ดร. ไซมอน หลิว หัวหน้าฝ่ายด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ของ TrustDecision ได้กล่าวเสริมถึงมุมมองในเชิงการใช้งานจริงว่าคำถามเรื่องความสามารถของ AI ส่วนใหญ่ได้รับคำตอบแล้ว AI สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วและสม่ำเสมอกว่ากระบวนการแบบแมนนวลในแทบทุก workflow ทางการเงินที่เราดูแล แต่ในภาคการเงินที่มีการกำกับดูแล คำถามที่สำคัญกว่าคือระบบจะทำงานอย่างไรเมื่อถูกนำไปใช้งานจริง นั่นหมายถึงการทำความเข้าใจว่าเมื่อใดควรให้ AI ตัดสินใจได้เอง เมื่อใดต้องมีการควบคุม และองค์กรจะตรวจจับได้อย่างไรหากระบบทำงานนอกขอบเขตที่กำหนดไว้
โดย TrustDecision ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองดังกล่าวในงาน Money20/20 Asia โดยบริษัทได้เข้าร่วมการหารือเกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AI ในการตัดสินใจทางการเงิน ซึ่ง Dr. Liu ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ Agentic Finance และบทบาทของ AI ในฐานะผู้มีบทบาททางการเงิน ขณะที่ Henry Li Nan ได้เข้าร่วม Policy20 Roundtable ซึ่งเป็นเวทีปิดที่มีผู้กำกับดูแลและผู้กำหนดนโยบายจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมกว่า 40 ราย
ในภาพรวมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้การนำ AI ไปใช้งานในแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกันตามความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัลแบงก์กิ้ง แต่สิ่งที่เป็นจุดร่วมเดียวกันอย่างชัดเจนคือ "มุมมอง" ของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากการตั้งคำถามพื้นฐานว่า "ควรใช้ AI หรือไม่" ไปสู่ "จะควบคุม AI อย่างไรเมื่อใช้งานจริง"
ทั้งนี้เมื่อสถาบันการเงินเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานจริง ระยะถัดไปของการนำ AI มาใช้จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของตัวโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างโครงสร้างการกำกับดูแล (Governance) ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการเงินจริง ซึ่งความสำเร็จในการให้บริการกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับภูมิภาค อาทิ Hong Leong Bank, Mandiri, Bank Jago, Toyota Auto Finance (TAF), Kredivo, Adakami และอื่น ๆ เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าความปลอดภัยและความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคการเงินดิจิทัล