pI Daily เป็นไปตามที่ประเมินไว้ว่าเงินเฟ้อจะกลับมากดดันการลงทุน ช่วงเวลาที่เงินเฟ้อก่อตัวมักไม่ดีกับตลาดหุ้นโดยเฉพาะเมื่อตลาดเปลี่ยนมุมมองดอกเบี้ย เน้นลดพอร์ตการลงทุนเพิ่มการถือครองเงินสด หากรับความเสี่ยงได้ประสงค์ลงทุนระยะสั้นกลุ่ม BANK น่าสนใจ
Djia ปิดลบ -537 จุด (-1.07%) ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นจุดกระแสความกังวลด้านเงินเฟ้อทั่วโลก ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.4% รัฐมนตรีอิหร่านระบุว่าไม่มีความไว้วางใจต่อสหรัฐฯ
การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นอีกครั้ง ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่องประกอบกับนักลงทุนผิดหวังกับการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับจีนที่ไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นนัยยะสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และยังเป็นที่แน่ชัดว่าช่องแคบ hormuz จะกลับมาเปิดดำเนินการได้ปกติเมื่อไหร่ จึงควรระมัดระวังต่อการลงทุนโดยเฉพาะกลุ่ม Semiconductor ที่ปรับขึ้นมาร้อนแรงรับกับความคาดหวัง และมักจะอ่อนไหวกับทิศทางดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป สถิติช่วงขึ้นดอกเบี้ยรอบล่าสุดของสหรัฐฯ กดดัน S&P500 ปรับฐานมากถึง 25%
วันนี้รอติดตามเศรษฐกิจประจำช่วง 1Q26 Consensus คาดว่า จะขยายตัว 2.4%YoY , 0.3%QoQ หากรายงานสูงกว่าจะเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตามประเมินว่าตราบใดหากราคาน้ำมันยังไม่ปรับฐานแรงหรือทรงตัวระดับ 100 $ (+/-) มองว่า Upside ตลาดหุ้นจะเริ่มจำกัดและเสี่ยงปรับฐานจากเงินเฟ้อ (CPI) เช้านี้พบเงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 32.7 บาท / $ และ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น 1% วันนี้ประเมิน SET ยังเสี่ยงลงกรอบ 1500 – 1525 เช้านี้หุ้นเอเชียปรับฐาน (Kospi -4%) กลยุทธ์การ ลงทุนเน้นเพิ่มการถือครองเงินสด และรอจังหวะซื้อในช่วงย่อตัวของตลาด ระยะสั้น Trading น้ำมันและปิโตรเคมี (PTTEP PTT PTTGC) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB)
หุ้นแนะนำ
SCB : ราคาเป้าหมาย 140 บาท
คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่ 7.9% ในปี 2026
KBANK : ราคาเป้าหมาย 212 บาท
ผลการดำเนินงานใน 1Q26 กำไรสุทธิออกมาแข็งแกร่งที่ 14.7 พันล้านบาท (+6% YoY, +43%QoQ)