Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : STA โบกธงปริมาณขายปี 63 อื้อซ่า!!

1,418

HotNews : STA โบกธงปริมาณขายปี 63 อื้อซ่า!!

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (5 มิถุนายน 2563) STA โบกธงปริมาณขายปี 63 อื้อซ่า!! คาดปี 63 ยอดขายถุงมือยางแตะ 2.8-2.9หมื่นล้านชิ้น จากปีก่อนที่ 1.9 หมื่นล้านชิ้น -ปริมาณขายยางธรรมชาติ 1.2-1.3 ล้านตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน รับดีมานด์ Health Care พุ่งเผย Q2/63 พร้อมเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต 3.3หมื่นล้านชิ้น เล็งขยายกำลังการผลิตแตะ 5 หมื่นล้านภายในปี 68

 

 

 


นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) STA เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่1/63 เป็นต้นมา ส่งผลทำให้มีความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้นมากทั้งโดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ถึงมือยางทางการแพทย์ ในตลาดเอเชีย45% และทางฝั่งยุโรป 19% รวมถึงในสหรัฐอเมริกากว่า 15% ของยอดขายรวม และที่เหลือมาจากในประเทศ

 

 

ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีสัดส่วนยอดขายในประเทศจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ มีแนวโน้มเติบโตดี โดยมั่นใจจะมีกำไรสุทธิ จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 148.54 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ มีกำไรสุทธิแล้ว 854.15 ล้านบาท รวมทั้งคาดว่าปีนี้ ปริมาณขายถุงมือยาง 2.8-2.9 หมื่นล้านชิ้น จากปีก่อนที่ 1. 9 หมื่นล้านชิ้น และยังตั้งเป้าปริมาณขายยางธรรมชาติไว้ที่ 1.2-1.3 ล้านตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน ตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

 

ทั้งนี้จากการคาดการณ์ข้างต้นบริษัทฯ จำเป็นต้องขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้นมารองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันที่มีกำลังแสวงหาผลิตภัณฑ์ประเภท Health Care มากยิ่งขึ้น แม้ว่าโควิด-19จะมีความคลี่คลายแต่เชื่อว่า พฤติกรรมNew Normal ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงให้ผู้บริโภคมีความสนใจใช้งานผลิตภัณฑ์ที่รักษาความสะอาดและป้องกันเชื้อโรคมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อสินค้าถุงมือยางที่เป็นรายได้หลักของบริษัทฯ

 

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ชะลอตัวลงซึ่งเป็นผลกระทบต่อสินค้ากลุ่มยางพาราที่มียอดขายลดลง จากการชะลอคำสั่งซื้อในการไปเป็นส่วนประกอบหลักในการทำยางรถยนต์ เนื่องจากหลายบริษัทมีการหยุดการผลิตรถยนต์ไปในช่วงนี้

 

 


ด้านแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทยังได้มีการปรับลดเงินลงทุนเหลือ 1,200 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้1,600ล้านบาท ซึ่งจะเน้นการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตถุงมือยางเพิ่มเป็นหลัก จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 3.3ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งได้เริ่มเข้ามาได้ในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเครื่องเต็มกำลังการผลิต95-100% และมีความมุ่นมั่นที่จะทำให้มีกำลังการผลิตแตะที่ระดับ 50,000 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี 2568 และ 70,000 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี 2571 เพื่อรองรับอัตราการใช้ถุงมือยางที่จะเพิ่มสูงขึ้น และผลักดันให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้ในกลุ่มตลาด(Market Share) ขึ้นเป็นอันดับที่ 3

 

 

ส่วนงบลงทุนที่เหลือจะมีการใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติด้วย ทั้งนี้บริษัทได้ชลอการลงทุนใหม่ๆในปีนี้ไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ทางภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาปกติ อย่างไรก็ตามยังคงศึกษาและมีแผนที่จะเข้าลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยางพารา

 

 

 

 

 

STA เผยโค้งแรกพลิกกำไร 854.14 ลบ. รับดีมานด์ถุงมือยางเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกหลัง COVID-19 ระบาด

 

 

บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) STA เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส1/63 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 854.14 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 627.67 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีกำ ไรจากการดา เนินงาน ในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 1,108.6 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ร้อยละ 6.3 พลิกจากขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 433.8ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรจากการดำเนินงานที่ 185.4ล้านบาท ในไตรมาสก่อน จากการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างมากของทั้ง 2 ธุรกิจหลัก แม้บางส่วนถูกหักลบด้วยขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และขาดทุนอื่น จำนวน 37.0 และ 92.3 ล้านบาท ตามลำดับ

 

 

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ร้อยละ 7.2 เมื่อเทียบกับรายได้จากการขายและบริการรวม ปรับลดลงจากร้อยละ 7.8 ใน 1Q62 และร้อยละ8.1 ใน 4Q62 โดยหลักเป็นการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติและถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ณ สิ้นงวด 1Q63สินค้าคงเหลือของบริษัทฯ มีมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value) เกินกว่าราคาทุนอยู่ 942.9 ล้านบาท

 

 

สำหรับธุรกิจปลายน้ า-ถุงมือยาง ผลจากการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ มาตั้งแต่ปี 2560 และความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา ภายหลังจากการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของ COVID-19 ทำให้ใน 1Q63 บริษัทฯ มีปริมาณการขายถุงมือยางรวม 6,277 ล้านชิ้น เติบโตร้อยละ 29.2 YoY และ 14.5 QoQประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้จากการขายของบริษัทฯ ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ใน 1Q63 บริษทั ฯ มีรายได้ จากการขาย 17,481.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 854.1 ล้านบาท โดยมีอตัรากำไรขั้นต้นและอตัรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 14.1 และ4.9 ตามลำดับ รายได้จากการขายและการให้บริการ ในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 17,481.1 ล้านบาทเติบโตร้อยละ 17.6 YoY และ 17.5 QoQ ตามลำดับ แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติ 13,630.0 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15.4 YoY และ 16.8 QoQ

 

 

จากทั้งปริมาณการขายที่ขยายตัวได้ดี และราคาขายเฉลี่ยของบริษัทฯ ที่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้แม้ว่าทิศทางของราคายางธรรมชาติในตลาดโลกได้อ่อนตัวลง สำหรับรายได้จากธุรกิจถุงมือยาง ใน 1Q63 อยู่ที่ 3,837.2 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 26.1 YoY และ 20.2QoQ โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดตามก าลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและความต้องการในการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ตลอดจนราคาขายเฉลี่ยที่สะท้อนต่อความต้องการในการบริโภคได้มากขึ้น

 

 

อีกทั้ง การอ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้จากการขายของบริษัทฯ ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้หลักของบริษัทฯ กว่าร้อยละ 75.0 เป็นรายได้จากการส่งออก ทั้งนี้ ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากผลิตภัณฑ์อื่นและบริการอื่นจำนวน 13.9 ล้านบาท

 

 

 

 

บล.เคทีบีฯ แนะซื้อ STA เคาะเป้า 27 บาท/หุ้น

 

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า STA ปีแห่งการเก็บกรีด คงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมาย 27.00 บาท อิง 2020E PER ที่ 14x (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงและ outperform SET อย่างชัดเจนปีนี้ แต่เรายังมองว่าหุ้น STA ราคาปัจจุบันยังน่าสนใจ จากกำไรสุทธิปี 2020E ที่จะเติบโตก้าวกระโดด ดีขึ้นทั้งจากธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง

 

 

โดยธุรกิจยางธรรมชาติมีแนวโน้มดีขึ้นการแข่งขันที่ลดลงเนื่องจากคู่แข่งขันบางรายออกจากอุตสาหกรรมไปและการฟื้นตัวของความต้องการใช้จากประเทศจีน ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางจะได้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากทั่วโลกจากผลกระทบ COVID-19 และค่าเงินบาทอ่อนและยังคงอยู่ระดับที่เหมาะสม เราประมาณกำไรสุทธิ STA ปี 2020E ที่ 2.9 พันล้านบาท ดีขึ้นจากการขาดทุน -149 ล้านบาทในปีก่อน จาก gross margin ดีขึ้นมาอยู่ที่ 10.9% (ปี 2019 ที่ 8.1%) รวมถึงการปรับเพิ่มกำลังการผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้นเป็น 95% จากเดิมที่ 90% ที่ 2.8 หมื่นล้านชิ้นเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น

