เข้าช่วงดับไฟสงคราม อาจยังมีควันเหลือบ้าง
HORIZON MARKET VIEW
• วันแรกของการผ่อนคลายสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน หลังบรรลุข้อตกลง “หยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์” กดดันราคาน้ำมันดิบ BRENT และ WTI ร่วงแรงเกิน 10% สวนทางกับตลาดหุ้นทั่วโลกดีดตัวขึ้นแรง ขณะที่การเคลื่อนไหวดัชนี S&P 500 ในปี 2026 มีรูปแบบ (PATTERN) คลายกับช่วงปี 2025 ที่เคยถูกกดดันจากการที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากหลายประเทศ และมีการฟื้นตัวแรงหลังมีคำสั่งเลื่อนเส้นตายออกไป
• แต่ระยะถัดไปต้องจับตาพัฒนาการเพิ่มเติม เนื่องการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวไม่ใช่จุดจบของความขัดแย้ง และสถานกาณ์ยังมีความเปราะบาง ซึ่งจะเห็นจากอิหร่านมีการห้ามเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตอบโต้อิสราเอลโจมตีเลบานอน เพิ่มระดับความเสี่ยงยกระดับความตึงเครียดอีกครั้ง พร้อมกับผลักราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และกดดันตลาดการเงินผันผวนได้
REGION RADAR
• การแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA WORLD CUP 2026 กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ได้แก่ กลุ่มเบียร์: ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABIBB) กลุ่มเครื่องดื่ม: COCA COLA (KO US) กลุ่มจองที่พัก:EXPEDIA (EXPE US) และกลุ่มโรงแรม: MARRIOTT (MAR US)
• TRENDFORCE คาดการณ์ว่าราคาชิปหน่วยความจำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อในไตรมาส 2 นี้ นำโดยราคาชิป NAND เพิ่มขึ้นราว 70%QOQ แนะนำเก็งกำไร DR: SNDK23
THAI FOCUS
ปี 2026 SET INDEX ปรับขึ้นเด่น 225 จุด แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นๆโดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความเชื่อมั่นในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีนโยบายเตรียมแถลง 9-10 เม.ย.นี้ น่าจะเน้นกระตุ้นการบริโภค (เงินดิจิทัล, ลดหย่อนภาษี) และผลักดันการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพอย่างปรับ ลดราคาน้ำมันดีเซล
• หุ้นเด่นที่ได้รับอานิสงส์ คือ ขนส่ง & โลจิสติกส์(AAV, BA, THAI,SJWD) ค้าปลีก & โรงแรม(CPALL, CPAXT, CPN, ERW, MINT)เกษตร & อาหาร(CPF, CBG, ICHI) เช่าซื้อ(MTC, TIDLOR)
SYNAPSE STRATEGY
• ช่วงพักรบ กดราคาน้ำมันดิบวานนี้ -16% ลงแรงสุดในรอบ 6 ปีหนุนเม็ดเงินไหลเข้าตลาดการเงิน S&P500 +2.5%โดยกลุ่มหุ้นที่ขึ้นแรงเกิน 7% คือ กลุ่มท่องเที่ยว, การบิน และหน่วยความจำ เป็นต้น
• แนวโน้มดอลลาร์อ่อน หนุนค่าเงินบาทแข็ง 1.2% ช่วยเร่งให้ FUNDFLOW ไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท และเข้าตลาดหุ้นอีก 2.7 พันล้านบาท แนะนำหุ้นฟื้นแรง มีโอกาสฟื้นต่อ หุ้นอิงท่องที่ยว ERW, CENTEL, AWC, BA, AAV, BH, MINT อิงYIELD ลง MTC, SAWAD, TIDLOR อิงบาทแข็ง GPSC, BGRIM
HORIZON MARKET VIEW
สงครามผ่อนคลาย แต่เปราะบาง
วันแรกของการผ่อนคลายสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน หลังบรรลุข้อตกลง “หยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์” กดดันราคา
น้ำมันดิบ BRENT และ WTI ร่วงแรงเกิน 10% หลุด 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สวนทางกับตลาดหุ้นทั่วโลกดีดตัวขึ้นแรง ขณะที่การเคลื่อนไหวดัชนี S&P 500 ในปี 2026 มีรูปแบบ (PATTERN) คลายกับช่วงปี 2025 ที่เคยถูกกดดันจากการที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากหลายประเทศ (RECIPROCAL TARIFFS) และมีการฟื้นตัวแรงหลังมีคำสั่งเลื่อนเส้นตายออกไปแต่ระยะถัดไปต้องจับตาพัฒนาการเพิ่มเติม เนื่องการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ไม่ใช่จุดจบของความขัดแย้งและสถานกาณ์ยังมีความเปราะบาง ซึ่งจะเห็นจากอิหร่านมีการห้ามเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตอบโต้อิสราเอลโจมตีเลบานอน เพิ่มระดับความเสี่ยงยกระดับความตึงเครียดอีกครั้ง พร้อมกับผลักราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและกดดันตลาดการเงินผันผวนได้
