11 พ.ค. 2569 17:17:01 385
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (11 พฤษภาคม 2569) ------- บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)STA รายงานงบการเงินรวมไตรมาส1/ 2569 มีกำไรสุทธิ 645.43 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 688.68 ล้านบาทบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)STGT รายงานงบการเงินรวมไตรมาส1/ 2569 มีกำไรสุทธิ 384.06 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 424.23 ล้านบาทบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) STA เปิดเผยว่า บริษัทฯ พลิกทำกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 ที่ 645.4 ล้านบาท คิดเป็น อัตรากำไรสุทธิร้อยละ 2.4 จากการทยอยฟื้นตัวของทั้งธุรกิจยาง ธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยาง ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 2,369.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 307.4 QoQ คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ที่ร้อยละ 8.8ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เริ่มทยอยฟื้นตัวในไตรมาส 1/2569 จากการ ฟื้นตัวของธุรกิจยางธรรมชาติตามทิศทางราคายางที่ปรับเพิ่มขึ้น ภายหลัง ได้รับแรงกดดันจากการประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ (US Reciprocal Tariff) ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 ซึ่งส่งผลให้ราคายางในตลาดโลก ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับธุรกิจถุงมือยางกลับมาดำเนินงานได้ ตามปกติภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปีก่อน ทั้งนี้ปัจจัยสนับสนุน หลักในไตรมาสนี้ ประกอบด้วย(1) การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจยางธรรมชาติ โดยอัตรากำไร ขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 8.7 จากร้อยละ 5.7 ในไตรมาสก่อน(2) การกลับมาดำเนินงานตามปกติของธุรกิจถุงมือยาง ส่งผลให้อัตรากำไร ขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ร้อยละ 10.4 จากร้อยละ 7.2 ในไตรมาสก่อน(3) การเริ่มทยอยรับรู้รายได้ชดเชยค่าเคลมประกันจากเหตุการณ์อุทกภัย บริเวณอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อโรงงานถุงมือยาง บางแห่งของบริษัทฯ กลุ่มบริษัทศรีตรังมีรายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 26,841.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 QoQ แต่ลดลงร้อยละ 21.9 YoY เป็นผลหลักจากราคาขายและปริมาณ ขายยางที่ลดลง โดยมีรายละเอียด ดังนี้• รายได้ยางธรรมชาติ ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 21,358.2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 79.6 ของรายได้รวม ลดลงร้อยละ 0.3 QoQ และลดลงร้อยละ 23.3 YoY• รายได้ลดลงเล็กน้อย QoQ เป็นผลจากปริมาณขายที่ลดลงร้อยละ 5.5 QoQ มาอยู่ที่ 341,786 ตัน โดยเป็นยาง EUDR จำนวน 34,942 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 10.2 ของปริมาณขายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 QoQ สอดคล้องกับทิศทางราคายางพาราในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปลายปีก่อน• รายได้ลดลง YoY จากปริมาณขายที่ลดลงร้อยละ 13.9 YoY เนื่องจากในช่วงปลายปี 2567 มีอุปสงค์เร่งตัวก่อนการบังคับใช้มาตรการ EUDR ตามกำหนดเดิม ส่งผล ให้ปริมาณขายและการรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/2568 อยู่ในระดับสูง รวมถึงราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงร้อยละ 10.9 YoY• รายได้จากการขายตามภูมิศาสตร์ สำหรับไตรมาส 1/2569 ประเทศจีนยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 63.3 ตามมาด้วยตลาดในเอเชียอื่นๆ ที่ไม่รวมจีนและ ไทยร้อยละ 11.5 ตลาดในประเทศไทยที่ร้อยละ 11.1 ตลาดยุโรปร้อยละ 9.0 ตลาดอเมริกาที่ร้อยละ 4.9 และตลาดอื่นๆ อีกร้อยละ 0.3• อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) เมื่อเทียบกับระดับการเดินเครื่องจักรในสภาวะปกติ (Optimum Capacity) ของโรงงานยางธรรมชาติ รวมทุก ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน และน้ำยางข้น ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ร้อยละ 56.1 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 55.1 ในไตรมาสก่อน แต่ลดลงจากร้อยละ 65.9 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน• รายได้ถุงมือยาง ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 5,471.