Today’s NEWS FEED

News Feed

CGSI กลุ่มธนาคาร เปลี่ยนเกียร์มาเน้นธุรกิจ Wealth มอง KBANK และ SCB น่าจะได้เปรียบคู่แข่งในการขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth management) เลือก KBANK และ SCB เป็น Top pick ด้านบริการ Wealth

103

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(5พฤษภาคม 2569)----------------ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่าสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวในปี 69-71 และอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธนาคารไทยหันมาเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งหรือ Wealth management ซึ่งไม่ต้องตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติม โดยรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth ของ KBANK, KTB และ SCB เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 66-68 ขณะที่ SCB และ KBANK เป็นธนาคารที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth ต่อรายได้จากการดำเนินงานรวมสูงที่สุดที่ 5.8% และ 5.5% ตามลำดับในปี 68 ดังนั้น กำไรสุทธิของธนาคารทั้งสองจึงมีความอ่อนไหวต่อการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมมากที่สุดในปี 69-71

ในกลุ่มธนาคารอาเซียน พบว่า DBS มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth ต่อรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสูงที่สุดที่ 57.5% ในปี 68 และรายได้จากธุรกิจนี้ยังเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 14.3% CAGR ในปี 60-68 ขณะเดียวกัน ธนาคารขนาดใหญ่สี่แห่งของไทยมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth คิดเป็นเพียง 13-19% ของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 68 ทั้งนี้ธุรกิจ Wealth management ใช้เงินทุนต่ำและไม่ต้องตั้งสำรองสูง

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า จากการข้อมูลยอดเงินฝากของสถาบันการเงิน ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ฯประเมินว่า มีลูกค้า Wealth จำนวน 517,674 ราย และสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ในเงินฝากประเภทออมทรัพย์และเงินฝากประจำมีมูลค่ารวม 1.02 ล้านล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 4/68 โดยกลุ่มลูกค้ารายได้สูงหรือ Mass affluent ที่มียอดเงินฝากตั้งแต่ 1-10 ล้านบาทมีสัดส่วน 34.4% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้

ส่วนลูกค้า High-net worth ที่มียอดเงินฝากตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไปมีสัดส่วน 36.5% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ ขณะเดียวกันมองว่า BBL และ KTB มีศักยภาพที่จะขยายธุรกิจ Wealth มากที่สุด แต่ธนาคารจำเป็นต้องมีการบูรณาการธุรกิจ Wealth เข้ากับกลยุทธ์หลัก รวมทั้งทำการปรับปรุงผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้และเพิ่มขีด ความสามารถของทีมผู้จัดการความสัมพันธ์ (RM)

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า KBANK และ SCB อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากที่สุดสำหรับการให้บริการ Wealth เพราะมีพร้อมทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล, การแบ่งกลุ่มลูกค้า (customer segmentation) และการทำการตลาดแบบ hyper-personalisation ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับลูกค้า Mass affluent นอกจากนี้ ธนาคารทั้งสองแห่งยังมีบริการ Private banking ซึ่งมีทีม RM เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า Ultra-high-net worth โดยข้อได้เปรียบเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นผ่านทางเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมของ KBANK และ SCB ที่ 5-9% yoy ซึ่งสูงกว่าเป้าของ BBL และ KTB ที่ 2-4% ในปี 69

อย่างไรก็ตามยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย เพราะกลุ่มธนาคารน่าจะมีสินเชื่อเติบโตชะลอตัวในปี 69-71 แต่ยังคงมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ประมาณ 6.5% ในปี 69 ขณะที่กลุ่มธนาคารจะมี downside risk หากคุณภาพสินทรัพย์ลดลง และธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ส่วน upside risk จะมาจากการลดต้นทุน, การเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

รายงานพิเศษ : มหากาพย์คฤหาสน์ ตัน ภาสกรนที และภรรยา ... ศาลฎีกา สั่งรื้อถอนฯ

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ นำเสนอมหากาพย์คฤหาสน์ของ “ตัน ภาสกรนที” และภรรยา...

HotNews: แบงก์ไทยเครดิต เปิดโครงการ “ปั้นให้โต” ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยสู่ความยั่งยืน

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ "ปั้นให้โต" (Build to Grow)

เหรียญเหนือดวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ กรี๊ด ไม่จริงใช่ไหม ไม่อยากเชื่อ....ตำรวจ จับ หลวงพ่อโชติ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้