สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 30 เมษายน 2569 )------- บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)BCP สรุปข้อมูลสำคัญรายธุรกิจ ประจำไตรมาส Q1/2569 ดังนี้
- ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันรวม 4,484 (ล้านลิตร)
-กำลังการผลิตเฉลี่ย 279.8 (พันบาร์เรลต่อวัน)
-อัตรากำลังการผลิต 95%
ใน Q1/2569 ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ตลาดเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงด้านเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและ น้ำมันสำเร็จรูปที่สำคัญของโลก รวมถึงความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคดังกล่าว ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ผลิต OPEC+ มีมติรักษาระดับการผลิตน้ำมันดิบในไตรมาสนี้ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกตึงตัวขึ้น โดยราคาน้ำมันดูไบ (DB) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 38% QoQ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเดทเบรนท์ (DTD) ปรับเพิ่มขึ้น 27% QoQ ส่งผลให้ส่วนต่าง DTD-DB อยู่ที่ US$(6.74)/BBL
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการหยุดชะงักชั่วคราวของเส้นทางขนส่งน้ำมันดังกล่าว ส่งผลให้โรงกลั่นหลายแห่งในเอเชีย จำเป็นต้องปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบและบริหารกำลังการกลั่นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป ภายในประเทศ นอกจากนี้ตลาดน้ำมันสำเร็จรูปได้รับแรงกดดันจากการหยุดชะงักของการส่งออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นขั้นกลาง (Middle Distillates) อาทิ น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซล ประกอบกับมาตรการจำกัด การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปชั่วคราวของบางประเทศในเอเชียได้เพิ่มแรงกดดันต่ออุปทานในภูมิภาค หนุนให้ส่วนต่างราคา (Crack Spread) ของน้ำมันเจ็ท (เคโรซีน) – ดูไบ (IK-DB) และส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล – ดูไบ (GO-DB) ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างรัสเซียและยูเครนเมื่อ Q2/2565 ประกอบกับน้ำมันดีเซลยังได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติม จากสต็อกน้ำมันดีเซลของโลกที่อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปีอีกด้วย ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซิน – ดูไบ (UNL95DB) และส่วนต่างราคาน้ำมันเตาเกรดกำมะถันต่ำ – ดูไบ (LSFO-DB) ปรับลดลงเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนจากสต็อกน้ำมัน ของทั้งสองผลิตภัณฑ์ที่ยังคงสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนและไม่มีแรงกดดันด้านอุปทานอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้สำหรับโรงกลั่น บางจากใน Q1/2569 ยังคงรักษาระดับกำลังการผลิตเฉลี่ยในระดับสูงที่ 279.8 พันบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของโรงกลั่น บางจาก คิดเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 95% เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันและสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของ ประเทศ
ธุรกิจการตลาด
-ปริมาณการจำหน่ายรวม 3,700 (ล้านลิตร)
ใน Q1/2569 ธุรกิจการตลาดมีปริมาณการจำหน่ายรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณการจำหน่ายของ ธุรกิจค้าปลีกที่ขยายตัวจากความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนมี.ค. 69 อันเป็นผลจากความขัดแย้ง ในตะวันออกกลาง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลด้านอุปทานพลังงานโลก และส่งผลต่อพฤติกรรมการสำรองน้ำมันในประเทศ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทบางจากสามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการกระจายน้ำมันทั่วประเทศอย่างเต็มความสามารถเพื่อรองรับ ความต้องการดังกล่าว ขณะที่ธุรกิจอุตสาหกรรมสามารถรักษายอดจำหน่ายได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าภายใต้สภาวะ การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่อยู่ในระดับสูง โดยมียอดจำหน่ายน้ำมันอากาศยานและน้ำมันชื้อเพลิงสำหรับเรือเดินสมุทร ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจพลังงานชีวภาพ
-ปริมาณการจำหน่าย (ล้านลิตร)
ไบโอดีเซล (B100) 94.88
เอทานอล 68.40
