Today’s NEWS FEED

News Feed

กลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำ "คงน้ำหนักการลงทุน" มองยังมีความไม่แน่นอนด้านการกำกับดูแล ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีส่วนแบ่งกำไรเพียงเล็กน้อย แม้แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นบวก

55


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(9 กันยายน 2569)------------------ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า รายงานข่าวของสื่อหลายแห่งระบุว่าประเทศไทยสั่งการให้ชะลอการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นการชั่วคราวจำนวน 166 โครงการ ให้ชะลอโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 49 โครงการ และระงับโครงการที่อยู่ระหว่างขออนุญาต 117 โครงการ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐกำลังจัดทำกรอบการกำกับดูแลที่ครอบคลุม ซึ่งคาดจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน กรอบดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำ, ความเหมาะสมของพื้นที่ รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย, สิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น


ขณะที่โครงการในอนาคต จะต้องมีการประเมินจากประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สร้างให้กับประเทศ ทั้งในด้านการจ้างงาน, การถ่ายทอดเทคโนโลยี, การพัฒนาระบบนิเวศด้าน AI และ Cloud รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ของไทย การทบทวนครั้งนี้สะท้อนความกังวลของผู้กำหนดนโยบายต่อความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะไฟฟ้า, น้ำ, สถานีไฟฟ้าย่อยและระบบเชื้อเพลิงสำรอง


ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า หลักเกณฑ์ใหม่น่าจะเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทที่ได้เตรียมความพร้อมด้านที่ดิน, กำลังการผลิตไฟฟ้า, ใบอนุญาต, ระบบสาธารณูปโภคและพันธมิตรทางธุรกิจไว้แล้ว แต่อาจเป็นอุปสรรคต่อผู้เล่นรายใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาด จึงคาดว่าผลกระทบต่อกำไรของบริษัทที่ทำการศึกษาน่าจะมีจำกัด และมองว่าการระงับการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่เพื่อรอปรับแก้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเท่านั้น ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองโครงการ ซึ่งจะพิจารณาจากความพร้อมด้านกำลังไฟฟ้า, ทรัพยากรน้ำ, มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม, โครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ


ขณะที่การกำหนดกรอบ "water map" หลังจากมี "power map" บ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่เฟสที่มีการคัดกรองโครงการดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าการเพิ่มขีดความสามารถอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญเชื่อว่าการทบทวนหลักเกณฑ์ครั้งนี้จะไม่กระทบแนวโน้มการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้าในระยะยาวมากนัก เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีผลต่อกำไรสุทธิของแต่ละบริษัทในกลุ่มเพียงเล็กน้อย ขณะที่คาดว่าธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์จะยังไม่ส่งผลต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญก่อนปี 71


อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านโยบายดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับบริษัทที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว และ GULF น่าจะเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากการจัดสรรกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ประมาณ 163 MW ขณะที่ RATCH, EGCO และ BGRIM น่าจะได้ประโยชน์เช่นกันจากการมีที่ดินอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์, ระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างระบบที่มีอยู่เดิม และความร่วมมือกับลูกค้ากลุ่ม hyperscaler ดังนั้น ในภาพรวม คาดว่าผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้นมีจำกัดและความชัดเจนด้านการกำกับดูแลน่าจะช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยเติบโตในระยะถัดไป


ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนด้านการกำกับดูแล อีกทั้งการพัฒนาโครงการใช้เวลานาน และข้อเท็จจริงที่ว่าดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีส่วนแบ่งกำไรให้กับผู้ประกอบการเพียงเล็กน้อย ดังนั้น ถึงแม้ว่าแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นบวก แต่เชื่อว่าการเติบโตจากดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลส่วนใหญ่จะยังไม่สร้างผลกำไรอย่างมีนัยสำคัญก่อนปี 71


ขณะที่ upside risks จะมาจากการเติบโตที่เร็วกว่าคาดของโครงการพลังงานหมุนเวียนและ Direct PPA, ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าคาด และความสำเร็จในการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ส่วน downside risk คือการที่ราคา LNG สูงกว่าคาด, ความล่าช้าในการดำเนินการตามแผน PDP2026 และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้ารวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนช้ากว่าคาด

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เกือบชน.... By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นกลุ่มพลังงาน เป็นดาวเด่น ส่งผลให้ระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ดัชนีเกือบสัมผัส...

PTG จับมือ ศิริราช สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2 จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ กรมศิลปากร

PTG จับมือ ศิริราช สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2 จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ กรมศิลปากร

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้