Pi Daily : S&P500 เดินหน้าทำ Ath ต่อเนื่อง หนุนจาก Tech Sector นักลงทุนให้น้ำหนักสงครามน้อยลงแต่มองการเติบโต Mega Trend อย่าง AI Data Center ในประเทศรายงานส่งออกขยายตัวเด่นโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (แรงหนุนเชิงบวกต่อ DELTA HANA) ส่วนเช้านี้ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้น 2% +PTTEP สัปดาห์นี้รอติดตามผลประกอบการและ FED Meeting
DowJones คืนวันศุกร์ลบ 72 จุด (-0.15%) อย่างไรก็ตาม S&P 500 ปิดระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนตอบรับเชิงบวกกับผลประกอบการและคาดหวังการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.15% นักลงทุนคาดหวังกับการเจรจา
ปัจจัยต่างประเทศ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯยังคงเดินหน้าขึ้นต่อ S&P500 ทำ ATH ปัจจัย หนุนหลักยังคงเป็นการเติบโตของ Technology นักลงทุนให้ น้ำหนักสงครามน้อยลง แม้จะมีรายงานว่าสหรัฐฯเลื่อนการประชุมกับอิหร่านออกไปแล้วก็ตาม ด้านตัวเลขเศรษฐกิจมีการ รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกนพบว่าลดลงเทียบเดือนก่อนและปีก่อนการลดลงเกิดขึ้นในทุกอายุ ทุกช่วงรายได้ ปัจจัยกดดันยังมาจากความกังวลตะวันออกกลางที่มีผลต่อราคาน้ำมันดิบส่งผลเชิงลบต่อการบริโภค คืนนี้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามแต่รอติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะ Tech ว่า Capex ที่ลงทุนไปจะกลับมาเป็นกำไรได้มากน้อยเพียงใด
ปัจจัยในประเทศ
ส่งออกไทยขยายตัวได้เด่น (+19%YoY) ปัจจัยหลักมาจากการ ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ตามการเติบโตของ Data Center และ AI สินค้าเกษตรที่เติบโตได้แก่ PET Food(+4%YoY) ไก่แปรรูป (+5%YoY) มองเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้น DELTA HANA GFPT เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ WTI (+1.9%) Brt (+2.2%) สะท้อนถึงภาวะ ตึงตัวของตลาดน้ำมัน (+PTTEP)
วันนี้ประเมิน SET ในกรอบ 1440 – 1470 ยังไร้ปัจจัยหนุนเพราะการเคลื่อนไหวของหุ้นโลก อยู่ที่กลุ่ม Tech เชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเลือกกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) แต่ระยะกลางยังแนะหาจังหวะสะสม Anti Oil คาดว่า ท้ายที่สุดสถานการณ์จะจบลงเช่นโรงแรม (MINT CENTEL) ค้าปลีก (CPALL CPN) การเงิน (MTC SAWAD)
หุ้นแนะนำ
KTC : ราคาเป้าหมาย 34 บาท
งบดุลแข็งแกร่ง การควบคุมหนี้เสีย และระดับ Coverage ratio สูงรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
KBANK : ราคาเป้าหมาย 212 บาท
KBANK อาจจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มในปี 2026 เหมือนเช่นในปี 2025 เพราะระดับเงินกองทุนสูง