ตลาดฯ อาจค่อยๆลดระยะบวกลง
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นโลกเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยในฝั่งสหรัฐฯ -0.1% ถึง +0.2% ส่วนในฝั่งยุโรป -0.6% ถึง -0.2% สวนทางกับราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่พุ่งขึ้นเกือบ 3%หลังการเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว จนทำให้การเดินเรือผ่านช่อแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงัก สะท้อนตลาดหุ้นดูชินชากับข่าวสงคราม
• อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาความคืบหน้าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด ซึ่งล่าสุด BLOOMBERG รายงานว่าอิหร่านเสนอ “ข้อตกลงชั่วคราว” เปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกกับการที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือ ทั้งนี้ หากมีสัญญาณความตึงเครียดผ่อนคลายลง อาจเห็นราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงได้
• การประชุมของธนาคารกลางที่สำคัญหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ภาพรวมคงดอกเบี้ย ทั้งBOJ, BOT, FED, ECB, BOE
REGION RADAR
• ADVANTEST (6857 JP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 3.28 แสนล้านเยน +41% YOY(สูงกว่าคาด 14%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 174 เยน +220% YOY (สูงกว่าคาด 35%) หนุนจากยอดขายเครื่องทดสอบชิปที่แข็งแกร่ง
• WUXI APPTEC (2359 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1.24 หมื่นล้านหยวน +29% YOY (สูงกว่าคาด15%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 1.59 หยวน +28% YOY (สูงกว่าคาด 23%)แนะนำเก็งกำไร DR: WUXIAT80
THAI FOCUS
• รัฐบาลเตรียมอัดฉีดงบประมาณปี 2569 ผ่าน 2 โครงการหลัก นาน 4เดือน เพื่อประคอง GDP ปีนี้ให้เติบโตได้อาทิ โครงการคนละครึ่ง พลัสและ มาตรการเสริมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
• การอัดเม็ดเงินครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลบวกต่อหุ้น 4 กลุ่ม อาทิ ค้าปลีก(CPALL, BJC, CPAXT) ได้รับประโยชน์ทางตรงสุด, อาหารและเครื่องดื่ม(CBG, OSP, SNNP, ICHI) ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น, การเงิน(MTC, TIDLOR) กำลังซื้อที่ดีขึ้นช่วยการชำระหนี้, เทคโนโลยี(BE8,BBIK) อานิสงส์จากการพัฒนาระบบให้เสถียรขึ้น
SYNAPSE STRATEGY
• ตลาดหุ้นโลกมีโอกาสลดระดับบวก และย่อตัวลงมาในระยะถัดไปได้หลังจากที่เดือน เม.ย. ตลาดหุ้นสหรัฐขึ้นมาประมาณ 10% (MTD)เป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 6 ปีอีกทั้งนักลงทุนต้องรอดูแนวโน้มนโยบายการเงินจากประเทศต่างๆ และประเด็นเงินเฟ้อจะฝังรากลงไปในเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนมากน้อยแค่ไหน?
• กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ ทยอยถือเงินสดเพิ่มช่วงตลาดทยอยขึ้นลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนหุ้นเด่นแนะนำ BBL, BEM,DELTA, CPAXT, BJC, CBG, OSP
HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นดูชินชากับข่าวสงคราม
วานนี้ ตลาดหุ้นโลกเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยในฝั่งสหรัฐฯ -0.1% ถึง +0.2% ส่วนในฝั่งยุโรป -0.6% ถึง -0.2% สวนทางกับราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่พุ่งขึ้นเกือบ 3% หลังการเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว จนทำให้การเดินเรือผ่านช่อแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงัก สะท้อนตลาดหุ้นดูชินชากับข่าวสงครามอย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาความคืบหน้าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด ซึ่งล่าสุด BLOOMBERGรายงานว่าอิหร่านเสนอ “ข้อตกลงชั่วคราว” เปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือ ทั้งนี้หากมีสัญญาณความตึงเครียดผ่อนคลายลง อาจเห็นราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงได
อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องติดตามคือ การประชุมของธนาคารกลางที่สำคัญหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ภาพรวมคงดอกเบี้ย วันที่ 28 เม.ย. BOJ คาดคงดอกเบี้ย 0.75%, วันที่29 เม.ย. กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย 1.00%, วันที่30 เม.ย. FED คาดคงดอกเบี้ย 3.75% ECB คงดอกเบี้ย 2.00% และ BOE คงดอกเบี้ย 3.75% เพื่อรอดูเงินเฟ้อพื้นฐาน (CORE CPI) จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ จากค่าแรง-บริการ ไม่ใช่ HEADLINE CPI ที่มีผลขึ้นลงตามราคาน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ผันผวนตามสถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐฯ
