Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

46

 

HORIZON MARKET VIEW
• ผลกระทบสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่ลากยาวมานานกว่า 1 เดือน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว กำลังส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริงมากขึ้น สะท้อนจากเงินเฟ้อหลายประเทศโซนยุโรปปรับตัวสูงขึ้น YOY ในเดือน มี.ค. 69 เมื่อเทียบกับเดินก่อนหน้า อาทิโครเอเชีย +4.8% (จาก +3.8%), ออสเตรีย +3.1% (จาก +2.2%), เนเธอร์แลนด์ +2.7%(จาก +2.4%) เป็นต้น ซึ่งในระยะถัดไปยังต้องติดตามพัฒนาการของสงคราม การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพิ่มเติม
• อย่างไรก็ตาม ในช่วงสั้นเห็นสัญญาณผ่อนคลายของสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ทำให้ ตลาดการเงินมีความคาดหวังว่าสงครามใกล้ยุติ หนุนเม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย และไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง โดยวานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดขึ้นแรงราว +2.5%ถึง +3.8% ส่วนตลาดหุ้นไทยในวันนี้ น่าจะเห็นการรีบาวด์เช่นกัน


REGION RADAR
• ภาพรวมธุรกิจชิปหน่วยความจำยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในเดือน ก.พ.69 หนุนจากราคาขายชิป DRAM เพิ่มขึ้น 608% YOY ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม MEMORY แนะนำเก็งกำไร DR: MICRON01 และ DR:ASEMI24 เป็น ETF ที่ลงทุน SK HYNIX และ SAMSUNG สูงถึง 20%
• MINISO (9896 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 6.25 พันล้านหยวน +33% YOY (สูงกว่าคาด 3%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ 2.8 +9% YOY (สูงกว่าคาด 35%) หนุนจากยอดขายแบรนด์ MINISO ในประเทศจีนเติบโตแข็งแกร่ง


THAI FOCUS
• ความกังวลสงครามยืดเยื้อลดลง เม็ดเงินไหลเข้า BITCOIN,ETHEREUM และตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี(MAG-7), สหรัฐฯ, ยุโรป และญี่ปุ่น (ข้อมูลอ้างอิงในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากน้ำมันดิบทำจุดสูงสุด ณ ตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน)
• ส่วนตลาดหุ้นไทยสถิติในอดีตฟื้นตัว +2.9% โดยมี 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ OUTPERFORM SET ได้แก่ 1.HELTH +8.5%2.TOURISM +6.5% 3.ETRON +6.3% 4.CONS +4.9% 5.FIN+4.6%


SYNAPSE STRATEGY
• สงครามตลอด 1 เดือน กดดันหุ้นโลกย่อตัวลงมา -8.4% และเป็นการปรับตัวลงทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่มพลังงานเพียงกลุ่มเดียวที่บวกได้อย่างไรก็ตาม ภาพสงครามที่ตอบรับไปมาก และเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายทั้ง 2 ฝ่าย หนุนให้หลายๆกลุ่มเริ่มรีบาวน์กลับมา
• กลยุทธ์แนะเก็งกำไรหุ้นที่ตอบรับประเด็นสงครามไปมากลงลึกเกิน10% ในเดือนที่ผ่านมา มีโอกาสฟื้นในช่วงนี้ได้อย่าง กลุ่มท่องเที่ยวERW, MINT ต้นทุนพลังงาน BH, BGRIM, GPSC, CBG, ICHI และการเงิน TIDLOR, MTC, SAWAD


HORIZON MARKET VIEW
ตลาดดีใจ หลังส่งสัญญาณสงครามใกล้ยุติ
ผลกระทบสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่ลากยาวมานานกว่า 1 เดือน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว กำลังส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริงมากขึ้น สะท้อนจากเงินเฟ้อหลายประเทศโซนยุโรปปรับตัวสูงขึ้น YOY ในเดือน มี.ค. 69เมื่อเทียบกับเดินก่อนหน้า อาทิ โครเอเชีย +4.8% (จาก +3.8%), ออสเตรีย +3.1% (จาก +2.2%), เนเธอร์แลนด์+2.7% (จาก +2.4%) เป็นต้น ซึ่งในระยะถัดไปยังต้องติดตามพัฒนาการของสงคราม หารกลับมาเปิดช่อแคบฮอร์มุซ รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพิ่มเติม

แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงสั้นเห็นสัญญาณผ่อนคลายลงของสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน หลังสำนักข่าวทางการอิหร่านรายงานการโทรศัพท์ระหว่าง ประธานคณะมนตรียุโรป ANTONIO COSTA กับ ปธน. อิหร่าน MASOUDPEZESHKIAN โดยผู้นำอิหร่านระบุว่า “อิหร่านมีความตั้งใจที่จำเป็นจะยุติสงครามนี้” แต่ต้องมีหลักประกันเพื่อป้องกันการรุกรานซ้ำ ขณะที่ล่าสุดทรัมป์เผยว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์ข้างหน้าโดยเน้นว่าการทำข้อตกลงกับอิหร่านไม่ใช่เงื่อนไขจำเป็น และการจบสงครามสหรัฐฯ จะถอนตัวก็ต่อเมื่ออิหร่าน ไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไปทำให้ตลาดการเงินมีความคาดหวังว่าสงครามใกล้ยุติ หนุนเม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินดอลลาร์หลุด 100 และไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง โดยวานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดขึ้นแรงราว +2.5% ถึง +3.8% และเช้านี้เกาหลีใต้ +6.2%, ญี่ปุ่น +3.7% ส่วนตลาดหุ้นไทยในวันนี้ น่าจะเห็นการรีบาวด์เช่นกัน ด้านราคาน้ำมันBRENT ร่วงลงหลุด 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


REGION RADAR
FUNDAMENTAL ของกลุ่ม MEMORY ยังแข็งแกร่ง
ภาพรวมธุรกิจชิปหน่วยความจำยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในเดือน ก.พ. หนุนจากราคาขายชิป DRAMเพิ่มขึ้น 608% YOY ยอดขาย SERVER ODM (ORIGINAL DESIGN MANUFACTURER) ในไต้หวัน+84% YOY และยอดส่งออกชิป DRAM ของเกาหลีใต้ +322% YOY ซึ่งเป็นบวกต่อบริษัท MEMORYอย่าง MICRON, SK HYNIX และ SAMSUNG ELECTRIC


ราคา DRAM ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นแรงหนุนโดยรายได้จากธุรกิจ SERVER ODM ของไต้หวันเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในเดือน ก.พ. โดยเพิ่มขึ้น 7% MOM และ 84% YOY ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม MEMORYเนื่องจาก SERVER ODM มีการใช้ชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND เป็นจำนวนมาก


นอกจากนี้ ยอดส่งออกชิปหน่วยความจำ DRAM ของเกาหลีใต้ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในเดือน ก.พ. โดยมียอดส่งออกอยู่ที่ $1.2 หมื่นล้าน +35% MOM และ 322% YOY แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นใน DR:MICRON80 และ DR: ASEMI24 ซึ่งเป็น ETF ที่มีสัดส่วนการลงทุนใน SK HYNIX และ SAMSUNG สูงถึงระดับ 20%

 

MINISO ยอดขายกล่องสุ่ม ART TOY โตแข็งแกร่ง
MINISO (9896 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 6.25 พันล้านหยวน+33% YOY (สูงกว่าคาด 3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 2.8 +9% YOY (สูงกว่าคาด 35%) หนุนจากยอดขายแบรนด์ MINISO ในประเทศจีนเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากแบรนด์ใหม่อย่าง TOP TOY ที่โตแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน +112% YOY อีกทั้งบริษัทระบุว่าในปี 2026 คาดรายได้จะเติบโตในระดับ HIGHTEENS DIGIT หนุนจากการเปิดสาขาใหม่ 510-550 สาขาและคาดรายได้ในไตรมาส 1/26 จะเติบโต 25%YOY

