Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: PTTGC เดินเครื่องโรงผลิตโอเลฟินส์ 4 ตามแผน เสริมแกร่งความต่อเนื่องของอุปทานวัตถุดิบในประเทศ

917

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (3 เมษายน 2569 )-----PTTGC เดินเครื่องโรงผลิตโอเลฟินส์ 4 ตามแผน ทยอยส่งมอบวัตถุดิบให้ลูกค้าผลิตเม็ดพลาสติก  ด้านเทพหุ้นบัวหลวง  ชู PTTGC เป็นหุ้นเด่น ในกลุ่ม Chemical   คาดสเปรดมีแนวโน้มยืนสูงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และหนุนให้กำไรกลุ่มปิโตรเคมีมี upside อย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กลับมาเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์ หน่วยที่ 4 (OLE 4) ภายหลังซ่อมบำรุงตามแผน และสามารถทยอยส่งมอบผลิตภัณฑ์หลักให้กับลูกค้าได้แล้ว เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (Polyethylene: PE) ของ GC อย่างต่อเนื่อง และส่งมอบวัตถุดิบสำหรับผลิตเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน (Polypropylene: PP) ให้แก่ผู้ผลิต PP เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวในตลาด

โรงงานโอเลฟินส์ของ GC มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยสามารถรองรับวัตถุดิบได้หลากหลาย ควบคู่กับการดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยผลิตอื่นภายในคอมเพล็กซ์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้วัตถุดิบและพลังงาน อีกทั้งยังมีโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้สามารถบริหารจัดการการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง โดย OLE 4 มีกำลังการผลิตสูงสุดประกอบด้วย เอทิลีน (Ethylene) 520,000 ตันต่อปี ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (PE) ของ GC และโพรพิลีน (Propylene) 256,000 ตันต่อปี เพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน (PP) ภายในประเทศ

การกลับมาเดินเครื่องตามแผนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความต่อเนื่องของอุปทานวัตถุดิบในประเทศ สนับสนุนการผลิตเม็ดพลาสติก PE ที่ยังคงมีเพียงพอให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น พร้อมช่วยบรรเทาความตึงตัวของ PP ซึ่งได้รับผลกระทบบางส่วนจากข้อจำกัดด้านการนำเข้า อันเป็นผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง  ออกบทวิเคราะห์   Chemical Sector  ราคาปิโตรเคมีและสเปรดปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จาก supply disruption ในตะวันออกกลาง หลังการปิดช่องแคบ Hormuz กระทบการขนส่งน้ำมันดิบ, วัตถุดิบ และ LNG ขณะที่ผู้ผลิตในเอเชียบางส่วนประกาศ force majeure ทำให้ supply หายจากระบบ ส่งผลให้สเปรดปรับตัวขึ้นแรง โดย HDPE-Naphtha เพิ่มขึ้น 58%, LLDPE +41%, LDPE +29% และ PP +37% ขณะที่ PET spread เพิ่มขึ้นถึง 85% สะท้อนภาวะ supply ตึงที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลาย product แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การฟื้น supply ต้องใช้เวลา ทำให้สเปรดมีแนวโน้มยืนสูงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และหนุนให้กำไรกลุ่มปิโตรเคมีมี upside อย่างมีนัยสำคัญ

โดยภายใต้ scenario 2 (HDPE spread เฉลี่ย 380 เหรียญ/ตัน vs base case 350 เหรียญ/ตัน และ PET 280 เหรียญ/ตัน vs 260 เหรียญ/ตัน) จะมี upside ต่อกำไรปี 2026 ของ IVL และ PTTGC ราว 26–36% และภายใต้ scenario 3 (HDPE 410 เหรียญ/ตัน, PET 300 เหรียญ/ตัน) upside จะเพิ่มเป็น 53–68% ตามลำดับ


Investment action: ปรับมุมมองกลุ่มจาก “เท่ากับตลาด” เป็น “มากกว่าตลาด” โดยเลือก IVL และ PTTGC เป็นหุ้นเด่น แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาแล้ว (IVL +9%, PTTGC +27%) แต่ valuation ยังไม่ถึงกับแพง โดย IVL ซื้อขายที่ PBV ราว 1.1 เท่า (ต่ำกว่าเฉลี่ยระยะยาว 1.6 เท่า) และ PTTGC ที่ประมาณ 0.5 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 1.0 เท่า) สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้ price-in การฟื้นตัวของสเปรดและกำไร จึงมีโอกาสถูก re-rate จากการปรับประมาณการกำไรขึ้น
    
---จบ---

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้