 



ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น และ outperform SET +76% ใน 3 เดือนเพราะแนวโน้มความต้องการถุงมือยางที่ดี โดยเรายังแนะนำ "ซื้อ" ปัจจุบัน STA เทรดที่ 2020E PER ที่ 10x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 14x โดยมี key catalyst คือ กำไร 2Q20E ยังเติบโตดีและความต้องการถุงมือยางที่ดีต่อเนื่อง

 

 

มุมมองเป็นบวกต่อธุรกิจทั้งยางธรรมชาติและถุงมือยาง เรามีมุมมองเป็นบวกต่อธุรกิจถุงมือยางเนื่องจากจะได้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากทั่วโลกจากผลกระทบ COVID-19 คาดว่าความต้องการจะมีมากขึ้นใน 2Q20E จากสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงกว่า 1Q20 ประกอบกับการได้รับการหนุนจากค่าเงินบาทอ่อนและยังคงอยู่ระดับที่เหมาะสม ณ ปัจจุบัน คือ ยังเกิน 31 บาทต่อดอลล่าร์ ขณะที่ธุรกิจยางธรรมชาติมีการตกลงราคาขายไว้ ประกอบกับบริษัทมีการบริหารต้นทุนที่ดี รวมถึงกลุ่มลูกค้าในจีนเริ่มมีการฟื้นตัวและกลับมาเดินการผลิตจากภาวะ COVID-19 ที่คลีคลายลง คาดว่าจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรปี 2020E จากถุงมือยางเพิ่มขึ้นจากการ Demand ความต้องการใช้ถุงมือยางสูงขึ้นจาก COVID-19

 



คงกำไรสุทธิปี 2020E ที่ 2,970 ล้านบาท เราคงประมาณการกำไรสุทธิของ STA ในปี 2020E อยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท โดย gross profit margin ดีขึ้นมาอยู่ที่ 10.9% ในปี 2020E จากเดิมที่ 8.1% ในปี 2019 จากราคายางพารามีเสถียรภาพมากขึ้นส่งผลให้การบริหารต้นทุนและวัตถุดิบทำได้ราบรื่นขึ้นรวมถึงการเติบโตของถุงมือยางซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจยางธรรมชาติบางส่วนออกจากตลาดไป ทำให้การแข่งขันรวมถึงการแย่งซื้อวัตถุดิบลดลงมากในปีนี้ ขณะที่เราปรับกำลังการผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 90% เป็น 95% มาอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านชิ้นต่อปีจากความต้องการถุงมือยางที่เข้ามาต่อเนื่อง โดยขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งทำให้ยังต้องมีการระมัดระวังในด้านสุขอนามัย อีกทั้งมาตรฐานสุขอนามัยจะสูงขึ้นแม้ผ่านพ้น COVID-19 ในภาคของ Non-Medical ในการจำหน่ายอาหารและบริการจากพฤติกรรมของผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป

 

 

ราคาเป้าหมายที่ 27.00 บาท อิง PER ที่ 14x เทียบเท่า ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยมี key catalyst คือ การกำลังจะนำบริษัทลูก Sri Trang Gloves Thailand (STGT) ซึ่งทำธุรกิจถุงมือยางที่มีคุณภาพสูงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณเดือน ก.ค.นี้ ขณะที่ความเสี่ยงคือ ความล่าช้าของการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ เช่นรถยนต์จาก COVID-19

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews : SCGP ลั่นปี 64 ปั้นรายได้สู่ 1 แสนลบ.

SCGP ส่งซิกปี 64 รายได้วิ่งทะลุ 1 แสนลบ. หลังขยาย กำลังผลิต - ปิดดีล M&A ได้ พร้อมโชว์ผลงาน 9 เดือนปี 63 ...

SETโดดเด่น By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ ตลาดหุ้นไทย ถือว่า ปรับตัวขึ้น โดดเด่น มีความเป็นตัวเองมากกว่า ท่ามกลางตลาดต่าง

“PTG” แสดงความยินดีกับ PRAPAT ในโอกาสเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรก

“PTG” แสดงความยินดีกับ PRAPAT ในโอกาสเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรก

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้