไทยช่วยไทยพลัส (กระตุ้นกำลังซื้อ) อัดฉีดงบ 1.75 แสนล้านบาท คาดดัน GDP โตเพิ่ม 0.5% - 0.7% หุ้นเด่นรับอานิสงส์บวก คือ CPAXT,CPALL, OSP, CBG, ICHI, MTC, TIDLOR
• 2.ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน (กลับสู่เกณฑ์เดิม) ผลกระทบจำกัด เพราะปกตินักท่องเที่ยวพักจริงไม่เกินโควตานี้อยู่แล้ว (เอเชีย < 10 วัน, ยุโรป< 20 วัน) 3.ผ่อนผันค่า K จากเดิมต้องผันผวน ±4% ลงเหลือเพียง±2% เป็นบวกโดยตรงต่อผู้รับเหมา SME เช่น UNIQ


SYNAPSE STRATEGY

• 1 สัปดาห์ตลาดหุ้นหลายแห่งลงเกิน -4% เช่น อินโดฯ,ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้(ไทย -0.8%) นักลงทุนยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และคืนนี้รอดูรายงานFED MINUTE ที่เสียงแตกหนักสุดในรอบ 34 ปีขณะเดียวกัน BONDYIELD หลายๆ ประเทศ เร่งขึ้นมาแรง และแรงกว่าสหรัฐ อาจกดดันให้ความกังวลเรื่อง UNWIND กลับมาได้
• กลยุทธ์แนะนำถือเงินสดเพิ่มเติม 20% - 30% ของพอร์ต แนะนำหุ้นมีเกราะป้องกันเงินเฟ้อ BBL, KTB, BLA, TLI หุ้น DEFENSIVEปัจจัย 4 BDMS, PR9, CPALL, CPF, CPAXT

 


HORIZON MARKET VIEW
ความกังวล INFLATION FEAR…ทำตลาดหุ้นโลกดูเพลียๆ
ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงอยู่ในโหมดตึงตัว ตามสัญญาณความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ล่าสุด ปธน.ทรัมป์กลับมาขู่ว่าโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว (แม้ก่อนหน้านี้จะมีท่าทีผ่อนคลายลงโดยเผยว่าจะชะลอแผนโจมตีทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่าน) อีกทั้ง NATO อาจส่งกองทัพไปที่ช่องแคบ
ฮอร์มุซ หากเส้นทางเดินเรือยังไม่เปิดกลับมาภายในต้นเดือน ก.ค. นี้ซึ่งอาจสะท้อนถึงความยืดเยื้อของสงครามที่ไม่ยอมจบผลกระทบที่ตามมา อาจทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันระยะยาวยืนอยู่ในระดับสูงกลายเป็น NEW NORMAL ทั้งนี้ตลาดคาดราคาน้ำมันดิบ BRENT จะอยู่บริเวณ 80–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปอีกราว2 ป


ขณะที่เงินเฟ้อเริ่มฝั่งเข้าไปในระบบ ทำให้สัญาณจาก BOND YIELD ทั่วโลกพุ่งขึ้นแรง สะท้อนคาดการณ์ทิศทางการเดินหน้านโยบายการเงินประเทศต่างๆ มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นในระยะถัดไป

สำหรับช่วงสัปดาห์นี้ ตลาดยังเฝ้ารอรายงานผลการประชุม FOMC FED MINUTE (วันที่ 21 พ.ค. 2026 เวลา1.00 น. ตามประเทศไทย) ที่เสียงแตกหนักสุดในรอบ 34 ปีและรอดูท่าทีของประธาน FED คนใหม่ KEVIN WARSH ในการประชุม FED รอบเดือน มิ.ย. 2026


REGION RADAR
GOOGLE เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะและ GEMINI 3.5 FLASH
งาน GOOGLE I/O 2026 สะท้อนว่า GOOGLE กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ “AI-FIRST ECOSYSTEM” อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเปิดตัว GEMINI 3.5 FLASH ที่มีประสิทธิภาพระดับ PRO แต่ต้นทุนต่ำและเหมาะกับงานAGENTIC AI รวมถึงการขยาย AI เข้าไปในทุกแพลตฟอร์มหลักทั้ง SEARCH, YOUTUBE, WORKSPACE และANDROID XR ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ การเปิดตัว INTELLIGENT EYEWEARร่วมกับ SAMSUNG, QUALCOMM, GENTLE MONSTER และ WARBY PARKER ยังสะท้อน AMBITION ของGOOGLE ในการผลักดัน AI HARDWARE ECOSYSTEM เพื่อแข่งขันในตลาด AI WEARABLE ที่กำลังเติบโตนักลงทุนจึงมองว่า GOOGLE กำลังสร้าง MOAT ใหม่ทั้งด้าน AI INFRASTRUCTURE, CONSUMERPLATFORM และ NEXT-GENERATION DEVICE ECOSYSTEM ซึ่งอาจเป็น CATALYST สำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในยุค AI รอบใหม่


BILIBILI เผยผลประกอบการดีกว่าคาดเล็กน้อย
BILIBILI (9626 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 มีรายได้รวมอยู่ที่ 7.47 พันล้านหยวน +7% YOYขณะที่ EPS อยู่ที่ 1.31 หยวน +54% YOY (สูงกว่าคาด 14%) โดยได้แรงหนุนรายได้ธุรกิจโฆษณาที่แข็งแกร่ง อีกทั้งจำนวนผู้ใช้งานเติบโตต่อเนื่อง อาทิ ยอดผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) +2% YOY และยอดผู้ใช้งานรายวัน (DAU)+8% YOY อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเกมยังคงอ่อนแอในไตรมาสนี้ ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 1.5 พันล้าน -12% YOY