ในแง่มุมของ FED จากรายงานการประชุม FOMC FED MINUTE วันที่ 17–18 มี.ค. 2026 คณะกรรมการมีโทนค่อนข้างตึงตัว (HAWKISH) เนื่องจากสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ -อิหร่าน เป็นตัวแปรเพิ่มความไม่แน่นอน ซึ่งเงินเฟ้อยังเป็นความเสี่ยงหลัก มากกว่าการชะลอของตลาดแรงงาน สะท้อนสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของ FED มีแนวโน้มคงไว้ที่ระดับ 3.75% เพื่อรอดูผลกระทบของสงครามขณะที่ BOJ มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน เม.ย. นี้ แต่ความกังวล YEN CARRY TRADE ยังดูมีน้อยเมื่อที่เทียบกับรอบ BOJ เซอร์ไพร์สขึ้นดอกเบี้ยปี 2024
อย่างไรก็ตาม สงครามในตะวันออกกลางยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวไม่ใช่จุดจบของความขัดแย้ง หากมีฝ่ายที่ละเมิดข้อตกลงหรือครบกำหนดตามกรอบระยะเวลา 2 สัปดาห์ อาจยกระดับความตึงเครียดอีกครั้ง พร้อมกับผลักราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และเสี่ยงกดดันตลาดการเงินผันผวน
REGION RADAR
การแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA WORLD CUP 2026
เหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์จะเริ่มเข้าสู่การแข่งขัน FIFA WORLD CUP 2026 โดยการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม โดยมีประเทศสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยจำนวนการแข่งขันทั้งหมด 104 นัด (จากปกติ 64นัด) ในส่วนของการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพทั้งหมด 78 นัด ขณะที่เม็กซิโกและแคนาดาจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพประเทศละ 13 นัด
กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่มเบียร์: ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABI BB) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพอร์ตแบรนด์ระดับโลก อาทิBUDWEISER, CORONA, STELLA ARTOIS และMICHELOB ULTRA กลุ่มเครื่องดื่ม NON-ALCOHOL: COCA COLA (KO US) เนื่องจากบริษัทมีMARKETSHARE ในตลาดเครื่องดื่มอัดลมของสหรัฐฯ มากสุดที่ระดับ 42%
กลุ่มแพลตฟอร์มท่องเที่ยว: EXPEDIA(EXPE US) เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำในด้านธุรกิจแพลตฟอร์ม OTA ในสหรัฐฯ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 20%
และกลุ่มโรงแรม: MARRIOTT (MAR US)
ผลประกอบการไตรมาส 2/2026 ของกลุ่ม MEMORY มีแนวโน้มสดใสต่อ
ในช่วงไตรมาส 1/2026 ที่ผ่านมา ราคาชิปหน่วยความจำอย่าง DRAM และ NAND ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งราว 90% QOQ ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 1 ของกลุ่ม MEMORY มีแนวโน้มสูงกว่าที่ตลาดคาดโดยเมื่อวานนี้ SAMSUNG ELECTRONICS ได้รายงานผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 1 มีรายได้และกำไรออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ TRENDFORCE คาดการณ์ว่าราคาชิปหน่วยความจำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อในไตรมาส 2 นี้ นำโดยราคาชิป NAND เพิ่มขึ้นราว 70% QOQ แนะนำเก็งกำไร DR: SNDK23 เนื่องจาก SANDISK เป็นผู้เล่นรายสำคัญในกลุ่มธุรกิจชิปหน่วยความจำ NAND
THAI FOCUS
ความผันผวนจากสงครามยังอยู่ สู่ความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแทน
