Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

54

 

ถนนทุกสาย ... เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

HORIZON MARKET VIEW
• เช้านี้ ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงราว 2% หลัง ปธน. เผยว่าได้ชะลอแผนโจมตีทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่าน รับคำร้องขอจากพันธมิตรในตะวันออกกลาง (ซาอุดีอาระเบีย,กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ขณะที่การเจรจาอย่างจริงจังระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่านกำลังเกิดขึ้น ทำให้ (ในช่วงสั้น) ช่วยเพิ่มความหวังในการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม และฟื้นฟูการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
• อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูง เป็นเพราะความขัดแย้งหลักยังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ รวมถึงเงื่อนไขแลกเปลี่ยน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
• ในแง่มุมของผลกระทบจากสงครามยังเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยในเดือน เม.ย. 2026เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัวในทุกมิติโดยเฉพาะการลงทุนที่กลับมาติดลบอีกครั้ง


REGION RADAR
• BAIDU (9888 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 มีรายได้รวมอยู่ที่ 3.21 หมื่นล้านหยวน -1% YOY (สูงกว่าคาด 2%) ขณะที่EPS อยู่ที่ 12.06 หยวน -25% YOY (สูงกว่าคาด 2%) หนุนจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจ AI ที่แข็งแกร่งแนะนำเก็งกำไร DR: BIDU80
• GOOGLE ประกาศจัดงาน I/O 2026 ในวันที่ 19–20 พ.ค. 2569 ที่แคลิฟอร์เนีย โดยเป็นงานรวมตัวนักพัฒนา (DEVELOPERS) ทั่วโลกซึ่งจะมีการเปิดตัวเทคโยโลยีใหม่ในงานครั้งนี้ โดยตลาดคาดว่าทาง GOOGLE จะประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีสำคัญ

 

THAI FOCUS
•GDP 1Q26 +2.8% YOY ดีเกินคาด หนุนโดยการลงทุนเอกชน (+10.1%) การบริโภค (+3.2%) และการใช้จ่ายรัฐ (+3.4%) ส่วน 2Q26 มีแนวโน้มชะลอตัว YOY ต้องลุ้นมาตรการ คนละครึ่ง พลัส เข้ามาพยุง
• ภาพรวมทั้งปี 2026 สภาพัฒน์ฯ คาด GDP โต 1.5% - 2.5% (ค่ากลาง 2.0%) ซึ่งต่ำกว่าปี 2024 (2.9%) และ 2025 (2.4%) โดยมีการส่งออก (+9.6%) เป็นเครื่องจักรหลัก และปรับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% - 3.0% (จากเดิมที่คิดว่าจะติดลบหรือโตต่ำ) ส่งผลให้ธปท. อาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยยาวไปจนถึงสิ้นป


SYNAPSE STRATEGY
• ตลาดหุ้นไทยแกร่งจาก 1.กำไร 1Q69 3.57 แสนล้านบาท (+57%QOQ, +27% YOY) คิดเป็นเกือบ 30% ของเป้าหมายทั้งปี2.โครงสร้างตลาดทนทานต่อเงินเฟ้อ มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์+ กลุ่มการเงิน รวมกันถึง 40.5%
• หุ้นเด่นวันนี้BLA ได้อานิสงส์จาก BOND YIELD ขยับขึ้น CPALLคาดกำไร 2Q69 โตต่อเนื่อง จากโครงการคนละครึ่ง พลัส COM7ได้ประโยชน์จากความต้องการ

 

HORIZON MARKET VIEW
สงครามสงบชั่วคราว แต่ปมความขัดแย้งยังอยู่
เช้านี้ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงราว 2% หลัง ปธน. เผยว่าได้ชะลอแผนโจมตีทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่าน รับคำร้องขอจากพันธมิตรในตะวันออกกลาง (ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ขณะที่การเจรจาอย่างจริงจังระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่านกำลังเกิดขึ้น ทำให้ (ในช่วงสั้น) ช่วยเพิ่มความหวังในการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม และฟื้นฟูการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูง เป็นเพราะความขัดแย้งหลักยังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์รวมถึงเงื่อนไขแลกเปลี่ยน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

 

ในแง่มุมของผลกระทบจากสงครามยังเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยในเดือน เม.ย. 2026 เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัวในทุกมิติทั้งผลผลิตภาคอุตสาหกรรม +4.1%YOY ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี, ยอดค้าปลีก +0.2%YOYแย่สุดตั้งแต่หลังโควิด, การลงทุน -1.6%YOY กลับมาติดลบอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันเริ่มเกิดคำถามว่ารัฐบาลจีนว่าควรเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ ในช่วงที่วิกฤตพลังงานโลกนอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินสถานการณ์เงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือน พ.ค. 2026 อาจพุ่งขึ้นแตะ +4.7%YOYภายใต้สมมติฐานการขยายตัวรายเดือน +1.0%MOM ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ FED มีท่าที HAWKISH มากขึ้น

REGION RADAR
BAIDU รายงานธุรกิจ CLOUD เติบโตแรงเหนือคาด
BAIDU (9888 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 มีรายได้รวมอยู่ที่ 3.21 หมื่นล้านหยวน -1% YOY(สูงกว่าคาด 2%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 12.06 หยวน -25% YOY (สูงกว่าคาด 2%) หนุนจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจ AI ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจ CLOUD +79% YOY อีกทั้งรายได้จากธุรกิจในกลุ่ม AI อาทิ CLOUD,ROBOTAXI และ APPLICATION คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ธุรกิจหลักเป็นครั้งแรก นอกจากนี้บริษัทได้ระบุถึงธุรกิจ ROBOTAXI ว่าปัจจุบัน APOLLO GO ได้ขยายในประเทศจีนอย่างรวดเร็วสู่โดยเจาะตลาดทั้ง 22 เมือง (จากเดิม 16 เมือง) และได้ขยายไปต่างประเทศมากขึ้น อาทิ บุกตลาด LONDON โดยจับมือกับทางUBER และ LYFT

GOOGLE ประกาศจัดงาน GOOGLE I/O เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่
GOOGLE ประกาศจัดงาน I/O 2026 ในวันที่ 19–20 พ.ค. 2569 ที่แคลิฟอร์เนีย โดยเป็นงานรวมตัวนักพัฒนา(DEVELOPERS) ทั่วโลกซึ่งจะมีการเปิดตัวเทคโยโลยีใหม่ต่างๆในงานครั้งนี้ โดยตลาดคาดว่าทาง GOOGLE จะประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีสำคัญดังนี้ 1. GEMINI 4.0 หรือ GEMINI 3.5 PRO เพื่อตอบโต้คู่แข่งอย่าง GPT-5.5 /CLAUDE 2. GEMINI OMNI เป็น AI MODEL ที่สามารถสร้างรูปและวีดิโอในแพลตฟอร์มเดียวอาจเป็นคู่แข่งกับทาง SORA และ KLING AI ได้3. ANDROID XR GLASSES ซึ่งร่วมมือกับทาง SAMSUNG JINJU

 

THAI FOCUS
สรุปภาพรวมและแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในปี 2026 ผ่านมุมมอง สศช.
เศรษฐกิจไทยเริ่มต้นปี 2026 ได้ค่อนข้างแข็งแกร่งและดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ออกมา + 2.8%YOY มาจากทุกภาคส่วนหลัก อาทิการลงทุนภาคเอกชน +10.1%, การบริโภคและการใช้จ่ายรัฐ +3.2% และ +3.4% ตามลำดับ ส่วนภาพ 2Q26 อาจเห็นแนวโน้มการชะลอตัวของ GDP โดยคาดว่าการขยายตัวจะลดลงเหลือเพียง 1.2% YOY แต่มองว่าอาจเห็นความหวังจากมาตรการภาครัฐฯ ที่จะเข้ามาช่วยพยุงสถานการณ์ เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส(ที่จะเข้า ครม.วันนี้)

