Market Wrap-Up
- SET วันที่ 8 เม.ย.69 ปิด +20.60 จุด อยู่ที่ 1,485.03 จุด มูลค่าการซื้อขาย 66,928 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,700 พอร์ตโบรกซื้อ 1,170 ลบ. สถาบันซื้อ 597 ลบ. และรายย่อยขาย 4,467 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 3,735 ลบ.ซื้อ PTTEP,KBANK,BDMS,BH,GULF และขาย KTB,TOP,HANA,KTC,BCP มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,631 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น NDX01,BDMS,MEGA โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 7,281 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 43,273 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 18,725 ลบ.
Market View
- DJIA +2.85%, S&P500 +2.51%, Nasdaq +2.80% หลัง ปธน.ทรัมป์ได้ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แลกกับอิหร่านจะปล่อยให้เรือสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่รองปธน.สหรัฐ เจดี แวนซ์จะเจรจากับ ปธน.อิหร่านต่อข้อเสนอหยุดยิง 10 ข้อของอิหร่านในวันศุกร์นี้ที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม +3.75%, บริการสื่อสาร +3.44%, สายการบิน +5.7%,ท่องเที่ยว +5.2% และ VIX Index -18.39% อยู่ที่ระดับ 21.04 ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจค่ำวันนี้ติดตาม US PCE ก.พ. และวันพรุ่งนี้ US CPI มี.ค. เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐ
- Stoxx600 ยุโรป +3.88% ได้แรงหนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรม, เดินทาง และธนาคารปรับขึ้น 5.7 – 7.1% ขณะที่กลุ่มพลังงาน -2.3% หลังสหรัฐบรรลุข้อตกลงกหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ระหว่างรอการเจรจาอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ที่ปากีสถาน ส่งผลให้ Stoxx Vix -21.82% อยู่ที่ระดับ 24.71 และสัญญาน้ำมันดิบ Brent มิ.ย. -13.3% อยู่ที่ $94.75/บาร์เรล ส่วน LSEG คาด ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 25% หลัง CPI ยูโรโซน มี.ค.อยู่ที่ +2.5% & ก.พ. +1.9% YoY
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ +5.39% ได้แรงหนุนจากกลุ่มโลหะที่ไม่ส่วนผสมของเหล็ก, เซรามิก และเครื่องใช้ไฟฟ้า หลังสหรัฐ – อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยทางอิหร่านยินยอมให้เรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เช่นเดียวกับ Kospi เกาหลีใต้ +6.87% ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +7.1%, SK Hynix +12.7% และหุ้นบริษัทก่อสร้างปรับขึ้นรับโอกาสในการฟื้นฟูประเทศอิหร่าน เช่น Daewoo Engineering & Construction +29.9% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +2.69% จากความหวังบวกต่อผลการเจรจาหยุดยิงของสหรัฐ – อิหร่านในวันศุกร์นี้ และรอการรายงานข้อมูล CPI จีน มี.ค. คาด +1.2% & ก.พ. +1.3% YoY, PPI จีน มี.ค. คาด +0.5% & ก.พ. -0.9% YoY
- SET วานนี้ +1.41% ปริมาณการซื้อขาย 69 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,170 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,700 ลบ. สถาบันซื้อ 597 ลบ. และรายย่อยขาย 4,467 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มท่องเที่ยว +5.6%, ไฟแนนท์ +4.4%, ค้าปลีก +2.98% และขนส่ง +2.96% หลังสหรัฐบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยทางอิหร่านต้องอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมัน & เรือพาณิชย์สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงการเจรจา 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI & Brent ปรับลดลงต่ำกว่าระดับ $100/บาร์เรล จากปัจจัยดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงที่ภาวะสงครามจะยืดเยื้อ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะ Stagflation และ Supply Shock จากการภาวะขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ส่วนปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภา ฯ โดยเฉพาะประเด็น ม.กระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส, ม.แก้ไขปัญหาหนี้คร้วเรือน & เสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ SME, ม.ส่งเสริมภาคท่องเที่ยว, ม.ส่งเสริมการลงทุนในอุต ฯ แห่งอนาคตทางด้าน AI, พลังงานสะอาด และ ม.