นักลงทุนหวั่นใจ สงครามไม่จบ เทขายสินทรัพย์เสี่ยง
HORIZON MARKET VIEW
• สหรัฐฯ – อิหร่านกินเวลามานานกว่า 1 เดือนเต็ม ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด WTI พุ่งแตะ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน BRENTวิ่งทะลุ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่พัฒนาการล่าสุด ปธน. ทรัมป์ ขู่ทำลายโรงไฟฟ้า, โรงกลั่นน้ำมัน, โครงสร้างผลิตน้ำจืด หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
• ในแง่มุมของทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ประธาน FED พาวเวล ระบุว่า เงินเฟ้อระยะยาวยังอยู่ในระดับควบคุมได้ แต่ในระยะใกล้ อาจมองข้ามความผันผวนของตลาดพลังงานและมุ่งเน้นไปการรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งคาดการณ์ของ FED WATCH TOOL คาดโอกาสที่ FED จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75%ตลอดทั้งปีนี้ แทบจะเป็น 100% สะท้อนมุมมองตลาดฯ ลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของFED พร้อมกับเห็นภาพ BOND YIELD สหรัฐฯ วานนี้ ร่วงลงราว 1.8% -2.2%
REGION RADAR
• BYD (1211 HK) งบไตรมาส 4 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยรายได้อยู่ที่ 2.37 แสนล้านหยวน -14% YOY (ต่ำกว่าคาด 3%) ขณะที่EPS อยู่ที่ 0.99 หยวน -42% YOY (ต่ำกว่าคาด 24%)แต่บริษัทได้มีการปรับเป้ายอดขายรถ EV ในตลาดต่างประเทศขึ้น 15%
• KWEICHOW MOUTAI (600519 CH) ประกาศปรับขึ้นราคาของแบรนด์FEITIAN MOUTAI (53%, 500ML รุ่นปี 2026) เพิ่มขึ้น 100 หยวนต่อขวด โดยขึ้นสู่ระดับ 1,269 หยวน +8.6% แนะนำเก็งกำไร KWEICHOWMOUTAI (600519 CH)
THAI FOCUS
• วิกฤตน้ำมันแพงทำให้ประเทศขนาดเล็ก อาทิ ไทย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชาเป็นต้น หันไปใช้มาตรการฉุกเฉิน ทั้งการจำกัดพลังงาน ลดเวลาทำงานคุมอุปสงค์ แทนการใช้คลังสำรองและงบประมาณรับแรงกระแทก
• อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไปเศรษฐกิจไทยน่าจะมีแรงกระตุ้นเข้ามาเพิ่มเติม หลังรัฐบาลชุดใหม่สามารถจัดตั้งได้อย่างราบรื่น โดยล่าสุดนายกฯ นำชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯ แล้ว คาดเตรียมแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย. 69 และการประชุม ครม. นัดแรก น่าจะเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือน เม.ย.69
SYNAPSE STRATEGY เปรียบเทียบ REAL YIELD ประเทศต่างๆ
• ตลาดหุ้นไทยแม้มีแรงขายทำกำไรระยะสั้นในเดือนนี้ แต่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี (YTD) ยังเป็นบวกแข็งแกร่งกว่าเพื่อนบ้าน (+762.5 ล้านเหรียญฯ) ตามอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงสูงกว่าประเทศอื่นๆ(BOND YIELD หักเงินเฟ้อ) ส่วน TRAILING P/E อยู่ที่15.0 เท่า
• กลยุทธ์เน้นหุ้นพื้นฐานดีที่มีESG RATING ระดับ AA-AAA และปันผลสูง ได้แก่ KBANK, KTB, BBL, GUNKUL, BGRIM, GULF,ICHI, CBG, CPF, NER, PTT, OR เป็นต้น
HORIZON MARKET VIEW
วิกฤตน้ำมันแพงยังแรงไม่หยุด
