วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหว Sideway โดยมีแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐปรับตัวขึ้น ขณะที่วานนี้สภาพัฒน์เผยตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69 ขยายตัวมากกว่าตลาดคาดการณ์ เป็นปัจจัยช่วยพยุงดัชนีมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน และธนาคาร มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และขนส่ง ส่งผลให้ดัชนีSET Index ปิดตลาดที่ 1,517.74 จุด -0.21 จุด -0.01% มูลค่าการซื้อขาย 56,223.58 ลบ. ProgramTrading +657.40 ลบ. ต่างชาติ+1,149.44 ลบ. TFEX +499 สัญญา ตราสารหนี้-165.90 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 159.95 จุด หรือ +0.32% แต่ดัชนี Nasdaqและ S&P500 ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันยังทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมอาจจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีก
+ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เลื่อนการโจมตีอิหร่านที่มีกำหนดไว้ก่อนหน้านี้
+ สหรัฐฯ เปิดเผยว่าจีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่าอย่างน้อย1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ไปจนถึงปี 2571 ภายหลังการหารือระหว่างปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้น าสหรัฐฯ กับปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
+ กกพ.หนุนรัฐบาลรื้อสัญญาไฟฟ้า ปรับปรุงราคารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในกลุ่ม Adder และ FiT จากที่ประชาชน ต้องแบกรับประมาณหน่วยละ13-17 สตางค์ช่วยให้ราคาลดค่าไฟอย่างเป็นธรรม ลดภาระผู้ใช้
+ สศช. เปิดเผยว่า GDP 1Q69 ขยายตัว 2.8% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 2.5% ใน4Q68 โดยปัจจัยด้านการใช้จ่ายยังขยายตัวดี โดยเฉพาะการลงทุนรวมขยายตัวสูง9.9% เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส นับตั้งแต่ 1Q58 โดยคาดว่า GDPปี 69 ขยายตัวช่วง 1.5-2.5% หรือค่ากลาง 2% คงเดิม
ปัจจัยลบ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.24 ดอลล าร์ หรือ 3.07% ปิดที่108.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันยังคงเผชิญภาวะชะงักงัน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะยกเว้นการคว่ำบาตรน้ำมันดิบของอิหร่าน แต่เช้านี้ราคาน้ำมันลดลงหลังจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯเลื่อนการโจมตีอิหร่านที่มีกำหนดไว้ก่อนหน้านี้
- ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าปริมาณน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์กำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วมากขึ้นซึ่งอาจผลักดันให้ราคาอาหารและตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
- นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล และปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ผู้นำสหรัฐฯ หารือร่วมกันทางโทรศัพท์ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดฉากสู้รบกับอิหร่านอีกครั้ง
- Axios สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯในทำเนียบขาวระบุว่า ข้อเสนอฉบับปรับปรุงล่าสุดจากอิหร่านยังไม่เพียงพอสำหรับการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
- FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 36.7% ในการคาดการณ์ว่าFED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่าจีนมีปริมาณการกลั่นน้ำมันอยู่ที่54.65 ล้านตันในเดือนเม.ย. ลดลง 11% จากเดือนมี.ค. และลดลง 5.8%YoY
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยนักลงทุนยังกังวลว่าเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมอาจจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีก หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี สูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงหนุนจาก GDP งวด 1Q69 ยังขยายตัวต่อเนื่อง กรอบดัชนีวันนี้ 1,510-1,525 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AMATA BDMS GULF KTB TRUE
- ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- ราคายางพาราทรงตัวในระดับสูง : STA NER TRUBB TEGH
- MSCI Rebalance (29 พ.ค. 69) : MSCI Thailand เข้า – ออก - MSCI Global Small Cap เข้า MRDIYT TFGออก TOA