Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : STA โบกธงปริมาณขายปี 63 อื้อซ่า!!

1,069

HotNews : STA โบกธงปริมาณขายปี 63 อื้อซ่า!!

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (5 มิถุนายน 2563) STA โบกธงปริมาณขายปี 63 อื้อซ่า!! คาดปี 63 ยอดขายถุงมือยางแตะ 2.8-2.9หมื่นล้านชิ้น จากปีก่อนที่ 1.9 หมื่นล้านชิ้น -ปริมาณขายยางธรรมชาติ 1.2-1.3 ล้านตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน รับดีมานด์ Health Care พุ่งเผย Q2/63 พร้อมเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต 3.3หมื่นล้านชิ้น เล็งขยายกำลังการผลิตแตะ 5 หมื่นล้านภายในปี 68

 

 

 


นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) STA เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่1/63 เป็นต้นมา ส่งผลทำให้มีความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้นมากทั้งโดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ถึงมือยางทางการแพทย์ ในตลาดเอเชีย45% และทางฝั่งยุโรป 19% รวมถึงในสหรัฐอเมริกากว่า 15% ของยอดขายรวม และที่เหลือมาจากในประเทศ

 

 

ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีสัดส่วนยอดขายในประเทศจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ มีแนวโน้มเติบโตดี โดยมั่นใจจะมีกำไรสุทธิ จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 148.54 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ มีกำไรสุทธิแล้ว 854.15 ล้านบาท รวมทั้งคาดว่าปีนี้ ปริมาณขายถุงมือยาง 2.8-2.9 หมื่นล้านชิ้น จากปีก่อนที่ 1. 9 หมื่นล้านชิ้น และยังตั้งเป้าปริมาณขายยางธรรมชาติไว้ที่ 1.2-1.3 ล้านตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน ตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

 

ทั้งนี้จากการคาดการณ์ข้างต้นบริษัทฯ จำเป็นต้องขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้นมารองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันที่มีกำลังแสวงหาผลิตภัณฑ์ประเภท Health Care มากยิ่งขึ้น แม้ว่าโควิด-19จะมีความคลี่คลายแต่เชื่อว่า พฤติกรรมNew Normal ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงให้ผู้บริโภคมีความสนใจใช้งานผลิตภัณฑ์ที่รักษาความสะอาดและป้องกันเชื้อโรคมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อสินค้าถุงมือยางที่เป็นรายได้หลักของบริษัทฯ

 

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ชะลอตัวลงซึ่งเป็นผลกระทบต่อสินค้ากลุ่มยางพาราที่มียอดขายลดลง จากการชะลอคำสั่งซื้อในการไปเป็นส่วนประกอบหลักในการทำยางรถยนต์ เนื่องจากหลายบริษัทมีการหยุดการผลิตรถยนต์ไปในช่วงนี้

 

 


ด้านแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทยังได้มีการปรับลดเงินลงทุนเหลือ 1,200 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้1,600ล้านบาท ซึ่งจะเน้นการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตถุงมือยางเพิ่มเป็นหลัก จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 3.3ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งได้เริ่มเข้ามาได้ในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเครื่องเต็มกำลังการผลิต95-100% และมีความมุ่นมั่นที่จะทำให้มีกำลังการผลิตแตะที่ระดับ 50,000 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี 2568 และ 70,000 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี 2571 เพื่อรองรับอัตราการใช้ถุงมือยางที่จะเพิ่มสูงขึ้น และผลักดันให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้ในกลุ่มตลาด(Market Share) ขึ้นเป็นอันดับที่ 3

 

 

ส่วนงบลงทุนที่เหลือจะมีการใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติด้วย ทั้งนี้บริษัทได้ชลอการลงทุนใหม่ๆในปีนี้ไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ทางภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาปกติ อย่างไรก็ตามยังคงศึกษาและมีแผนที่จะเข้าลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยางพารา

 

 

 

 

 

STA เผยโค้งแรกพลิกกำไร 854.14 ลบ. รับดีมานด์ถุงมือยางเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกหลัง COVID-19 ระบาด

 

 

บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) STA เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส1/63 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 854.14 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 627.67 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีกำ ไรจากการดา เนินงาน ในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 1,108.6 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ร้อยละ 6.3 พลิกจากขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 433.8ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรจากการดำเนินงานที่ 185.4ล้านบาท ในไตรมาสก่อน จากการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างมากของทั้ง 2 ธุรกิจหลัก แม้บางส่วนถูกหักลบด้วยขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และขาดทุนอื่น จำนวน 37.0 และ 92.3 ล้านบาท ตามลำดับ

 

 

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ร้อยละ 7.2 เมื่อเทียบกับรายได้จากการขายและบริการรวม ปรับลดลงจากร้อยละ 7.8 ใน 1Q62 และร้อยละ8.1 ใน 4Q62 โดยหลักเป็นการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติและถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ณ สิ้นงวด 1Q63สินค้าคงเหลือของบริษัทฯ มีมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value) เกินกว่าราคาทุนอยู่ 942.9 ล้านบาท

 

 

สำหรับธุรกิจปลายน้ า-ถุงมือยาง ผลจากการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ มาตั้งแต่ปี 2560 และความต้องการในการบริโภคถุงมือยางที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา ภายหลังจากการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของ COVID-19 ทำให้ใน 1Q63 บริษัทฯ มีปริมาณการขายถุงมือยางรวม 6,277 ล้านชิ้น เติบโตร้อยละ 29.2 YoY และ 14.5 QoQประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้จากการขายของบริษัทฯ ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ใน 1Q63 บริษทั ฯ มีรายได้ จากการขาย 17,481.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 854.1 ล้านบาท โดยมีอตัรากำไรขั้นต้นและอตัรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 14.1 และ4.9 ตามลำดับ รายได้จากการขายและการให้บริการ ในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 17,481.1 ล้านบาทเติบโตร้อยละ 17.6 YoY และ 17.5 QoQ ตามลำดับ แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติ 13,630.0 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15.4 YoY และ 16.8 QoQ

 

 

จากทั้งปริมาณการขายที่ขยายตัวได้ดี และราคาขายเฉลี่ยของบริษัทฯ ที่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้แม้ว่าทิศทางของราคายางธรรมชาติในตลาดโลกได้อ่อนตัวลง สำหรับรายได้จากธุรกิจถุงมือยาง ใน 1Q63 อยู่ที่ 3,837.2 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 26.1 YoY และ 20.2QoQ โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดตามก าลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและความต้องการในการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ตลอดจนราคาขายเฉลี่ยที่สะท้อนต่อความต้องการในการบริโภคได้มากขึ้น

 

 

อีกทั้ง การอ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้จากการขายของบริษัทฯ ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้หลักของบริษัทฯ กว่าร้อยละ 75.0 เป็นรายได้จากการส่งออก ทั้งนี้ ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากผลิตภัณฑ์อื่นและบริการอื่นจำนวน 13.9 ล้านบาท

 

 

 

 

บล.เคทีบีฯ แนะซื้อ STA เคาะเป้า 27 บาท/หุ้น

 

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า STA ปีแห่งการเก็บกรีด คงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมาย 27.00 บาท อิง 2020E PER ที่ 14x (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงและ outperform SET อย่างชัดเจนปีนี้ แต่เรายังมองว่าหุ้น STA ราคาปัจจุบันยังน่าสนใจ จากกำไรสุทธิปี 2020E ที่จะเติบโตก้าวกระโดด ดีขึ้นทั้งจากธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง

 

 

โดยธุรกิจยางธรรมชาติมีแนวโน้มดีขึ้นการแข่งขันที่ลดลงเนื่องจากคู่แข่งขันบางรายออกจากอุตสาหกรรมไปและการฟื้นตัวของความต้องการใช้จากประเทศจีน ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางจะได้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากทั่วโลกจากผลกระทบ COVID-19 และค่าเงินบาทอ่อนและยังคงอยู่ระดับที่เหมาะสม เราประมาณกำไรสุทธิ STA ปี 2020E ที่ 2.9 พันล้านบาท ดีขึ้นจากการขาดทุน -149 ล้านบาทในปีก่อน จาก gross margin ดีขึ้นมาอยู่ที่ 10.9% (ปี 2019 ที่ 8.1%) รวมถึงการปรับเพิ่มกำลังการผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้นเป็น 95% จากเดิมที่ 90% ที่ 2.8 หมื่นล้านชิ้นเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น

 



ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น และ outperform SET +76% ใน 3 เดือนเพราะแนวโน้มความต้องการถุงมือยางที่ดี โดยเรายังแนะนำ "ซื้อ" ปัจจุบัน STA เทรดที่ 2020E PER ที่ 10x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 14x โดยมี key catalyst คือ กำไร 2Q20E ยังเติบโตดีและความต้องการถุงมือยางที่ดีต่อเนื่อง

 

 

มุมมองเป็นบวกต่อธุรกิจทั้งยางธรรมชาติและถุงมือยาง เรามีมุมมองเป็นบวกต่อธุรกิจถุงมือยางเนื่องจากจะได้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากทั่วโลกจากผลกระทบ COVID-19 คาดว่าความต้องการจะมีมากขึ้นใน 2Q20E จากสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงกว่า 1Q20 ประกอบกับการได้รับการหนุนจากค่าเงินบาทอ่อนและยังคงอยู่ระดับที่เหมาะสม ณ ปัจจุบัน คือ ยังเกิน 31 บาทต่อดอลล่าร์ ขณะที่ธุรกิจยางธรรมชาติมีการตกลงราคาขายไว้ ประกอบกับบริษัทมีการบริหารต้นทุนที่ดี รวมถึงกลุ่มลูกค้าในจีนเริ่มมีการฟื้นตัวและกลับมาเดินการผลิตจากภาวะ COVID-19 ที่คลีคลายลง คาดว่าจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรปี 2020E จากถุงมือยางเพิ่มขึ้นจากการ Demand ความต้องการใช้ถุงมือยางสูงขึ้นจาก COVID-19

 



คงกำไรสุทธิปี 2020E ที่ 2,970 ล้านบาท เราคงประมาณการกำไรสุทธิของ STA ในปี 2020E อยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท โดย gross profit margin ดีขึ้นมาอยู่ที่ 10.9% ในปี 2020E จากเดิมที่ 8.1% ในปี 2019 จากราคายางพารามีเสถียรภาพมากขึ้นส่งผลให้การบริหารต้นทุนและวัตถุดิบทำได้ราบรื่นขึ้นรวมถึงการเติบโตของถุงมือยางซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจยางธรรมชาติบางส่วนออกจากตลาดไป ทำให้การแข่งขันรวมถึงการแย่งซื้อวัตถุดิบลดลงมากในปีนี้ ขณะที่เราปรับกำลังการผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 90% เป็น 95% มาอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านชิ้นต่อปีจากความต้องการถุงมือยางที่เข้ามาต่อเนื่อง โดยขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งทำให้ยังต้องมีการระมัดระวังในด้านสุขอนามัย อีกทั้งมาตรฐานสุขอนามัยจะสูงขึ้นแม้ผ่านพ้น COVID-19 ในภาคของ Non-Medical ในการจำหน่ายอาหารและบริการจากพฤติกรรมของผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป

 

 

ราคาเป้าหมายที่ 27.00 บาท อิง PER ที่ 14x เทียบเท่า ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยมี key catalyst คือ การกำลังจะนำบริษัทลูก Sri Trang Gloves Thailand (STGT) ซึ่งทำธุรกิจถุงมือยางที่มีคุณภาพสูงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณเดือน ก.ค.นี้ ขณะที่ความเสี่ยงคือ ความล่าช้าของการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ เช่นรถยนต์จาก COVID-19

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

รักษาเส้น By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ดัชนีตลาดหุ้นไทย พยายามรักษาระดับ รักษาเส้นรับ เส้นต้าน ตามตลาดเอเชียหลายตลาดปรับตัวขึ้น

เปิดโต๊ะแทง By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม มองเกมหุ้น เต็มไปด้วย ความดุเดือด วันนี้ เป็นอีกวัน ที่ต้องเปิดโต๊ะเล่น เปิดโต๊ะแทง แบบรัวๆ ปัจจัย ตัวแปร

HotNews : เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ ขาย IPO 600 ล้านหุ้น พร้อมพ่วงกรีนชู 60 ล้านหุ้น เล็งเทรด mai ส.ค.นี้

บริษัทฯมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในเดือนสิงหาคม 2563 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,120,000,000 บาท มีจำนวนหุ้น..

มัลติมีเดีย

GURU แจกหุ้นเด็ด EP 11 เดือน มิถุนายน 2563

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้