 

THAI FOCUS
ชำแหละ 3 มาตรการ ครม. ล่าสุด หวังเป็นยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจมติที่ประชุม ครม. ได้คลอด 3 มาตรการสำคัญเพื่อหวังขับเคลื่อนและพยุงเศรษฐกิจไทยในหลากหลายมิติ ทั้งการบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว และภาคการก่อสร้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1.โครงการไทยช่วยไทยพลัส ปี 2569รัฐบาลทุ่มงบประมาณกว่า1.75 -1.76 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับมาตรการในปี 2568) เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงผ่าน 2 ช่องทางหลัก
• คนละครึ่งพลัส : แจกเงิน 4,000 บาท/คน ครอบคลุมประชาชนถึง 30 ล้านคน
• บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : เพิ่มวงเงินเป็น 1,000 บาท/คน สำหรับผู้มีสิทธิ 13.18 ล้านคนโดยระยะเวลาขยายเวลาโครงการเป็น 4 เดือน (1 มิ.ย. - 30
ก.ย. 2569) คาดว่าจะช่วยดัน GDP ไทยให้โตเพิ่มขึ้น0.5% -0.7% ประเด็นดังกล่าวน่าจะสร้าง SENTIMENT เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม FIN COMM FOOD ได้ โดยปัจจุบันหุ้นทั้ง 3 กลุ่ม ราคาปรับฐานลงมาลึก จนมี VALUATION (TRAILING P/E) ถูกกว่า SET ที่ 18 เท่า อาทิ FIN 10เท่า COMM 16 เท่า และ FOOD 11 เท่า แนะนำหุ้นที่ได้รับประโยชน์ทางตรง CPAXT CPALL OSP CBG ICHITVO CPF TNP KK และหุ้นที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อม (กำลังซื้อเพิ่มขึ้น) CENTEL M COM7 TIDLOR MTCSAWAD DOHOME GLOBAL


2.นโยบายยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน กลับสู่เกณฑ์เดิม โดยรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน และให้กลับไปใช้เกณฑ์เดิม เช่น นักท่องเที่ยวจีนและอินเดียใช้ VISA ON ARRIVAL (VOA) 15 วัน ส่วนยุโรปกลับไปใช้สิทธิ30 วันตามเดิม

• ผลกระทบ : ประเมินว่ามีผลกระทบจำกัดและตลาดรับรู้ไปแล้วระดับหนึ่งเนื่องจากสถิติการพักจริงของนักท่องเที่ยวเอเชียมักจะไม่เกิน 10 วันและยุโรป ไม่เกิน 20 วันอยู่แล้วซึ่งยังอยู่ในกรอบวีซ่า
• ปัจจัยที่ต้องจับตาของกลุ่มท่องเที่ยว : ความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์(ตะวันออกกลาง) และราคาน้ำมันที่อยู่ระดับสูง จึงอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อกำไรกลุ่มท่องเที่ยว(AOT,ERW, CENTEL) ให้ฟื้นตัวช้ากว่าคาด

3.นโยบายผ่อนผันค่า K (K-VALUE) เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาภาครัฐที่เผชิญความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ครม. มีมติปรับลดเกณฑ์การชดเชยค่า K จากเดิมที่ต้องเปลี่ยนแปลง ±4% ลงเหลือเพียง ±2% (มีผล28 ก.พ. -30 ก.ย. 2569)

• ประเมิน : เป็นบวกต่อกลุ่มผู้รับเหมา โดยเฉพาะกลุ่ม SME และบริษัทที่รับงานรัฐโดยตรง (เช่น UNIQ)เพราะทำให้ผู้รับเหมาสามารถเบิกเงินชดเชยได้เร็วและง่ายขึ้น เมื่อต้นทุนเปลี่ยนแปลงเพียง 2% (ส่วนบริษัทใหญ่อย่าง CK หรือ STECON อาจได้ประโยชน์น้อยกว่าเนื่องจาก BACKLOG ส่วนใหญ่ไม่ใช่เกณฑ์นี้)


SYNAPSE STRATEGY
นักลงทุนอยู่ในภวังค์ พะวงกับเงินเฟ้อช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวลงเกิน -4% เช่น อินโดฯ -7.6%, ญี่ปุ่น -5.3%, เกาหลีใต้-
6.6% (ไทย -0.8%)


นักลงทุนยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และคืนนี้รอดูรายงาน FED MINUTE ที่เสียงแตกหนักสุดในรอบ 34 ปี ขณะเดียวกันBOND YIELD หลายๆ ประเทศ เร่งขึ้นมาแรง และแรงกว่าสหรัฐฯ อาจกดดันให้ความกังวลเรื่อง UNWIND กลับมาได้สังเกตได้จากสัปดาห์ที่ผ่านมา BOND YIELD 10 ปี และ 30 ปี ของญี่ปุ่นเร่งขึ้นมาแรง 21 BPS. และ 33 BPS.ตามลำดับ และขึ้นเยอะกว่าBOND YIELD 10 ปี และ 30 ปี ของสหรัฐ 10 BPS. และ 9 BPS. ตามลำดับ ทำให้ส่วนต่าง BOND YIELD สหรัฐและญี่ปุ่นแคบลงเรื่อยๆ

กลยุทธ์แนะนำถือเงินสดเพิ่มเติม 20% - 30% ของพอร์ต แนะนำหุ้นมีเกราะป้องกันเงินเฟ้อ BBL, KTB, BLA, TLIหุ้น DEFENSIVE ปัจจัย 4 BDMS, PR9, CPALL, CPF, CPAXT

 

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้