Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : AT THE OPEN

37

 


AT THE OPEN (#ATO)
คาดแกว่งออกข้าง
หุ้นเด่น เลือก CK, SPALI


SET Index คาดพักตัวตามกรอบ 1470-1490 จุด ปัจจัยภายนอกเป็นลบจากแรงขายกลุ่มเทคฯ กดดันต่อกลุ่มอิเล็คฯ ด้านราคาน้ำมันดิบที่ยังปรับขึ้นหลังฮอร์มุซยังถูกปิด กดดัน Fund Flow และกลุ่มอิงภาคบริโภค ด้านกำไรบริษัทฯ 1Q69 ไทยปัจจุบันดีกว่าคาด หุ้นเด่นเลือก CK
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ S&P500 ปรับลง 0.5% แรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคฯ ที่ถูกกดดัน จากข่าว OPENAI พลาดเป้ายอดขายและผู้ใช้ใหม่จากภาวะการแข่งขัน รวมถึงแรงขายทำกำไรก่อนการรายงานงบหุ้นเทคฯใหญ่ Alphabet Microsoft Amazon และ Meta ในวันนี้ คาดว่าจะเป็น Sentiment ลบต่อหุ้นกลุ่มอิเล็คฯบ้านเราที่ปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้าเช่นกัน

UAE ประกาศออกจาก OPEC+ มีผลวันที่ 1 พ.ค. 69 มองเป็นปัจจัยลบต่ออำนาจในการควบคุมเสถียรภาพราคากลุ่ม OPEC+ เนื่องจาก UAE ก่อนสงครามมีกำลังการผลิต 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันและตั้งเป้าหมายกำลังการผลิต 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งการออกจากกลุ่ม OPEC+ ทำให้ UAE ไม่ถูกจำกัดโควต้าผลิตตามที่กลุ่มฯเคยกำหนด ส่งผลต่ออุปทานน้ำมันออกมามากขึ้นเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาน้ำมันดิบในระยะกลาง-ยาว แต่สำหรับระยะสั้นที่ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดเนื่องจากสหรัฐฯกำลังพิจารณาข้อเสนอ จากอิหร่าน ทำให้อุปทานน้ำมันยังถูกจำกัด หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 2.8% มายืนที่ 111 เหรียญฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบจำกัดทิศทาง Fund Flow ไหลเข้าและหุ้นกลุ่มอิงภาคบริโภค


คาดการณ์กำไร 1Q69E ใน SET Index ไม่รวม PF&REIT โดย Bloomberg จำนวน 99 บริษัท (สัดส่วน 80% ของ Market Cap) อยู่ที่ 2.41 แสนล้านบาท ขยายตัว 16%QoQ / 8%YoY แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร กลุ่ม ICT กลุ่มอิเล็คฯ กลุ่มขนส่ง กลุ่มไฟแนนซ์ กลุ่มวัสดุก่อสร้างและปิโตรฯ ขณะที่การรายงานงบปัจจุบันผ่านไปแล้ว 14 บริษัท พบว่าทำกำไรดีกว่าคาด 15% หลักๆมาจากกลุ่มธนาคาร DELTA และ SCGP เราคาดว่าการเก็งกำไรงบ 1Q69 จะดำเนินต่อไป จึงคัดกรองหุ้นที่คาดกำไรใน 1Q69 ขยายตัว ผลของสงครามตะวันออกกลางกระทบต่อธุรกิจจำกัด สวนทางราคาหุ้นยังติดลบมากกว่า SET ตั้งแต่ช่วงเกิดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ชอบ BEM BCPG TRUE GULF ITC และ TIDLOR สำหรับปัจจัยติดตามวันนี้การประชุม BOT FED และการรายงานงบของ SCC และ ITC

Market Summary
SET Index ปิดทรงตัวที่ 1,480.20 จุด (+0.07%) ผันผวนไปตาม DELTA ที่ประกาศงบดีกว่าคาดแต่ก็โดนแรง Sell on Fact ให้ปิดทรงตัว และส่งผลลบให้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE (-4.76%) และ CCET (-3.17%) โดนขายทำกำไรตามไปด้วย ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและขนส่งร่วงหนักนำโดย MINT (-5.09%) จากกังวลต้นทุนค่าเช่าในยุโรป และ AOT (-2.78%) หลังมีกระแสข่าวจัดเก็บค่าธรรมเนียม Exit Fee อย่างไรก็ตาม ตลาดได้แรงหนุนสำคัญจากกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ นำโดย SCGP (+15.47%) ที่โชว์กำไรโตแกร่งเกินคาด, STA (+9.76%) รับอานิสงส์ราคายางพุ่ง และ GUNKUL (+11.02%) ขานรับนโยบาย Solar Rooftop โดยมีแรงซื้อจากสถาบัน 1.8 พันล้านบาท รายย่อย 1.9 พันล้านบาทช่วยพยุงดัชนีท่ามกลางแรงขายของต่างชาติที่ขายสุทธิ 2.06 พันล้านบาท