บรรเทาวิกฤตด้านพลังงาน ส่วนประเด็นสำคัญที่ยังต้องติดตาม คือ การเจรจาระหว่างสหรัฐ – อิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดในวันพรุ่งนี้ ซึ่งยังประเด็นที่ยังต้องต่อรองกันหลายข้อ เช่น การพัฒนาสมรรถภาพแร่ยูเรเนี่ยมของอิหร่าน, ข้อเรียกร้องให้ยกเลิกฐานทัพสหรัฐในตะวันออก, กฎเกณฑ์การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และหลักประกันจะไม่กลับมาโจมตีอิหร่านอีกในอนาคต รวมถึงการยุติการโจมตีต่อกลุ่มพันธมิตรของอิหร่านในตะวันออกกลาง เช่น ฮิซบอลเลาะห์, ฮามาส ซึ่งยังมีความเสี่ยงที่อาจจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,470 – 1,480 แนวต้าน 1,490 – 1,500 คาดดัชนี SET เช้านี้มีโอกาสทรงตัว หลังอิหร่านยังห้ามเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุช เนื่องจากอิสราเอลยังโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน โดยนักลงทุนยังรอผลการเจรจาระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในวันพรุ่งนี้ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนในกลุ่มอุปโภค CPALL,CPAXT,TNP,CPN,OSP,CBG,ICHI คาดจะได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ / STECON,CK,AMATA,WHA คาดได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการลงทุน
- BBGI* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.65 บาท)ปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 69 จะมาจาก 1) ปริมาณขาย B100 ที่จะเพิ่มขึ้นหลังรัฐบาลปรับสัดส่วนการผสมจาก B5 เป็น B7/B20 ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานยังวิกฤต 2) คาดว่าธุรกิจเอทานอลจะดีขึ้นตามการใช้กำลังการผลิต 3) โรงงาน SAF (ถือหุ้น 20%) กำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องได้ในช่วง 2Q69 – 3Q69 ซึ่งเราคาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ SAF จะทยอยเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนข้อบังคับของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ทั้งในอิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 572 ล้านบาท +102%YoY และ 806 ล้านบาท +41%YoY
- TNP* (ทะยอยซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 3.90บาท) การดำเนินงานใน 1Q69 คาดว่าปัจจัยบวกลบจะหักล้างกันไป อย่างไรก็ตาม ช่วงถัดไป คาดหวังต่อมาตรการช่วยค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาลใหม่ โดยทาง TNP* เองวางเป้าหมายรายได้ในปี69 นี้ จะเติบโตราว 10-15% วางแผนขยายสาขาใหม่อีก 8 สาขาบริเวณภาคเหนือที่งบลงทุน 130 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของTNP* จะอยู่ที่ 220 ลบ.(+3%YoY) และ 237 ลบ.(+8%YoY) ในเชิง Valuation ราคายังดูไม่แพง โดยอิงจาก Consensus ปี69F Forward PE ที่ 10x, PBV ที่ 5x และ Dividend Yield ที่ 4%
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI พ.ค. -$18.54 อยู่ที่ $94.41 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. -$14.52 อยู่ที่ $94.75/บาร์เรล หลังสหรัฐ – อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ระหว่างรอการหารือข้อตกลงสันติภาพ ขณะที่ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น +3.1 ล.บาร์เรล สวนทางคาดการณ์จะเพิ่มขึ้น 701,000 บาร์เรล
Gold Update(+)Comex Gold มิ.ย.+$92.50 อยู่ที่ $4,777.20 /ออนซ์ ได้ปัจจัยหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.72% อยู่ที่ 99.142 และรอผลการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในวันศุกร์นี้
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +114.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +84.40 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +37.21 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -7.35 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.297 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +44 อยู่ที่ 2,139
(-) BitCoin เช้านี้ -1.26% อยู่ที่ 70,572 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
10 เม.ย. ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
สัปดาห์ที่2 กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและ
อัพเดตสถานการณ์ลงทุน
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความ
เชื่อมั่นหอการค้าไทย
ต่างประเทศ
06 เม.ย. US ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) (มี.ค.)
07 เม.ย. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
09 เม.ย. US รายงานการประชุมของ FOMC
US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) (ก.พ.)
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 4)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
10 เม.ย. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มี.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*
(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio April 2026: NER*, BBGI*, TRUE, PTTEP, GUNKUL*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th