สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 28 เมษายน 2569 )------- บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) SCGP เปิดเผยว่าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 29,295 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง ร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ รายได้จากการขายลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายและ ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง
ขณะที่รายได้จากการขายเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนลดลงเล็กน้อย เนื่องจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ชะลอตัว ในช่วงวันหยุดในประเทศเวียดนามและประเทศอินโดนีเซีย
รายได้จากการขายของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เท่ากับ 22,815 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายลดลง ร้อยละ 6 เนื่องจากปริมาณขายของกระดาษบรรจุภัณฑ์ลดลง ในขณะที่ปริมาณขายของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคยังเติบโต
และ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รายได้จากการขายลดลงร้อยละ 3 โดยรายได้จากบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์ทรงตัว มีปัจจัยหนุนจากความ ต้องการที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าจำเป็น วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์มีรายได้เพิ่มขึ้นตามความต้องการที่มี แนวโน้มสูงขึ้น สำหรับบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ มีรายได้จากการขาย ทรงตัว โดยมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มสินค้าคงคลังก่อนวันหยุดเทศกาล และความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ในประเทศไทย รวมถึงการรับรู้ผลประกอบการเต็มไตรมาสของ PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ในประเทศอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ในกลุ่มสินค้าคงทนยังชะลอตัว เนื่องจาก ความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในส่วนของกระดาษ บรรจุภัณฑ์ ปริมาณขายลดลงตามความต้องการที่ลดลงในช่วงวันหยุด เทศกาลในประเทศเวียดนามและประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงปริมาณ การส่งออกที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยมีการปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย
ส่วนรายได้จากการขายของสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ เท่ากับ 5,957 ล้านบาท โดย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายลดลง ร้อยละ 14 เนื่องจากราคาขายที่ลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และ ปริมาณขายเยื่อเคมีละลายได้ลดลง
และ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 โดยรายได้จากบรรจุภัณฑ์อาหารลดลง เนื่องจากกิจกรรมท่องเที่ยว ในประเทศไทยที่ชะลอตัว ประกอบกับแรงกดดันจากการแข่งขัน ด้านราคากับผู้ผลิตจีนและอินเดีย โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ นอกสหรัฐอเมริกา ในส่วนของรายได้จากผลิตภัณฑ์กระดาษพิมพ์เขียน และกระดาษที่มีคุณสมบัติพิเศษนั้นปรับสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณ การจำหน่ายเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง และงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในประเทศไทย แม้ว่าโอกาสในการปรับ ราคาจำหน่ายยังคงมีอยู่อย่างจำกัด สำหรับรายได้จากเยื่อปรับลดลง มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายเยื่อเคมีละลายได้ลดลง ตามแผน หยุดดำเนินการเพื่อบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องจักร
ด้าน EBITDA เท่ากับ 4,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมี EBITDA margin ร้อยละ 16
กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 1,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น ร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 5
กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงาน ที่ดีขึ้นของธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงการจัดการด้านพลังงานและ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
สำหรับต้นทุนในไตรมาสที่1 ของปี 2569 ยังอยู่ในภาวะที่เอื้อต่อการดำเนินงาน โดยมีปัจจัย สนับสนุนจากราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) และต้นทุนพลังงาน อันเป็นผลจากการบริหาร ความต่อเนื่องทางธุรกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อ ประสิทธิภาพด้านต้นทุนและสนับสนุนผลการดำเนินงานโดยรวมของ SCGP โดยบริษัทพร้อมเดินหน้า โครงการที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจควบคู่กับการรักษา ความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