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20.4 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 QoQ แต่ลดลงร้อยละ 16.1 YoY• รายได้เพิ่มขึ้น QoQ จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 QoQ มาอยู่ที่ 9,159 ล้านชิ้น จากการทยอยฟื้นตัวของการดำเนินงานภายหลังได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปีก่อน และราคาขายเฉลี่ยในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ของถุงมือยางทุกผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 QoQ มาอยู่ที่ USD 18.98/พันชิ้น อย่างไรก็ดี จากการแข็งค่าของเงินบาทร้อยละ 1.8 QoQ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยในสกุลเงินบาทเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 QoQ• รายได้ลดลง YoY เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยลดลงร้อยละ 15.4 YoY แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ จะปรับลดลงร้อยละ 9.1 YoY แต่ผลกระทบจาก การแข็งค่าของเงินบาทร้อยละ 7.0 YoY ท าให้ราคาขายเฉลี่ยในสกุลเงินบาทลดลงในอัตราที่มากกว่า รวมถึงปริมาณขายที่ลดลงร้อยละ 0.4 YoY• อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization rate) ของโรงงงานถุงมือยางในไตรมาส 1/2569 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 84.2 จากร้อยละ 78.2 ในไตรมาสก่อน สะท้อน การกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติ และสำหรับไตรมาส 1/2568 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 79.4 ด้านบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) STGT เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 384.1 ล้านบาท คิดเป็น อัตรากำไรสุทธิร้อยละ 7.0 พลิกจากผลขาดทุน 503.8 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน จากการกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยในช่วง ปลายปี 2568 รวมถึงการรับรู้รำยได้ชดเชยประกันบางส่วน อย่างไรก็ดี กำไร สุทธิปรับลดลงร้อยละ 9.5 YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงตำมต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้ • รายได้จากการขาย ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 5,485.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 QoQ จากปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันของปีก่อน รายได้ลดลงร้อยละ 16.2 YoY จำกรำคำขำยเฉลี ่ยที ่ปรับ ลดลงตำมสถำนกำรณ์รำคำต้นทุนวัตถุดิบที ่ลดลง o ปริมาณการขาย ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 9,159 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 QoQ ซึ่งเป็นกำรปรับเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเป็นการทยอยฟื้นตัว ภายหลังจากเหตุการณ์อุทกภัยรอบอำเภอหำดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็น ที่ตั้งของโรงงำนบำงแห่งของบริษัทในช่วงปลำยปีก่อน ขณะที่ปริมาณาย ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.4 YoY o ราคาขายเฉลี่ยถุงมือยางในทุกผลิตภัณฑ์ในไตรมาส 1/2569 ในสกุล เงินดอลล่าร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 QoQ มาอยู่ที่ USD 18.98/พันชิ้น อย่างไรก็ดี จากการแข็งค่าของเงินบาทร้อยละ 1.8 QoQ ส่งผลให้ราคาขาย เฉลี่ยในสกุลเงินบาทปรับเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 QoQ ขณะที่เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาขายเฉลี่ยลดลง สอดคล้องกับทิศทางราคาวัตถุดิบน้ำยางที่ลดลง โดยราคาขายเฉลี่ยในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ปรับ ลดลงร้อยละ 9.1 YoY และเมื่อรวมผลกระทบจากการแข็งค่ำของเงินบาท ร้อยละ 7.0 YoY ทำให้ราคาขายเฉลี่ยในสกุลเงินบาทลดลงร้อยละ 15.4 YoY "ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากการกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติภายหลังเหตุการณ์อุทกภัย ในช่วงปลายปีก่อน โดยบริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิที่ 384.1 ล้านบาท พร้อมด้วยรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.1 QoQ ตามการฟื้นตัวของปริมาณขายสู่ 9,159 ล้านชิ้น" นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ครั้งที่ 3/2569 ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน ครั้งที่ 2 ของบริษัทฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้โครงการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : ซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินวันที่คณะกรรมการมีมติ : 08 พ.ค. 2569วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 62,100,000%ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.17วงเงินซื้อหุ้นคืน(ล้านบาท) : 683.00วันที่เริ่มต้น - วันที่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน : วันที่ 12 พ.ค. 2569 ถึงวันที่ 07 พ.ย. 2569 เหตุผลในการซื้อหุ้นคืน เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นต่อสถานะ ทางการเงินที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการดําเนินธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มอัตราผลตอบแทนที่ดีขึ้นทั้ง ผลตอบแทนให้แก่ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากําไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ---จบ---
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์