THAI FOCUS
สถานการณ์สงครามผ่อนคลายลง ... ส่งผลต่อแต่ละสินทรัพย์อย่างไรบ้าง
เมื่อสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลางผ่อนคลายลง(รายละเอียดตามหัวข้อด้านบน) จะเกิดพฤติกรรมการย้ายเม็ดเงินลงทุน (FUND FLOW) อย่างชัดเจน โดยอ้างอิงจากข้อมูลตอนสงครามรัสเซียยูเครน(วัดหลังจากราคาน้ำมันทำจุดสูงสุด ณ 7 มี.ค.2022)
• สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวแรง (RISK-ON) : สินทรัพย์ที่เคยติดลบในช่วงสงคราม จะกลับมาให้ผลตอบแทนเป็นบวกอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซี (ETHEREUM, BITCOIN)และดัชนีหุ้นต่างประเทศ (MAG-7, สหรัฐฯ, ยุโรป, ญี่ปุ่น)
• สินทรัพย์ปลอดภัยและพลังงานปรับตัวลง : สินทรัพย์ที่เคยได้ประโยชน์จากสงคราม เช่นน้ำมันดิบ (WTI, BRENT), ทองคำ (GOLD) และแร่เงิน (SILVER) จะถูกเทขายทำกำไรและให้ผลตอบแทนติดลบ

ส่วนดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) พลิกฟื้นจากการติดลบ (-2.2%) กลับมาให้ผลตอบแทนเป็นบวก (+2.9%)โดยกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.กลุ่มการแพทย์ (HELTH) +8.5% 2.กลุ่มท่องเที่ยว (TOURISM) +6.5% 3.กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) +6.3% (สังเกตว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่โดนเทขายหนักที่สุดถึง -12.9% ในช่วงที่สงครามตึงเครียด จึงเกิดการเด้งกลับแรงที่สุดเช่นกัน) 4.กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง(CONS) +4.9% 5.กลุ่มการเงิน (FIN) +4.6% ซึ่งฝ่ายวิจัยฯมองว่าทั้ง 5 กลุ่มหุ้นดังกล่าวน่าจะOUTPERFORM SET ได้ค่อนข้างดีในช่วงเวลานี้เช่นกัน


ส่วนภาพเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไปเศรษฐกิจไทยน่าจะมีมาตรการขับเคลื่อนที่ชัดเจนขึ้น หลังมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่ โดยเมื่อ 30 มี.ค. 69 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อย คาดจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ช่วงวันที่7-9 เม.ย. 69 หลังจากนั้นรัฐบาลก็จะมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ โดยนโยบายที่จะถูกเข็นออกมาเป็นลำดับแรกๆ น่าจะเน้นไปที่ความรวดเร็วและเห็นผลทันตา (QUICK WIN) เพื่อกู้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ที่คาดว่าจะโตต่ำเพียง 1.8% เท่านั้นอาทิ คนละครึ่ง พลัส (PHASE 2), คุมราคาพลังงานไฟฟ้าไม่ให้สูงเกินไป, นโยบาย ปิดหนี้ไว ไปต่อได้PLUS, บัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) และ BOI FAST PASS (THAILAND PLUS)

SYNAPSE STRATEGY
กระแสเงินทุนต่างชาติ ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย และกลยุทธ์หุ้นปันผลสูง หลบความผันผวนสงครามตลอด 1 เดือน กดดันหุ้นโลกย่อตัวลงมา -8.4% และเป็นการปรับตัวลงทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่มพลังงานเพียงกลุ่มเดียวที่บวกได้ อย่างไรก็ตามภาพสงครามที่ตอบรับไปมาก และเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายทั้ง 2 ฝ่าย หนุนให้หลายๆ กลุ่มเริ่มรีบาวน์กลับมา

รวมถึงในเชิงกราฟดัชนี DOW JONES ลงมาลึกจน RSI เข้าเขต OVERSOLD และมีสัญญาณ BULLISHDIVERGENCE อาจเห็นการรีบาวน์สั้นๆ ได้

กลยุทธ์แนะเก็งกำไรหุ้นที่ตอบรับประเด็นสงครามไปมากลงลึกเกิน 10% ในเดือนที่ผ่านมา มีโอกาสฟื้นในช่วงนี้ได้ อย่าง กลุ่มท่องเที่ยว ERW, MINT, BH ต้นทุนพลังงาน BGRIM, GPSC, CBG, ICHI และการเงิน TIDLOR, MTC, SAWAD

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้