Market Wrap-Up
- SET วันที่ 24 เม.ย.69 ปิด -5.25 จุด อยู่ที่ 1,456.10 จุด มูลค่าการซื้อขาย 48,768 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 1,302 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,537 ลบ. สถานบันซื้อ 163 ลบ. และรายย่อยซื้อ 2,676 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 813 ลบ.ซื้อ KBANK,PTTEP,TRUE,TOP,GULF และขาย SCB,ADVANC,TISCO,BH,CPALL มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,674 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น MINT,BDMS,PSH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 6,977 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 13,341 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 598 ลบ.
Market View
- DJIA -0.16%, S&P500 +0.80%, Nasdaq +1.63% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ +4.3% นำโดย Intel +23.6% ทำ New High จากคาดการณ์รายได้ใน Q2 เติบโตดี สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.44%, S&P500 และ Nasdaq ทำ New High +0.55%, +1.5% ตามลำดับ WoW ได้ปัจจัยหนุนจากกระแสการลงทุนในกลุ่ม AI ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ขณะที่นักลงทุนรอการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ & อิหร่าน รอบที่ 2 ที่กรุงอิสลามาบัด และผลการประชุมเฟดวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 50 - 3.75% สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูลดัชนีภาคการผลิตสหรัฐ & ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย., US GDP Q1/69 และ US PCE มี.ค.รวมถึงรายงานกำไรของ MSFT, Amazon, Meta, Google และ Apple
- Stoxx600 ยุโรป -0.58% ปิดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ จากแรงขายกลุ่มอากาศยาน & กลาโหม -3.2%,บริการสุขภาพ -1.7%, การเงิน -1% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี +1.5% นำโดย SAP บริษัทซอฟต์แวร์เยอรมัน +4.7% ตอบรับกำไร Q1/69 ดีกว่าคาดจากรายได้ธุรกิจ Cloud ที่เติบโตดี สัปดาห์ที่ผ่านมา Stoxx600 ยุโรป -2.5% WoW จากความกังวลต่อเศรษฐกิจยุโรปอาจชะลอตัวจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สัปดาห์นี้วันที่ 30 เม.ย. ติดตามผลการประชุม ECB, BOE ซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ 0% และ 3.75%
- MSCI Asia Pacific X Japan +3.4% WoW นำโดยนิเกอิ +2.1%, Kopsi +4.6% WoW ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปที่ปรับขึ้นตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐและการกระแสการลงทุนใน AI เช่น SK Hynix +8.3% WoW ทำ New High หลังรายงานกำไร Q1/69 เพิ่มขึ้น 5 เท่า จากอุปสงค์ HBM ที่เติบโตดี ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.7% WoW หลัง ธ.กลางจีนคงดอกเบี้ย LPR 1 ปี, 5ปี ที่ 0% และ 3.5% โดยส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินในงวดครึ่งปีหลัง สัปดาห์นี้วันที่ 28 เม.ย. ติดตามผลการประชุม BOJ คาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% หลัง Core CPI ญี่ปุ่น มี.ค. อยู่ที่ 1.8% & ก.พ. 1.6% YoY ยังตำกว่าเป้าหมายที่ 2%
- SET -1.78% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 7 หมื่น ลบ.-17.3% WoW ต่างชาติขาย 7,161 ลบ. สถาบันขาย 1,034 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 4,158 ลบ. และรายย่อยซื้อ 12,352 ลบ. WoW โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มท่องเที่ยว -5.2% WoW หลังสหรัฐใช้ ม.ปิดล้อมทางทะเลต่อเรือที่เข้า – ออกจากท่าเรืออิหร่าน ขณะที่สหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถเปิดการเจรจารอบที่ 2 กอปรกับภาวะการท่องเที่ยวของไทยก็เริ่มเข้าสู่ช่วง Low Season ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ส่วนหุ้นกลุ่ม Big Cap. อื่น ๆ เช่น DELTA,PTTEP,TRUE,GULF,AOT,CPF,BH,MINT,SCC ก็ปรับลดลงจากคาดการณ์ของ MSCI Rebalance ในวันที่ 13 พ.ค. มีโอกาสจะปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มเหล่านี้ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ที่ผ่านมา ก.พาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออกไทย มี.ค. +18.7% ดีกว่าตลาดคาด +11.5% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าในหมวดอิเล็ก ฯ ที่เกี่ยวกับ AI และ Data Center ยังขยายตัวได้ดี กอปรกับมีการเร่งนำเข้าของตลาดสหรัฐ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนต่อ ม.การค้าของสหรัฐ ขณะที่ Moody’s ได้ประกาศคงอันดับเครดิตไทยไว้ที่ Baa1 แต่ปรับเพิ่ม Outlook จาก Negative เป็น Stable สาเหตุจากเสถียรภาพด้านการเมืองปรับดีขึ้น และปรับเพิ่มมุมมอง 6 ธนาคารไทย เช่น BBL,KBANK,SCB,KTB,TTB และ EXIM Bank จาก Negative เป็น Stable ด้วย ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ผลการประชุม ครม.เศรษฐกิจในการออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจ และวันพุธ การประชุม กนง.ซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00%