DAILY Stock Pick
CK
รับอานิสงส์การลงทุนภาครัฐ
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 23.00 บาท
สำนักงานเศรษฐกิจคลังคาดการลงทุนภาครัฐฯจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญและพร้อมจะผลักดันโครงการ Mega Project ต่างๆ ซึ่งสอดคล้องมุมมองเราที่เคยนำเสนอต่อโอกาสงานการประมูล 1.1 ล้านล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ขณะที่กำไรปี 70-71 เราคาดฟื้นเฉลี่ยปีละ 6% สะท้อนการลงทุนภาครัฐ ปัจจุบันถูกซื้อขาย PE’69 เพียงแค่ 12.5 เท่า มีโอกาส re-rating จากเสถียรภาพทางการเมืองหนุน upside


Technical View
แนวรับ : 16.80 บาท
แนวต้าน : 18.40 บาท
จุดตัดขาดทุน : 15.80 บาท



WEEKLY Stock Pick
SPALI
Presale เด่น ผสานใกล้ขึ้น XD
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 21.60 บาท
SPALI ประกาศยอด Presale งวด 1Q69 อยู่ที่ 7.7 พันลบ. (+15%YoY, +33%QoQ) โตเด่นกว่ากลุ่มที่ลดลง YoY แนวโน้มไตรมาส 2-3 โอนกรรมสิทธิ์เยอะ หนุนทั้งปี 69 กำไรโต 30% สูงสุดในกลุ่ม
ขณะที่บริษัทขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค. 69 เป็นจำนวน 0.7 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผล 4.2% ช่วยจำกัด Downside ในช่วงนี้


Technical View
แนวรับ : 16.50 บาท
แนวต้าน : 17.60 บาท
จุดตัดขาดทุน : 15.70 บาท

 


KEY FACTOR
เริ่มเข้าสู่ช่วงการประชุมธนาคารกลางสำคัญทั่วโลก นำโดย BOJ เมื่อวานนี้ ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% ตามคาด แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ เสียงแตก 6 ต่อ 3 ซึ่งถือเป็นสัญญาณ hawkish มากขึ้น และสะท้อนว่าแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยรอบถัดไป โดยเฉพาะในการประชุมเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ BOJ ซึ่งทำให้น่าจะมีผต่อทิศทางค่าเงิน ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น และกระแสเงินทุนในเอเชียระยะถัดไป
ในการประชุม กนง. วันนี้ Maybank คาดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่มีแนวโน้มชะลอสู่ 1.5% จากแรงส่งการบริโภคและส่งออกที่อ่อนลง แต่อย่างไรก็ตามเงินเฟ้อเฉลี่ยคาดอยู่เพียง 1.9% แม้ว่าจะมีความเสี่ยงด้านพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อจาก supply-side ที่โดนผลกระทบจากราคาน้ำมันโลก แต่ผลกระทบต่อเงินเฟ้อไทยยังถือว่าจำกัดเมื่อเทียบหลายประเทศ ทำให้ กนง. มีแนวโน้มให้น้ำหนักกับการประคองการฟื้นตัวเศรษฐกิจมากกว่า


EYES ON
ในสัปดาห์ สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง, รายงานงบฯ 1Q69
29 เม.ย. ประชุม กนง.
30 เม.ย. ประชุม FOMC, ประชุม ECB, เงินเฟ้อยุโรป, Core PCE สหรัฐฯ เดือน มี.ค., GDP 1Q69 ของสหรัฐฯและยุโรป


นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ITD ถึงเวลาพลัดใบ? หลังสิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต

ผู้สื่อข่าวหุ้นอินไซด์ ขอตั้งคำถามว่า ITD ถึงเวลาพลัดใบ แล้วหรือยัง? หลัง สิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต....

ความหวัง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ฟ้าหลังฝนเช้าที่ผ่านมา แดดเริ่มออกอีกครั้ง ส่วนหุ้นไทยรีบาวน์ นับเป็นสัญญาณดี ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้