เมื่อมองภาพรวมทั้งปี 2026 สภาพัฒน์ฯ ประเมินว่าจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.5% -2.5% (ค่ากลาง 2.0%)ซึ่งถือว่าชะลอตัวลงจากปี 2024 (2.9%) และ 2025 (2.4%) โดยมองแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการค้าระหว่างประเทศคาดว่ามูลค่าการส่งออกจะ +9.6% และการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะโต 3.7% และการลงทุนภาครัฐโต 3.1%ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนทิศทางเงินเฟ้อสภาพัฒน์ฯ ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจากเดิมที่มองว่าจะติดลบหรือโตต่ำ (-0.3% ถึง 0.7%) พุ่งขึ้นมาเป็น 2.0% - 3.0% (ค่ากลาง 2.5%) ซึ่งอาจเกิดจากต้นทุนพลังงาน ราคาอาหาร หรือการนำเข้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในไทยอาจคงดอกเบี้ยจนถึงสิ้นปีได้

SYNAPSE STRATEGY
ตลาดหุ้นไทยกำไรแกร่ง FUND FLOW ไหลเข้า พร้อมรับมือเงินเฟ้อ
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ออกมาแข็งแกร่งดีกว่าคาด 5% ทำกำไรสุทธิได้3.57 แสนล้านบาท (+57%QOQ และ +27%YOY) กำไรในไตรมาสแรกคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 30% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเราที่ 1.2ล้านล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่ทำกำไรโดดเด่น อาทิ PETRO MEDIA CONMAT CONS ENERG FIN PKGBANK PROP ETRON เป็นต้น


โครงสร้างตลาดหุ้นไทยตาม MARKET CAP แข็งแกร่งและเป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อ (INFLATION FEAR) โดยกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (ENERG, PETRO, FOOD, AGRI) มีสัดส่วน 24.5% ซึ่งกลุ่มนี้มักได้ประโยชน์และมีกำไรที่เติบโตตามทิศทางราคาพลังงานและน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง ส่วนกลุ่มการเงิน (BANK, FIN, INSUR) มีสัดส่วน16.0% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้อานิสงส์โดยตรงจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (BOND YIELD) ที่ทรงตัวในระดับสูง เมื่อรวมทั้งสองกลุ่มนี้เข้าด้วยกันตลาดหุ้นไทยจะมีสัดส่วนหุ้นที่ทนทานต่อภาวะเงินเฟ้อสูงถึง40.5%ซึ่งหากย้อนดูสถิติในอดีต (ช่วง 1H22 ที่มีสงครามรัสเซีย-ยูเครน) กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์เคยเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ดันกำไรของตลาดหุ้นไทยให้พุ่งทะลุไปถึง 5.83 แสนล้านบาท (สูงกว่าระดับปกติที่ 5 แสนล้านบาท) โดยคิดเป็นสัดส่วนกำไรเกินกว่า 50% ของทั้งตลาด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีแรงหนุนที่ยืดหยุ่นในยามเกิดวิกฤต


อีก 1 ความแข็งแกร่ง คือ การเกิดปรากฏการณ์ของการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทยขึ้นจาก 90.5 บาท/หุ้น เป็น 98.4 บาท/หุ้น (คล้ายกับรอบปี 2022 ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ดัชนี SET ทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 1,718 จุด)

ดังนั้น ด้วยปัจจัยทั้งหมดทั้งปวง ทำให้ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาชัดเจน สะท้อนผ่านกระแสเงินทุน (FUND FLOW) ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยทุกกรอบเวลา (ทั้ง DAILY, WTD, MTD, QTD และ YTD) ยอด YTDพุ่งสูงถึง +815.2 ล้านเหรียญฯ ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งและโดดเด่นสวนทางกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย(เช่น ไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย, เวียดนาม) ที่เผชิญกับแรงเทขายตลอด
PRIME PICK วันนี้เลือก BLA, CPALL และ COM7
BLA : ได้ประโยชน์จาก BOND YIELD ทรงตัวระดับสูง และเกราะป้องกันเงินเฟ้อ
CPALL : กำไร 2Q69 มีโอกาสเด่นต่อจาก คนละครึ่ง พลัส
COM7 : ได้ประโยชน์จาก DEMAND สินค้าไอที และมาตรการลดภาษีการติดตั้ง SOLAR CELL

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้