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,440 – 1,450 แนวต้าน 1,460 – 1,470 คาดดัชนีมีโอกาสทรงตัวรอผลการประขุม ครม.เศรษฐกิจ, ผลการประชุม กนง.ในวันพุธ และการเริ่มทยอยรายงานกำไร Q1/69 ของกลุ่ม Real Sector แนะนำทยอยซื้อเมือดัชนีอ่อนตัว เช่น AMATA, WHA, CK, STECON คาดได้ประโยชน์จากโครงการลงทุน Land Bridge/ กลุ่มพลังงานทดแทน เช่น BCPG,GUNKUL,TSE/ พักเงินในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,SCB
- SPRC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.90 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 1Q69 ออกมาแข็งแกร่งในทิศทางเดียวกับตัวอื่น แรงหนุนจากกำไรสต๊อกและค่าการกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้ม 2Q69 ผลประกอบการยังอยู่ในทิศทางที่ดี แม้เริ่มรับรู้ต้นทุน crude premium สูงขึ้นประมาณ US$20-30/bbl ส่วน GRM ยังดีด้วย crack spread JET/Diesel ที่ปรับขึ้น โดยผลกระทบจากลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นของ SRPC จะน้อยกว่าตัวอื่นที่ระดับประมาณ 3 พันล้นบาท จาก Diesel Yield ที่ราว 37% รวมถึงไม่มี Hedging Loss เนื่องจากไม่มี Hedging policy เหมือนโรงกลั่นอื่น
- TMAN* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.73 บาท) กำไรสุทธิปี68 อยู่ที่ 523 ลบ. +16%YoY โดยหักตัดรายการพิเศษบวก(ค่าสินไหมทดแทนจากอัคคีภัย) กำไรจะ +6% หนุนด้วยรายได้ +13%YoY โตได้เด่นผ่านลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล และลูกค้ากลุ่มค้าปลีก ส่วนการดำเนินงานในช่วง 1Q69 คาดว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีตามสภาพอากาศที่มีฝุ่นมากและรับรู้รายได้จากธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่าย (DBU) ใหม่ ด้าน TMAN* เอง ตั้งเป้าหมายรายได้ปี69 +10-15%/เป้ารายได้ปี72 ที่ 4,000 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ TMAN* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 515 ลบ.(-2%YoY/แต่หากตัดรายการพิเศษในปี68 ออกจะ +8%YoY) และ 569 ลบ.(+10%YoY)
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI มิ.ย. -$1.45 อยู่ที่ $94.40 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. +$0.26 อยู่ที่ $105.33/บาร์เรล รอดูท่าทีการเจรจาข้อตกลงสันติภาพรอบที่ 2 ของสหรัฐ – อิหร่านที่กรุงอิสลามาบัต โดยล่าสุดยังไม่มีการเจรจารอบที่ 2
Gold Update(+)Comex Gold มิ.ย.+$16.90 อยู่ที่ $4,740.90 /ออนซ์ เริ่มฟื้นตัวหลังสัปดาห์ก่อนที่สัญญาทองคำ -2.8% WoW จากความกังวลภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ยือเยื้อ อาจส่งผลให้ ธ.กลางต้องตึงดอกเบี้ยสูง
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ขายสุทธิ -432.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -220.99 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -170.79 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -40.88 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 32.34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.319 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -8 จุด อยู่ที่ 2,665
(+) BitCoin เช้านี้ +1.99% อยู่ที่ 78,996 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
29 เม.ย. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569
30 เม.ย. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่5 สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
28 เม.ย. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (เม.ย.)
29 เม.ย. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
30 เม.ย. CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน (เม.ย.)
EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)
EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย (เม.ย.)
EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาส 1)
US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) (มี.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC
01 พ.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (เม.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*
(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio April 2026: NER*, ROJNA*, TRUE, TACC*, GUNKUL*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th