30 มี.ค. 2569 09:02:11 58
Equality for AllITC : บมจ.ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น 1Q26 คาดกำไร 810 ลบ. +20% y-y +2% q-q จากยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าเป้า : แนวโน้ม 1Q26 คาดยอดขายโตมากกว่าเป้าปีที่ให้ไว้ 9-12% y-y โดยเราคาดยอดขาย 5,098 ลบ. โต 20% y-y จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่, สินค้าใหม่ที่ทยอยขายในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัว y-y ที่ 24.2% จากสัดส่วนยอดขาย premium ใกล้เคียง y-y ที่ 48.7% แต่ลดลง q-q โดย 4Q25 สัดส่วนการขายกลุ่ม premium สูงถึง 50.9% แต่คาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงเหลือ 10% จากค่าใช้จ่าย Transformation cost ที่ลดลง y-y แต่คาดจะมีอัตราภาษีจ่ายเพิ่มขึ้น คาดกำไรปกติ 795 ลบ. +14% y-y แต่ -4% q-q แต่คาดมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเงินบาทแข็งค่าราว 15 ลบ. ทำให้มีกำไรสุทธิ 810 ลบ. +20% y-y +2% q-qปัญหาตะวันออกกลางจะเริ่มส่งผลกระทบปลาย 2Q26 แต่จะมีปรับราคาขายเพิ่มขึ้นชดเชย : ผบห. ชี้แจงว่าปัญหาในตะวันออกลางจะเริ่มส่งผลกระทบปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไปจากวัตถุดิบที่มีใช้ราว 3 เดือนทยอยหมดลง อย่างไรก็ตาม บ. อยู่ระหว่างเจรจาปรับราคาขายขึ้นกับลูกค้าซึ่งจากเหตุการณ์ปัจจุบัน คาดการปรับขึ้นราคาทำได้ไม่ยากจากเหตุสุดวิสัยที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยโครงสร้างต้นทุนของบ. ประกอบด้วยวัตถุดิบ 1/3 บรรจุภัณฑ์ 1/3 ซึ่งในส่วนนี้ 2/3 ของบรรจุภัณฑ์จะเกี่ยวข้องกับพลาสติก และส่วนที่เหลือคือกระป๋อง และค่าแรง 1/3 เราคาดว่าหากทั้งบรรจุภัณฑ์และพลังงานปรับขึ้น 10% จะส่งผลกระทบต่อกำไร 12% หากยังไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันที
คาดปี 2026 กลับมาเติบโต y-y : สำหรับปี 2026 ผบห. ตั้งเป้ายอดขายสกุลเงินบาทโต 8-11% y-y อัตรากำไรขั้นต้น 23-25% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขาย 9-10% งบลงทุน 1 พันลบ. ซึ่งหากเทียบกับประมาณการของเราที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้าไม่ต่างกันมาก โดยปีนี้บ. เน้นการขยายตัวของยอดขายซึ่งการได้มาของคำสั่งซื้ออาจต้องลดราคาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นอาจต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่ 25.1% แม้ว่าปีนี้บ. ไม่มีค่าใช้จ่ายสนับสนุน tariff กับลูกค้าในสหรัฐตั้งแต่ 1Q26 ก็ตามเราคาดยอดขาย 19,437 ลบ. +7% y-y มาจากการได้คำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ที่ส่วนใหญ่จะได้มาเพิ่มใน 2H25 และกลุ่ม private label รายใหญ่ที่เข้ามาในช่วงปลายปี 2025 ปีที่ผ่านมามีลูกค้าใหม่ 42 ราย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25% แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายสนับสนุนเรื่องภาษีนำเข้าในสหรัฐแล้วก็ตามแต่คาดจะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ามาแทน แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารคาดยังมีสัดส่วนใกล้เคียง y-y เนื่องจากยังมี transformation cost รวมอยู่ คาดกำไรสุทธิ 3,140 ลบ. +5% y-y
น่าสนใจมากขึ้น “ จากแนวโน้ม 1Q26 ที่จะกลับมาเติบโตแรงทั้งยอดขายและกำไรที่จะดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ปัญหาในตะวันออกกลางคาดจะเริ่มส่งผลกระทบปลาย 2Q26 แต่จะสามารถปรับราคาขายขึ้นสะท้อนต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น ประกอบกับแนวโน้มเงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งเราชอบมากขึ้นจากราคาหุ้นปัจจุบันกลับมาซื้อขายบน P/E26E เพียง 14.4x สะท้อนปัจจัยลบที่เกิดขึ้นไปแล้ว เรากลับมาแนะนำ “ซื้อ” อีกครั้ง “
นารี อภิเศวตกานต์นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971naree.a@liberator.co.th
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ ตลาดหุ้นไทย อยู่ในอาการพักตัว ปรับฐาน ตามตลาดต่างประเทศ....
NAM ปลื้ม "เซอร์วิโซฯ" ร่วมกับ "รพ.พริ้นซ์ มุกดาหาร" คว้า CSSA Gold Awards 2026 ตอกย้ำมาตรฐานงานปราศจากเชื้อ!
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์