ใน Q1/2569 ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มีปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลที่เร่งตัวขึ้นในเดือนมี.ค. 69 และน าไปสู่การประกาศปรับเพิ่มสัดส่วนการผสม ไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 ของภาครัฐ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ถึง 13 มิ.ย. 69 โดยราคาเฉลี่ยไบโอดีเซลอ้างอิง ใน Q1/2569 ใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ยังได้รับแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกิน สำหรับปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอลขยายตัว สอดคล้องกับแผนการผลิตของบริษัทฯ และมาตรการส่งเสริมการใช้ แก๊สโซฮอล์ในช่วงกลางเดือนมี.ค. 69 ที่มีการปรับโครงสร้างส่วนต่างราคาเพื่อส่งเสริมการใช้ E20 โดยราคาเฉลี่ยเอทานอลอ้างอิง ปรับเพิ่มขึ้น จากความต้องการมันสำปะหลังในตลาดส่งออกที่ขยายตัว ประกอบกับปริมาณสต็อกเอทานอลในประเทศที่ลดลง สอดคล้องกับการส่งออกตามสัญญาล่วงหน้าที่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน และแนวโน้มอุปสงค์ของ E20 ที่ปรับตัวดีขึ้น
กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน
-ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 27.5 (ล้านบาร์เรล)
ใน Q1/2569 กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันมีปริมาณการการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมัน รวมทั้งสิ้น 27.5 ล้านบาร์เรล ลดลง จากไตรมาสก่อน จากการชะลอตัวของธุรกรรมต่างประเทศ (Out‑Out) ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความ ไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังขยายตัวตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น ช่วยพยุงเสถียรภาพการดำเนินงานโดยรวม
กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ
ใน Q1/2569 กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ มีปริมาณการผลิตและปริมาณจำหน่ายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรวมปรับเพิ่มขึ้นจาก ไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายมากกว่ากำลังผลิตตามสัญญา (Overlift) ของแหล่ง Brage และ Draugen อีกทั้งราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวปรับเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาขาย ก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ จากราคน้ำมันคาดการณ์ล่วงหน้า ที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ใน Q1/2569 บริษัทฯ รับรู้ขาดทุนจากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Hedging Losses) เมื่อคำนวณตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ คิดเป็นจำนวนเงิน 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อีกทั้ง บริษัทฯ บันทึกการกลับรายการด้อยค่าสินทรัพย์จากราคาน้ำมันคาดการณ์ล่วงหน้าที่ปรับเพิ่มขึ้นในแหล่ง Statfjord ทั้งนี้เมื่อ คำนวณตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ หลังหักภาษีจะคิดเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบ จากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าได้ทั้งหมด ทั้งนี้ OKEA ได้ประกาศผลการดำเนินงานของ Q1/2569 แล้ว โดยสามารถเข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://okea.no/investor/reports-and-presentations/
ใน Q1/2569 กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน มีภาพรวมปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลง โดยหลักจากโรงไฟฟ้าพลังงาน สปป. ลาว ที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ชนะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นตามค่าความเข้มแสง และโรงไฟฟ้าพลังงานลมประเทศไทยมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นจากกำลังลมที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าตามส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธธธธรรมชาติในประเทศสหรัฐฯ ที่อยู่ในช่วงฤดูหนาว และมีจำนวนวันการปิดซ่อมบำรุงตามแผนที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสามารถชดเชยปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงของโรงไฟฟ้าพลังงานลม สปป. ลาว จากปัจจัยด้านฤดูกาลได้ทั้งหมด
ขณะที่ธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือมีปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันเทียบเท่ากับโตรมาสก่อนจากสัญญาเซ่าแบบคงที่ และปริมาณการใช้ท่อลดลงจากการใช้บริการขนถ่ายน้ำมันของลูกค้าที่ลดลง