Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

59

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 19 พ.ค.69 ปิด -1.05 จุด อยู่ที่ 1,516.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,257 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 1,231 ลบ.พอร์ตโบรกขาย 338 ลบ. สถาบันซื้อ 554 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,015 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 1,026 ลบ.ซื้อ TRUE,AMATA,ADVANC,PTT,AOT และขาย DELTA,PTTEP,CPALL,SCC,TTB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,050 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,SCCC,AOT โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 5,003 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 63,367 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 354 ลบ.

Market View

  • DJIA -0.65%, S&P500 -0.67%, Nasdaq -0.84% จากแรงขายหุ้นกลุ่มวัสดุ -2.27%,บริการสื่อสาร -1.58% ถูกกดดันหลัง US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.663% สูงสุดนับตั้งแต่ ม.ค.68 จากความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มสูงขึ้นหากสงครามสหรัฐ – อิหร่านยืดเยื้อ ส่งผลให้ CME Fed ชี้มีโอกาส 41.7% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม ธ.ค. นี้ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจดัชนีทำสัญญาบ้านรอปิดการขาย เม.ย. +1.4% & คาด +1.0% MoM และค่ำวันนี้ติดตาม Fed Minutes เม.ย., และรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านของ Nvidia โดยตลาดคาด EPS ที่ $1.75/หุ้น +8% QoQ, +116% YoY
  • Stoxx600 ยุโรป +0.19% ได้แรงหนุนจากกลุ่ม Defensive เช่น อาหาร & เครื่องดื่ม, เฮลธ์แคร์ +1.5% หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งเลื่อนการโจมตีอิหร่าน และรอผลการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ขณะที่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Infineon -2.5%, ASML -1% ถูกกดดันจาก German Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.188% สูงสุดในรอบ 15 ปี บ่งชี้ว่า ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ หากราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับสูง ส่วนวันพรุ่งนี้ติดตามตัวเลข PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซนเบื้องต้น พ.ค.     
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -0.44% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ หลัง Japan Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 2.792% ขณะที่ GDP ญี่ปุ่น Q1/69 +2.1% สูงกว่าคาดที่ +1.7% YoY ได้แรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชน & การส่งออกที่ปรับดีขึ้น ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -3.25% หลัง Samsung Electronics -1.96%, SK Hynix -5.1%, SK Square -6.68% และ Hyundai Motor -8.9% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.9% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ หลังสหรัฐได้เลื่อนแผนการโจมตีอิหร่านตามคำขอของชาติพันธมิตรในตะวันออกกลาง และมีสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจาในประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่าน ข้อมูลเศรษฐกิจเช้านี้ติดตาม LPR จีน 1 ปี, 5 ปี
  • SET -0.07% ปริมาณการซื้อขาย 1 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกขาย 338 ลบ. ต่างชาติขาย 1,231 ลบ. สถาบันซื้อ 554 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,015 ลบ. โดยดัชนีถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มอิเล็ก -1.2% ซึ่งเป็นการปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือ หลัง US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นสูงสุดที่ระดับ 4.69% ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย และเป็นผลลบต่อราคาของหุ้นในกลุ่ม Growth Stock กอปรกับอาจส่งผลให้ Fund Flow ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ด้วย ขณะที่กลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนีวานนี้ คือ กลุ่ม Domestic Play เช่น ไฟแนนท์, ค้าปลีก หลังวานนี้ ครม.มีมติอนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อช่วลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานผ่านการช่วยเหลือค่าครองชีพ 4,000 บาท/ราย ในช่วงเวลา 4 เดือนตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 ซึ่งคาดจะมีผู้ได้รับสิทธ์จำนวน 43 ล.คน โดยจะใช้งบในโครงการนี้ราว 1.75 แสน ลบ. จาก พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. ซึ่งคาดจะช่วยหนุน GDP ไทยปีนี้ได้ราว +0.6% ส่วนกลุ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น นิคมอุต ฯ, สาธารณูปโภค ก็มีแรงซื้อสะสมต่อเนื่อง หลังตัวการลงทุนรวมภาครัฐ & เอกชนในช่วง Q1/69 +9.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,500 – 1,510 แนวต้าน 1,530 คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ โดยได้แรงหนุนจาก GDP ไทย Q1/69 เติบโตดีกว่าคาด และ ม.กระตุ้นกำลังซื้อผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส แนะนำเก็งกำไรกลุ่มค้าปลีก เช่น CPAXT, BJC,TNP,MOTHER,KK และทยอยซื้อสะสมกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก ม.ส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่นAMATA,WHA,GULF,CK,STECON,KBANK,KTB,ADVANC,TRUE          
  • NTF* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 18.40 บาท)แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโตรับปัจจัยบวกตามฤดูกาลที่เป็นช่วงผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออกทยอยเข้าสู่ตลาด ทำให้ปริมาณการส่งออกเพิ่มมากขึ้นประกอบที่ผ่านมาบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจเพิ่มจากการ IPO และมีแผนออกหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 900 ล้านบาท สอบรับกับกลยุทธ์เพิ่มจำนวนล้งที่เป็นพันธมิตรและทุเรียนจากเวียดนามเข้ามาเสริมในช่วง 3Q69 หลังผ่าน Peak season อีกจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 368 ล้านบาท +60%YoY และ 510 ล้านบาท +39%YoY valuation Forward PER 8.8 เท่า และ 4 เท่าตามลำดับ
  • DOHOME* (ซื้อเก็งกำไร/ ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 75 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 251 ลบ.(+2%YoY, +159%QoQ) เป็นบวก QoQ เด่นตามฤดูกาลรวมถึงฐานต่ำใน 4Q68(น้ำท่วม/ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา) ส่วนภาพ YoY พอประคองตัวได้แม้ SSSG-4.1% แต่มีแรงหนุนจากรายได้สาขาใหม่และ Finance Cost ที่ลดลง ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 2Q69 คาดว่าจะดีต่อเนื่อง YoY รับอานิสงค์มาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะสินค้าเหล็ก ขณะที่ SSSG QTD พลิกกลับมาเป็น +Low Single Digit% ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าในปี69 และ70 กำไรสุทธิของ DOHOME* จะอยู่ที่ระดับ 720 ลบ.(+20%YoY) และ 806 ลบ.(+12%YoY) ตามลำดับ

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI มิ.ย. -$0.89 อยู่ที่ $107.77 / บาร์เรล, Brent ก.ค. -$0.82 อยู่ที่ $111.28/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์เลื่อนการโจมตีอิหร่าน และรอผลการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านที่มี 3 ชาติพันธมิตรในตะวันออกกลางเป็นตัวกลางเจรจา

 

Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$46.80 ปิดที่ 4,511.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.687% สูงสุดในรอบ 1 ปี และ Dollar Index แข็งค่า +0.14% อยู่ที่ 99.326 ซึ่งเป็นสัญญาณลบกดดันราคาทองคำ

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -33.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -37.67 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +14.74 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -11.00 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.687 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -38 จุด อยู่ที่ 3,054

(+) BitCoin เช้านี้  +0.24% อยู่ที่ 76,849 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

18 พ.ค.     สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69

19 พ.ค.     ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

20 พ.ค.     ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรร

                สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนี

ความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

20 พ.ค.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)

US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

21 พ.ค.     US รายงานการประชุมของ FOMC 

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( พ.ค.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( พ.ค.)

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้