เมื่อย้อนกลับไปดูสถิติในปี 2025 (อ้างอิงจากเส้นกราฟสีเหลือง) จะเห็นได้ว่า SET INDEX เผชิญกับความผันผวนอย่างหนักตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงกลางปีที่มีปัจจัยกดดันหลักๆ มาจากความกังวลเรื่องสงครามการค้าและนโยบายของสหรัฐฯ โดย TIMELINE สำคัญ คือ ช่วงที่ทรัมป์ประกาศเลื่อนกำแพงภาษี90 วัน และตามมาด้วยการลงนามคำสั่งเลื่อนวันเส้นตายเป็นวันที่ 1 ส.ค.68เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความไม่แน่นอนให้กับ SET INDEX ในปี 2025 แกว่งตัวผันผวนไม่มีทิศทางเป็นขาขึ้นที่ชัดเจนโดยแตกต่างจากปี 2026(เส้นกราฟสีฟ้า) SET INDEX สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในปีนี้ปรับขึ้น225 จุด ล่าสุดอยู่ระดับ 1486 จุด ซึ่งอยู่สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งโมเมนตัมเชิงบวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นปัจจัยภายนอกประเทศ แต่มาจากภายในประเทศที่เข้ามาช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน นั่นคือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ซึ่งเตรียมนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพจากวิกฤตสงคราม
ส่วนช่วงนี้รัฐบาลเตรียมแถลงนโยบายฯ 9 -10 เม.ย. 69ซึ่งน่าจะประกอบไปด้วย 1.มาตรการกระตุ้นการบริโภคระดับฐานราก เช่น โครงการแจกเงินดิจิทัล, การให้เงินอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง หรือมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของชนชั้นกลาง (เช่น ช้อปช่วยชาติ/E-RECEIPT)2.มาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว การอุดหนุนค่าที่พัก การแจกคูปองท่องเที่ยว หรือมาตรการฟรีวีซ่าเพิ่มเติม รวมถึง
ประเด็น: กบน. ประกาศราคาน้ำมันดีเซล ลดทุกปั๊ม 2.14 บาท (มีผล 9 เม.ย. 69)ซึ่งจะช่วยชะลอการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ และช่วยรักษากำลังซื้อของประชาชนในช่วงสั้น
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจะได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวได้แก่
1.กลุ่มขนส่ง-โลจิสติกส์ เพราะต้นทุนหลักกว่า 30-40% คือค่าน้ำมันดีเซล การลดลงของราคาน้ำมันจะทำให้กำไรขั้นต้น (MARGIN) กลับมาดีขึ้นบ้างชอบหุ้น AAV BA THAI SJWD
2.กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่ง-ห้าง และโรงแรม เมื่อต้นทุนการกระจายสินค้าลดลง บริษัทจะมีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง ประกอบกับได้อานิสงส์จากกำลังซื้อของประชาชนที่รัฐบาลช่วยพยุง ชอบหุ้น CPALLCPAXT CPN ERW MINT
3.กลุ่มเกษตรและอาหาร ช่วยลดต้นทุนในการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร รวมถึงต้นทุนการขนส่งวัตถุดิบและอาหารสดเข้าสู่ตลาด ชอบหุ้น CPF CBG ICHI
4.กลุ่มเช่าซื้อ การให้เงินอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง เงินเหล่านี้จะไหลกลับเข้าสู่ระบบ และส่วนหนึ่งจะถูกนำมาใช้ชำระค่างวดรถหรือค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่ชอบหุ้น MTC TIDLOR
SYNAPSE STRATEGY
ช่วงพักรบ หวังหุ้นฟื้นแล้ว ทยอยฟื้นต่อ
ช่วงพักรบ กดราคาน้ำมันดิบวานนี้ -16% ลงแรงสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ เม.ย. 20 เป็นต้นมา หนุนเม็ดเงินไหลเข้าตลาดการเงิน อย่าง ดัชนี S&P500 +2.5% โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นที่ขึ้นแรงเกิน 7% คือ กลุ่มท่องเที่ยว CCL US +11.2% , การบิน UAL US +7.9% และหน่วยความจำ SNDK +9.9% เป็นต้น
แนวโน้มดอลลาร์อ่อน หนุนค่าเงินบาทวานนี้แข็งค่า1.2% อยู่ที่ 32 บาท/เหรียญช่วยเร่งให้ FUND FLOWไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท และเข้าตลาดหุ้นอีก 2.7 พันล้านบาท
กลยุทธ์แนะนำหุ้นฟื้นแรง มีโอกาสฟื้นต่อ หุ้นอิงท่องที่ยว ERW, CENTEL, AWC, BA, AAV, BH, MINTอิงYIELD ลง MTC, SAWAD, TIDLOR อิงบาทแข็ง GPSC, BGRIM
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์