REGION RADAR
ADVANTEST รายได้และกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่
ADVANTEST (6857 JP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 3.28 แสนล้านเยน +41% YOY (สูงกว่าคาด 14%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 174 เยน +220% YOY (สูงกว่าคาด 35%) หนุนจากยอดขายเครื่องทดสอบชิปที่แข็งแกร่งจากความต้องการเครื่องทดสอบจะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีการลงทุนและขยายการผลิตชิปที่มากขึ้น
WUXI APPTEC เผยงบไตรมาส 1 แข็งแกร่ง
WUXI APPTEC (2359 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1.24 หมื่นล้านหยวน+29% YOY (สูงกว่าคาด 15%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 1.59 หยวน +28% YOY (สูงกว่าคาด 23%) หนุนจากบริษัทได้รับ ORDER ในด้านการผลิตยาที่มากขึ้น โดยเฉพาะยาลดน้ำหนักประเภท GLP-1 ส่งผลให้อัตรากำไรในไตรมาสนี้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53% (เทียบกับปีก่อนที่ระดับ 48) นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจยา GLP-1 เติบโตสู่ระดับ 40% YOY (จากเดิมคาด 30%) แนะนำเก็งกำไร DR: WUXIAT80
THAI FOCUS
รัฐทำคลอด "คนละครึ่ง พลัส" หวังกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง
ช่วงปลายปี 2568 (ไตรมาส 4) ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยชะลอตัวในหลายภาคส่วน แต่ GDP โตระดับ 2.5% ปัจจัยหลักมาจากการบริโภคของประชาชน ซึ่งก็เป็นผลพวงมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่อัดฉีดลงมาช่วย อาทิ เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย, คนละครึ่ง พลัส, การเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น พอตอนนี้เข้าสู่ปี 2569 ที่เศรษฐกิจไทยดูไม่ได้เติบโตโดดเด่นมากนักในปีนี้ รัฐบาลเลยเตรียมเข็นแพ็กเกจใหญ่ชื่อไทยช่วยไทย พลัส โดยใช้เงินจากงบประมาณที่เหลือและงบโอนของปี 2569 มาอัดฉีด หวังให้เม็ดเงินนี้ช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยแบ่งเป็น 2 โครงการ ดังนี้
1. สำหรับคนทั่วไป (โครงการคนละครึ่ง พลัส) ได้สิทธิมากกว่า 20 ล้านคน และได้เงินคนละ 4,000 บาท (ทยอยให้เดือนละ 1,000 บาท นาน 4เดือน)รอบนี้รัฐช่วยจ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนจ่าย 40% (ทุกคนที่ได้สิทธิจะใช้เงื่อนไขนี้เหมือนกันหมด) เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนเดือน พ.ค.69และเริ่มสแกนจ่ายได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.69
2. มาตรการเสริม (ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) กลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 14 ล้านคน รับเงินเพิ่มอีก 4,000 บาท (โอนเข้าให้เดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน(เหมือนกลุ่มแรก) แต่กลุ่มนี้ไม่ต้องจ่ายเงินตัวเองสมทบ สามารถนำเงินที่รัฐให้ไปใช้จ่ายได้เต็มจำนวน 100%
ส่วนหุ้นไทยที่คาดได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (COMM) ได้รับประโยชน์ทางตรงที่สุด อาทิCPALL BJC CPAXT กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (F & B) อาทิ CBG OSP SNNP ICHI กลุ่มการเงิน รับประโยชน์ทางอ้อม อาทิ MTC TIDLOR และสุดท้ายกลุ่มดิจิทัลและเทคโนโลยี (DIGITAL SERVICE) อาทิ BE8 BBIK อาจได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากการที่ภาครัฐต้องพัฒนาระบบหลังบ้าน หรือ APP เป๋าตัง ให้รองรับคนจำนวน 20-30ล้านคนได้อย่างเสถียร
SYNAPSE STRATEGY
ตลาดหุ้นโลก มีโอกาสค่อยๆ ลดระดับบวกลงตลาดหุ้นโลกมีโอกาสลดระดับบวก และย่อตัวลงมาในระยะถัดไปได้ หลังจากที่เดือน เม.ย. ตลาดหุ้นสหรัฐขึ้นมาประมาณ 10% (MTD) เป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 6 ปี
อีกทั้งนักลงทุนต้องรอดูแนวโน้มนโยบายการเงินจากประเทศต่างๆ และประเด็นเงินเฟ้อจะฝังรากลงไปในเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนมากน้อยแค่ไหน? ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้ในอดีตตลาดหุ้นจะกลับมาผันผวนออกข้าง
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ ทยอยถือเงินสดเพิ่มช่วงตลาดทยอยขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตส่วนหุ้นเด่นแนะนำ BBL, BEM, DELTA, CPAXT, BJC, CBG, OSP
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์