สหรัฐฯ – อิหร่านกินเวลามานานกว่า 1 เดือนเต็ม ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักให้ราคาน้ำมับดิบโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่องโดยล่าสุด WTI พุ่งแตะ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน BRENTวิ่งทะลุ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่พัฒนาการล่าสุด ปธน. ทรัมป์ ขู่ทำลาย โรงไฟฟ้า, โรงกลั่นน้ำมัน, โครงสร้างผลิตน้ำจืด หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซในแง่มุมของทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ประธาน FED พาวเวล ระบุว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวยังอยู่ในระดับควบคุมได้แต่ในระยะใกล้อาจมองข้ามความผันผวนของตลาดพลังงาน และมุ่งเน้นไปที่การรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งคาดการณ์ของ FEDWATCH TOOL คาดโอกาสที่FED จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตลอดทั้งปีนี้ แทบจะเป็น 100% สะท้อนมุมองตลาดฯ ลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FEDพร้อมกับเห็นภาพ BOND YIELD สหรัฐฯ วานนี้ ร่วงลงราว 1.8% -2.2%
ผลกระทบจาราคาน้ำมันพุ่งสูง เสี่ยงทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงในเดือน มี.ค. 69 โดยคือเย็นวันนี้เวลา16.00 น. มีรายงานเงินเฟ้อยุโรป โดย CONSENSUS คาดขยายตัว 2.6%YOY พุ่งขึ้นสูงกว่าเดือนก่อนที่ 1.9%
REGION RADAR
BYD งบต่ำคาด แต่แนวโน้มยอดขายต่างประเทศแข็งแกร่ง
BYD (1211 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยรายได้อยู่ที่ 2.37 แสนล้านหยวน -14% YOY (ต่ำกว่าคาด 3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.99 หยวน -42% YOY (ต่ำกว่าคาด 24%) โดยได้รับแรงกดดันจากส่วนลดให้ดีลเลอร์มากกว่าคาดและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX)
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 17.4% (ตลาดคาดที่ 18.2%) อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุในการประชุมนักวิเคราะห์ถึงแนวโน้มยอดส่งออกรถยนต์ในปีนี้มีแนวโน้มจะสูงกว่าเป้าหมายเดิมประมาณ 15%โดยได้แรงหนุนจากความสำเร็จในการไปขยายช่องทางการขายในต่างประเทศท่ามกลางยอดขายในประเทศที่ชะลอตัวลง ฝ่ายบริหารระบุว่าปีนี้คาดยอดส่งออกจะอยู่ที่ระดับ 1.5 ล้านคัน (จากต้นปีคาดที่ระดับ 1.3 ล้านคัน)
KWEICHOW MOUTAI ประกาศปรับราคาสินค้าขึ้นในรอบ 3 ปี
KWEICHOW MOUTAI (600519 CH) ประกาศปรับขึ้นราคา ของ FEITIAN MOUTAI (53%, 500ML รุ่นปี 2026) เพิ่มขึ้น 100 หยวนต่อขวด โดยขึ้นสู่ระดับ 1,269 หยวน (จากเดิม 1169 หยวน) +8.6% สำหรับช่องทาง WHOLESALE และในส่วนของช่องทางขายปลีกปรับเพิ่มขึ้น 3% สู่ระดับ 1539 หยวน (จากเดิม1499 หยวน) อีกทั้งจากข้อมูลการปรับขึ้นราคาในอดีตของ KWEICHOW MOUTAI พบว่าในปีที่บริษัทปรับราคาสินค้าขึ้น รายได้และกำไรมีแนวโน้มเติบโตทุกปี และในช่วง 1 สัปดาห์หลังจากที่บริษัทประกาศปรับราคาสินค้าขึ้น ราคาหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว +6%
THAI FOCUS
คาดหวังรัฐบาลชุดใหม่ ช่วยบรรเทาผลกระทบวิกฤตน้ำมันแพง
การที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยเอเชียเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด เนื่องจากเป็นผู้บริโภคน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางรายใหญ่ที่สุดของโลกขณะที่ประเทศขนาดเล็ก อาทิ ไทย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา เป็นต้น หันไปใช้มาตรการฉุกเฉิน ทั้งการจำกัดพลังงาน ลดเวลาทำงานคุมอุปสงค์แทนการใช้คลังสำรองและงบประมาณรับแรงกระแทก
