Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ลิเบอเรเตอร์ : ITC แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 18.80 บาท

58


Equality for All
ITC : บมจ.ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น

1Q26 คาดกำไร 810 ลบ. +20% y-y +2% q-q จากยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าเป้า : แนวโน้ม 1Q26 คาดยอดขายโตมากกว่าเป้าปีที่ให้ไว้ 9-12% y-y โดยเราคาดยอดขาย 5,098 ลบ. โต 20% y-y จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่, สินค้าใหม่ที่ทยอยขายในช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัว y-y ที่ 24.2% จากสัดส่วนยอดขาย premium ใกล้เคียง y-y ที่ 48.7% แต่ลดลง q-q โดย 4Q25 สัดส่วนการขายกลุ่ม premium สูงถึง 50.9% แต่คาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงเหลือ 10% จากค่าใช้จ่าย Transformation cost ที่ลดลง y-y แต่คาดจะมีอัตราภาษีจ่ายเพิ่มขึ้น
คาดกำไรปกติ 795 ลบ. +14% y-y แต่ -4% q-q แต่คาดมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเงินบาทแข็งค่าราว 15 ลบ. ทำให้มีกำไรสุทธิ 810 ลบ. +20% y-y +2% q-q
ปัญหาตะวันออกกลางจะเริ่มส่งผลกระทบปลาย 2Q26 แต่จะมีปรับราคาขายเพิ่มขึ้นชดเชย : ผบห. ชี้แจงว่าปัญหาในตะวันออกลางจะเริ่มส่งผลกระทบปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไปจากวัตถุดิบที่มีใช้ราว 3 เดือนทยอยหมดลง อย่างไรก็ตาม บ. อยู่ระหว่างเจรจาปรับราคาขายขึ้นกับลูกค้าซึ่งจากเหตุการณ์ปัจจุบัน คาดการปรับขึ้นราคาทำได้ไม่ยากจากเหตุสุดวิสัยที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยโครงสร้างต้นทุนของบ. ประกอบด้วยวัตถุดิบ 1/3 บรรจุภัณฑ์ 1/3 ซึ่งในส่วนนี้ 2/3 ของบรรจุภัณฑ์จะเกี่ยวข้องกับพลาสติก และส่วนที่เหลือคือกระป๋อง และค่าแรง 1/3 เราคาดว่าหากทั้งบรรจุภัณฑ์และพลังงานปรับขึ้น 10% จะส่งผลกระทบต่อกำไร 12% หากยังไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันที

คาดปี 2026 กลับมาเติบโต y-y : สำหรับปี 2026 ผบห. ตั้งเป้ายอดขายสกุลเงินบาทโต 8-11% y-y อัตรากำไรขั้นต้น 23-25% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขาย 9-10% งบลงทุน 1 พันลบ.
ซึ่งหากเทียบกับประมาณการของเราที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้าไม่ต่างกันมาก โดยปีนี้บ. เน้นการขยายตัวของยอดขายซึ่งการได้มาของคำสั่งซื้ออาจต้องลดราคาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นอาจต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่ 25.1% แม้ว่าปีนี้บ. ไม่มีค่าใช้จ่ายสนับสนุน tariff กับลูกค้าในสหรัฐตั้งแต่ 1Q26 ก็ตาม
เราคาดยอดขาย 19,437 ลบ. +7% y-y มาจากการได้คำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ที่ส่วนใหญ่จะได้มาเพิ่มใน 2H25 และกลุ่ม private label รายใหญ่ที่เข้ามาในช่วงปลายปี 2025 ปีที่ผ่านมามีลูกค้าใหม่ 42 ราย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25% แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายสนับสนุนเรื่องภาษีนำเข้าในสหรัฐแล้วก็ตามแต่คาดจะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ามาแทน แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารคาดยังมีสัดส่วนใกล้เคียง y-y เนื่องจากยังมี transformation cost รวมอยู่ คาดกำไรสุทธิ 3,140 ลบ. +5% y-y

 


น่าสนใจมากขึ้น
“ จากแนวโน้ม 1Q26 ที่จะกลับมาเติบโตแรงทั้งยอดขายและกำไรที่จะดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ปัญหาในตะวันออกกลางคาดจะเริ่มส่งผลกระทบปลาย 2Q26 แต่จะสามารถปรับราคาขายขึ้นสะท้อนต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น ประกอบกับแนวโน้มเงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง
เราชอบมากขึ้นจากราคาหุ้นปัจจุบันกลับมาซื้อขายบน P/E26E เพียง 14.4x สะท้อนปัจจัยลบที่เกิดขึ้นไปแล้ว เรากลับมาแนะนำ “ซื้อ” อีกครั้ง “

 

 

นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้