Market Wrap-Up
- SET วันที่ 28 เม.ย.69 ปิด +1.07 จุด อยู่ที่ 1,480.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,040 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 2,062 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,663 ลบ. สถาบันซื้อ 1,818 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,907 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 2,418 ลบ.ซื้อ KBANK,SCGP,BBL,IRPC,MTC และขาย DELTA,ADVANC,SCB,TISCO,KKP มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,125 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,BLA โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 15,677 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 3,199 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 669 ลบ.
Market View
- DJIA -0.05%, S&P500 -0.49%, Nasdaq -0.90% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี -1.3%, วัสดุ -1.07% หลัง OpenAI เผยยอดผู้ใช้งานรายสัปดาห์ปรับลดลง ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความสามารถในการรับรองค่าใช้จ่าย Capex ของ Data Center ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Nvidia, Broadcom ปรับลดลง ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.65% หลัง ปธน.ทรัมป์ไม่พอใจข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามผลการประชุมเฟดคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% รวมถึงรายงานกำไรของ Amazon, Alphabet, Meta Platform, MSFT
- Stoxx600 ยุโรป -0.37% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี -1.9% ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐจากความกังวลต่อค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนของ AI ที่มีมูลค่าสูง ขณะที่กลุ่มธนาคาร +1.3% และพลังงาน +0.6% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ Brent +2.8% และ BP +1.1% ตอบรับรายงานกำไร Q1/69 ดีกว่าคาด ประเด็นสำคัญวันพรุ่งนี้ติดตามผลการประชุม ECB & BOE คาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% และ 3.75%
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ -1.02% จากแรงขายหุ้นกลุ่มไอซีที, เครื่องใช้ไฟฟ้า และรอการรายงานงบของ Advantest ส่วนผลการประชุม BOJ มีมติ 6 – 3 คงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% และยังคงคาดการณ์ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ โดย BOJ คาด Core CPI ญี่ปุ่นปีนี้อยู่ที่ 2.5 – 2.7% ส่วน Kospi เกาหลีใต้ทำ New High +0.39% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี & AI หลัง Intel รายงานกำไรดีกว่า ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.19% หลังคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีนมีคำสั่งห้าม Meta Platforms เข้าซื้อ Manus บริษัท AI สัญชาติจีน โดยระบุว่าขัดต่อ กม.และกฏระเบียบ
- SET +0.07% ปริมาณการซื้อขาย 0 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 2,062 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,663 ลบ. สถาบันซื้อ 1,818 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,907 ลบ. โดยดัชนีผันผวนตามหุ้น Delta ที่เริ่มถูกแรงขาย Sell on Fact หลังรายงานกำไร Q1/69 +25%QoQ, +65%YoY โดยได้ปัจจัยหนุนของยอดขายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวกับ Data Center และระบบระบายความร้อน กอปรกับนักลงทุนยังกังวลหาก DELTA ยังเข้าเกณฑ์ Cash Balance ต่อเนื่องใน พ.ค. อาจเข้าข่ายเกณฑ์ถูกปรับออกจากการคำนวณ SET50 ส่วนกลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี คือ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ +10.5% นำโดย SCGP +15.1% หลังรายงานกำไร Q1/69 อยู่ที่ 1.56 พัน ลบ. +30%QoQ, +74%YoY และดีกว่าตลาดคาด +30% ได้ปัจจัยหนุนกำไรของ MYPAK ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซียเติบโตได้ดี ส่วนกลุ่มปิโตรเคมีก็มีแรงทยอยซื้อสะสมจากคาดการณ์กำไรใน Q1/69 ยังเติบโตได้ดีตามสเปรดราคาผลิตภัณฑ์และยังอาจมีกำไรจากสต็อคช่วยหนุน ส่วนกลุ่มท่องเที่ยว -3.0% และขนส่ง -1.9% หลังราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นตอบข่าวสหรัฐไม่พอใจข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุชของอิหร่าน ส่วนผลการประชุม ครม.วานนี้มีมติ 1) ตรึงค่าไฟฟ้าบ้าน 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท/หน่วย ส่วนที่เกินจะเก็บในอัตราที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ประชาชนติดโซล่าเซลล์เพื่อลดค่าไฟฟ้า 2) เร่งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของโครงการ Land Bridge ส่วนประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามผลการประชุม กนง.คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% รวมถึงประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยจากผลกระทบสงคราม
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,465– 1,470 แนวต้าน 1,485 – 1,490 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวหลังสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถตกลงเปิดช่องแคบฮอรมุช ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น กอปรรอผลการประชุมของ ธ.กลางหลัก ๆ แนะนำซื้อเก็งกำไร PTTGC,IVL คาดกำไร Q1/69 เติบโตดี / GUNKUL, SINGER ผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์ทีประโยชน์จากการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้เกิน 200 หน่วย/เดือน / พักเงินในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB
- TOP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 50 บาท)แนวโน้มกำไร 1Q69 ฟื้นตัวเด่น +QoQ, +YoY หนุนจากกำไรสต๊อกฯ และค่าการกลั่น แนวโน้ม 2Q69 อ่อนตัวจากฐานสูงคาดกำไรสต๊อกฯ ลดลง ส่วน crack spread ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Gasoline / Jet / Diesel แม้อยู่ในระดับสูงแต่บางส่วนจะถูกลดทอนลงจากการรับรู้ต้นทุนน้ำมันในราคาแพงและรับผลกระทบจากการแทรกแซงราคาขายน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น อย่างไรก็ตามในระยะยาวมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการที่ UAE ออกจากการเป็นสมาชิก OPEC ทำให้สามารถเพิ่มการผลิตน้ำมันได้อิสระมากขึ้น โดยน้ำมันจาก UAE จะเป็นเกรดที่โรงกลั่นไทยออยล์ใช้ (Murban) ขณะที่ช่วงสั้นการส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือ Fujairah กลับมา Run ได้เต็มที่โดย UAE มีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขยาย Capacity / ถังเก็บใต้ดิน ไว้รองรับหากต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน
- ITC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 19.14 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 871 ลบ. (+29%YoY , +10%QoQ) โตได้เด่นจากปัจจัยหนุนในเชิงรายได้ที่ +22%YoY +8%QoQ ตาม Demand ที่สูงขึ้นในสหรัฐฯและยุโรป รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ ส่วนการดำเนินงานช่วงถัดไปแม้คาดว่าจะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่คาดว่าจะเห็นการส่งผ่าน Cost ได้บางส่วนจากการทยอยปรับขึ้นราคา ขณะที่ยังคาดว่า Demand อาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯจะยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ITC* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 3,350 ลบ.(+12%YoY) และ 3,688 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI มิ.ย. +$3.56 อยู่ที่ $99.93 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. +$3.03 อยู่ที่ $111.26/บาร์เรล หลังสหรัฐยังไม่พอใจข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน
Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$85.30 ปิดที่ 4,608.40 ดอลลาร์ รอผลการประชุม ธ.กลางหลัก ๆ และยังกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสูงจากราคาน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลให้ ธ.กลางต้องตึงดอกเบี้ยสูงต่อไป ซึ่งเป็นผลลบต่อสัญญาทองคำ
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -213.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -63.43 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -136.14 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -14.32 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.355%
(+) ดัชนี BDI ปิด +11 จุด อยู่ที่ 2,677
(-) BitCoin เช้านี้ -1.08% อยู่ที่ 76,248 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
29 เม.ย. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569
30 เม.ย. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่5 สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
28 เม.ย. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (เม.ย.)
29 เม.ย. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
30 เม.ย. CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน (เม.ย.)
EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)
EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย (เม.ย.)
EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาส 1)
US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) (มี.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC
01 พ.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (เม.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*
(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio April 2026: NER*, ROJNA*, TRUE, TACC*, GUNKUL*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th