Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ลิเบอเรเตอร์ : TOP แนะนำ HOLD ราคาเป้าหมาย 43 บาท

40

 

Equality for All
TOP : บมจ.ไทยออยล์
คาด 1Q26 กำไรน่าจะทำสถิติสูงสุดของปีจาก GRM ที่ดี และมีกำไรสต็อกจำนวนมาก : เราคาดการดำเนินงานปกติจะอยู่ที่ 5,134 ลบ. ลดลง q-q แต่จะมีรายการพิเศษก้อนโตทำให้บรรทัดสุดท้ายมีกำไรสุทธิ 17,406 ลบ. ซึ่งคาดว่าน่าจะดีสุดของปี
โรงกลั่น การใช้กำลังการกลั่นอยู่ที่ 113% ขณะที่ crude premium ลดลงเหลือ 1.79 เหรียญ/ บาร์เรล แต่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องบิน, ดีเซลปรับขึ้น +11.7 และ +11 เหรียญ/บาร์เรล q-q คาดส่งผลให้ GRM เพิ่มเป็น 12 เหรียญจาก 9.1 เหรียญ q-q
อะโรเมติกส์ คาดใช้กำลังการผลิต 75% ขณะที่ LAB 125% โดย GIM ทรงตัวที่ 1 เหรียญ/บาร์เรล
LUBE การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 85-86% แต่หาก GIM อยู่ที่ 1 เหรียญ/ บาร์เรล
รวม 3 ธุรกิจคาด GIM อยู่ที่ 14 เหรียญ/ บาร์เรล ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานคาดที่ 3 เหรียญ/บาร์เรล ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 2.3 เหรียญ, ดอกเบี้ยจ่าย 0.7 เหรียญ/ บาร์เรล
รายการพิเศษ : คาดการดำเนินงานปกติกำไร 5,134 ลบ. แต่คาดมีรายการพิเศษสุทธิ +12,272 ลบ. (กำไรสต็อก +22,072 กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน +1,800 กำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 2,500 แต่จะมีขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงสูงถึง -8,300 และปรับมูลค่าสินค้าตามต้นทุน -5,800 ลบ.) คาดจะมีกำไรสุทธิ 17,406 ลบ.
แนวโน้ม 2Q26 คาด GRM ยังดีต่อ แต่คาดจะเห็นต้นทุนเร่งมากขึ้น : ผบห. คาดแนวโน้ม GRM 2Q26 ยังมีทิศทางที่ดีขึ้น q-q แต่ในทางกลับกันจะเห็นต้นทุนเร่งตัวขึ้นเช่นกันทั้งในส่วน crude premium, ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย อีกทั้งคาดจะได้รับผลจากการปรับลดค่าการกลั่นลงด้วย รวมถึงจะมีขาดทุนสต็อกจากราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้มีโอกาสที่การดำเนินงาน 2Q26 อาจพลิกขาดทุนได้ คงต้องติดตามราคาน้ำมันช่วงปลายไตรมาสอีกครั้ง
มาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2-5 บาทต่อลิตรกระทบกำไรและกระแสเงินสดราว 2,800 ลบ. : จากการที่กบง. ประกาศปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับดีเซล 2-5 บาทต่อลิตรตามช่วงเวลาดังนี้
9 เม.ย.- 23 เม.ย. 2026 ลดราคา 2 บาทต่อลิตร
24 เม.ย. – 9 พ.ค. 2026 ลดราคา 5 บาทต่อลิตร
9 พ.ค. - 19 พ.ค. 2026 ลดราคา 3 บาทต่อลิตร
สำหรับโรงกลั่นของบ. ผลิตน้ำมันดีเซล 40% จากปริมาณการผลิตทั้งหมด คิดเป็น 20 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจากการลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2-5 บาทต่อลิตร ระหว่างวันที่ 9 เม.ย. – 19 พ.ค. 2026 จะส่งผลกระทบต่อกำไรและกระแสเงินสดของโรงกลั่นราว 2,800 ลบ. อีกทั้งยังมีอีกประเด็นที่จะส่งผลกระทบต่อโรงกลั่นในไทยคือการค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ราว 10,000 ลบ. ซึ่งหากสถานการณ์ปกติการจ่ายคืนจะใช้เวลาราว 1-2 เดือน แต่ในสถานกาณ์ไม่ปกติอย่างเช่นช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะใช้เวลาการจ่ายคืนราว 2 ปี จะเป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อกระแสเงินสดของกิจการกลุ่มโรงกลั่นเพิ่มเติม
ปรับประมาณการขึ้นสะท้อนปัจจัยกระทบ : จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังมีความผันผวนสูงทำให้อาจกระทบต่อการดำเนินงานมากกว่าที่เคยคาด อย่างไรก็ตาม เรามีปรับประมาณการขึ้นจากเดิม ยังมีมุมมองบวกต่อธุรกิจโรงกลั่นว่า GRM ยังยืนระดับสูงได้จากการปิดโรงกลั่นในยุโรป และอุปสงค์ยังดีต่อ ตามการปรับ GRM เพิ่มขึ้น อีกทั้งปีนี้จะไม่มีการหยุดซ่อมอย่างปีที่ผ่านมา คาดการดำเนินงานปกติจะมีกำไร 20,643 ลบ.
เรายังชอบกลุ่มโรงกลั่นจากโมเมนตัมกำไรที่ยังดีตาม GRM ที่ดีต่อ ณ ราคาปัจุจบันแนะนำ “ถือ” แต่ปรับราคาเหมาะสมเป็น 43 บาทยังพอซื้อขายตาม GRM ฟื้นตัวได้


ยังเก็งกำไรตาม GRM ได้
“จากแนวโน้มการดำเนินงานที่ฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น และการลดค่าการกลั่นลงจากภาครัฐอาจกดดันให้การดำเนินงานอาจไม่ดีอย่างที่คาด แต่ในระยะยาว เราคาดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในอุตฯ จะทำให้แนวโมส่วนต่างราคายังอยู่ในระดับสูง
กลยุทธ์การลงทุน ยังพอเก็งกำไรตาม GRM และราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ”

นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้