สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (14 พฤษภาคม 2569) ------- บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) BCP เปิดเผยว่า ไตรมาส1/2569 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 4.17 บาท จาก 1.54 บาท ใน Q1/2568
สำหรับ Q1/2569 กลุ่มบริษัทบางจาก มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท (15% QoQ, 6% YoY) EBITDA 17,795 ล้านบาท (94% QoQ, 40% YoY) และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) 953 ล้านบาท (-80% QoQ, -57% YoY) ทั้งนี้ หากรวมรายการ Inventory Gain (รวม NRV) และรายการพิเศษอื่นที่เกิดขึ้นใน Q1/2569 บริษัทฯ มี กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท (>100% QoQ, >100% YoY) คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.17 บาท โดยกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ มี EBITDA เพิ่มขึ้นโดยหลักมาจากธุรกิจโรงกลั่น ที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยในระดับสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ที่ 279.8 KBD รองรับความต้องการบริโภคน้ำมันในประเทศที่ปรับเร่งตัวขึ้น ประกอบกับ Crack Spread ของน้ำมันอากาศ ยานและน้ำมันดีเซลในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนมี.ค. 69 ส่งผลให้ค่าการกลั่นพื้นฐานของกลุ่มบริษัทฯ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ US$18.57/BBL โดยการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ Crack Spread ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนของสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า โดยเป็นผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (Realized Loss) จำนวน 3,350 ล้านบาท ซึ่งสามารถชดเชยด้วยการรับรู้ Inventory Gain (รวม NRV) ของกลุ่มบริษัทฯ จำนวน 8,299 ล้านบาท ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในเดือนมี.ค. 69 ได้ทั้งหมด และมีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) จำนวน 7,653 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความผันผวนตามสถานการณ์พลังงานโลก อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นมีความผันผวนและท้าทายอย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจการตลาด มีปริมาณการจำหน่ายรวมสูงสุด เป็นประวัติการณ์จากการขยายตัวของยอดจำหน่ายผ่านสถานีบริการ โดยบริษัทฯ ได้บริหารจัดการการกระจายน้ำมันอย่างเต็ม ความสามารถเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นและเพื่อบรรเทาความกังวลของผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพ ด้านพลังงานของประเทศ ส่วนธุรกิจพลังงานชีวภำพ มีปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซลและเอทานอลที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการ บริโภคน้ำมันที่สูงขึ้น และจากมาตรการภาครัฐในการเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 รวมถึงการส่งเสริมการ ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มีปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลง QoQ จากการชะลอตัวของธุรกรรม ภายนอกกลุ่มบางจาก (Out‑Out) ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบ ฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังสามารถขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้น จากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว สอดรับกับใน Q1/2569 ที่มีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น QoQ จากการจำหน่ายมากกว่ากำงผลิตตามสัญญา (Overlift) ของแหล่ง Brage และ Draugen ตามแผนบริหารการขาย กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้าง พื้นฐาน มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป. ลาว อ่อนตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รับรู้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าที่สูงขึ้นในฤดูหนาวและ จำนวนวันปิดซ่อมบำรุงตามแผนที่ลดลง ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป. ลาว ที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าได้บางส่วน
สำหรับ Q1/2569 กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพมีรายได้ 123,733 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 20% QoQ และ 13% YoY และมี EBITDA 12,316 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น >100% ทั้ง QoQ และ YoY
สำหรับ Q1/2569 กลุ่มธุรกิจการตลาดมีรายได้ 108,136 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 9% QoQ และ 3% YoY และมี EBITDA 1,563 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 22% QoQ แต่ลดลง 11% YoY
สำหรับ Q1/2569 กลุ่มธุรกิจพลังงานชีวภาพมีรายได้ 4,849 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 13% QoQ แต่ลดลง 10% YoY และมี EBITDA 408 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 68% QoQ และ 42% YoY
สำหรับ Q1/2569 กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันมีรายได้ 66,380 ล้านบาท ปรับลดลง 3% QoQ และ 12% YoY และมี EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 33% YoY
สำหรับ Q1/2569 กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติมีรายได้ 8,337 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% QoQ แต่ลดลง 8% YoY และมี EBITDA 4,308 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% QoQ แต่ลดลง 35% YoY
สำหรับ Q1/2569 กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานมีรายได้ 1,098 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 16% QoQ และเพิ่มขึ้น50% YoY และมี EBITDA 1,396 ล้านบาท ปรับลดลง 12% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 55% YoY