อย่างไรก็ตามในระยะถัดไปเศรษฐกิจไทยน่าจะมีแรงกระตุ้นเข้ามาเพิ่มเติม หลังรัฐบาลชุดใหม่สามารถจัดตั้งได้อย่างราบรื่น โดยล่าสุดนายกฯ นำชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯ แล้ว คาดเตรียมแถลงนโยบาย 7-9เม.ย. 69และการประชุม ครม. นัดแรก น่าจะเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือน เม.ย.69โดยนโยบายที่จะถูกเข็นออกมาเป็นลำดับแรกๆเน้นไปที่ความรวดเร็วและเห็นผลทันตา (QUICK WIN) เพื่อกู้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ที่คาดว่าจะโตต่ำเพียง 1.8% เท่านั้น อาทิ คนละครึ่ง พลัส (PHASE 2),นโยบาย ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ PLUS, บัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) และ BOI FAST PASS (THAILANDPLUS)
SYNAPSE STRATEGY
กระแสเงินทุนต่างชาติ ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย และกลยุทธ์หุ้นปันผลสูง หลบความผันผวน
กระแสเงินทุนต่างชาติ (FUND FLOW) ในภูมิภาคเอเชียมีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทย พบว่ามีแรงขายทำกำไรในระยะสั้นบ้างราว 1.12 พันล้านเหรียญฯ(MTD)แต่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี (YTD) จะยังคงเป็นบวกที่ 762.5 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นประเทศเพื่อนบ้านส่วนตลาดตราสารหนี้ไทยมีเม็ดเงินต่างชาติไหลออกสุทธิ3 วันต่อเนื่อง ตามความกังวลทิศทางเงินเฟ้อเป็นขาขึ้น จึงทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีล่าสุดอยู่ที่ 2.27%หากเปรียบเทียบมูลค่า MARKET CAP SET กับมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ไทยตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงเดือนมี.ค.26 พบว่า สัดส่วนมูลค่าของตลาดหุ้นเมื่อเทียบกับมูลค่ารวมทั้งหมดมีแนวโน้มฟื้นตัวและเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 43.9% ในเดือนมิ.ย.25 ขึ้นมาทะลุระดับ 50% ได้ตั้งแต่ต้นปี2026 (ล่าสุดอยู่ที่ 50.2% ในเดือนมี.ค.26) สะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินเริ่มไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นในประเทศไทย ที่เป็นแบบนั้น เพราะว่าความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดโลก ประเทศไทยถือว่ามีความน่าสนใจในแง่ของอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (REAL YIELD) ซึ่งคำนวณจาก BOND YIELD 10 ปี หักลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ (CPI YOY) โดยไทยมี REAL YIELD อยู่ที่ประมาณ 3.2% และมีค่า P/E ของตลาดอยู่ที่15.0 เท่า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าดึงดูดเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ (S&P500 และNASDAQ) ที่มี REAL YIELD ที่ต่ำกว่า ปัจจัยนี้ทำให้ไทยยังคงเป็นหลุมหลบภัยทางสถิติที่ให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อได้ดีในภูมิภาค
ปัจจัยภายนอกที่ยังคาดเดาได้ยากและ FUND FLOW ที่ยังผันผวน กลยุทธ์ที่เหมาะสมในขณะนี้คือ การเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีการประเมิน ESG ในระดับสูง (AA ถึง AAA) และคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (DIVIDEND YIELD) ในระดับสูง ได้แก่
หุ้นรับ THEME HIGHER FOR LONGER (กลุ่มธนาคาร) : ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยที่ยังทรงตัว
ระดับสูง แนะนำ KBANK, KTB, BBL
หุ้นกลุ่มเปลี่ยนผ่านพลังงาน (ENERGY TRANSITION) : แนะนำ GUNKUL
หุ้นรับ THEME HIGH SEASON (กลุ่มพลังงานและเครื่องดื่ม) : แนะนำ BGRIM, GULF, ICHI, CBG
หุ้น COMMODITY PLAY (กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์) : แนะนำ CPF, NER, PTT, OR
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์