Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: NER ฝ่าสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวลดลง โค้งแรกคว้ากำไรสุทธิ 254.37 ล้านบาท

654

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (6 พฤษภาคม 2569) ------- NER   ฝ่าสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวลดลง  คว้ากำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 69  รวม  254.37  ล้านบาท และมีปริมาณขาย 123,552 ตัน   


นาย ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) NER  เปิดเผยว่า  ผลการดําเนินงานสําหรับไตรมาส 1/2569 สําหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 เทียบกับงวดเดียวกัน ของปีก่อน มีปริมาณขาย 123,552 ตัน ลดลง 3,537 ตัน หรือลดลงร้อยละ 2.78  คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 7,207.73 ล้านบาท ลดลง 1,490.29 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 17.13 แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 5,097.60 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70.72 ของยอดขายรวม ลดลง 979.85  ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 16.12  และ รายได้จากการขายต่างประเทศ 2,110.12 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.28 ของยอดขายรวม ลดลง 510.44  ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 19.48

รายได้จากการขายสําหรับไตรมาส 1/2569 ที่ลดลงเกิดจากสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับ งวดเดียวกันของปีก่อนนั้น ราคาขายสินค้ายางเฉลี่ยลดลงร้อยละ 14.78  โดยรายได้ที่ลดลง แบ่งเป็นผลต่างด้านราคาที่ ปรับตัวลดลง อยู่ที่ 1,232.86  ล้านบาท และแบ่งเป็นผลต่างด้านปริมาณลดลงอยู่ที่   257.44  ล้านบาท


ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีต้นทุนขาย 6,586.65  ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 91.38 ของรายได้จากการขาย  โดยแบ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป 6,388.45  ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.63  ของรายได้จากการขาย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนลดลง 1,179.11 ล้านบาท  ตามสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย 

สําหรับงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกําไรสุทธิเท่ากับ 254.37  ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากําไรสุทธิร้อย ละ 3.51 ของรายได้จากการขาย โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กําไรสุทธิลดลงจํานวน 354.48 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ 58.22 สาเหตุสําคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลการดําเนินงานในไตรมาสนี้เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1) ความผันผวนของราคายางธรรมชาติในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลง ส่งผลให้ราคาขายสินค้ายางเฉลี่ยของบริษัทลดลงร้อย ละ 14.78 กระทบต่อรายได้ และอัตราการทํากําไรโดยตรง และ  2) ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากสถานการณ์ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาขายเงินตรา ต่างประเทศล่วงหน้า (Mark-to-Market) ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง  


ค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 63.06 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.87 ของยอดขายรวม โดยเมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันของปีก่อน  ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 7.37 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.24  เนื่องจากการลงทุนในกิจกรรมพัฒนา ชุมชนและสังคมตามแผนการบริหารภาษีภายใต้มาตรการ BOI-CSR ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลในไตรมาสนี้ ลดลงอย่างมีนัยสําคัญ เมื่อเทียบกับปีกีอน  

ในไตรมาส 1/2569 ด้านผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตรา แลกเปลี่ยนสุทธิ 49.58 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงจากการรับชําระหนี้จากลูกหนี้ ต่างประเทศอยู่ที่ 31.37 ล้านบาท และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์อยู่ที่ 80.95 ล้านบาท ซึ่งผล ขาดทุนทางบัญชีดังกล่าวเป็นรายการที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง โดยเกิดจากการวัดมูลค่ายุติธรรม (Mark-to-Market) ของ สัญญาขายเงินตราต่างประเทศ (ดอลลาร์สหรัฐ) ล่วงหน้า ที่บริษัททําไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตรา แลกเปลี่ยน แต่เนื่องจากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา จึงส่งผลให้มูลค่ายุติธรรม ของสัญญาขายล่วงหน้าดังกล่าวลดลงเมื่อเทียบกับราคาตลาด ณ วันสิ้นงวด 



---จบ---

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: 4 เซียนหุ้น ส่อง DELTA หลัง บ.แม่ ออกหุ้นกู้ Exchangeable Bond มูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญ

DELTA เผย บ. แม่ไต้หวัน Delta Electronics เตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพนอกประเทศประเภทไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย 2 ชุด

ยังไหว By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองตลาดหุ้นไทย ยังไหว ยังเอาอยู่ แม้จะเจอหุ้นDELTA ร่วง เพราะนักลงทุน กังวลหุ้นใหญ่DELTA...

TPCH ปลื้ม! รับประกาศนียบัตรฯ Carbon Neutral

TPCH ปลื้ม! รับประกาศนียบัตรฯ Carbon Neutral

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้