Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

89

 


สงครามยังอยู่แต่ความผันผวนตลาดหุ้นลดลง


HORIZON MARKET VIEW
• สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 26 ดูมีความพยายามมากขึ้นในการเจรจาทางการทูต โดยแผนของสหรัฐฯ กำหนดให้อิหร่านต้องรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์หลักและลดขีดความสามารถของขีปนาวุธให้ใช้เฉพาะเพื่อการป้องกันตัวเท่านั้น ส่วนอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการยุติสงคราม และยื่นเงื่อนไขใหม่ (เรียกค่าชดเชยและต้องการคุม HORMUZ)
• ในแง่มุมของตลาดหุ้นโลก ดูเต็มไปด้วยความหวังสงครามผ่อนคลาย แม้ข้อเท็จจริงจะยังไม่ชัด หนุนให้ตลาดหุ้นวานนี้ สหรัฐฯ +0.5% ถึง +0.8%, ยุโรป +1.2% ถึง +1.4%, ไทย+3.4%, ญี่ปุ่น +2.9% เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาว่าจะการยกระดับความรุนแรงทางทหารมากขึ้นหรือไม่? หลังกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีแผนส่งทหารจากกองพลร่มที่ 82 ราว 4,000 นาย ไปยังตะวันออกกลาง (เสริมที่มีอยู่เดิมราว 50,000 นาย)


REGION RADAR
• FIFA WORLD CUP 2026 โดยการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน -19 กรกฎาคม โดยมีประเทศสหรัฐฯเม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
• กลุ่มเครื่องดื่มเบียร์เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ปกติแล้วการแข่งขันฟุตบอลโลกมักจะหนุนปริมาณการบริโภคเบียร์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ แนะนำเก็งกำไร ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABI BB

 

THAI FOCUS

• ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากภาวะสงคราม ทำให้กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด (ดีเซล/เบนซิน) 6 บาท/ลิตร มีผลทันทีเนื่องด้วยกองทุนน้ำมันฯติดลบสะสมกว่า 35,000 ล้านบาท ดีต่อหุ้น PTG OR
• ส่วนค่าไฟงวดใหม่ พ.ค. - ส.ค.69 คาดอยู่ในกรอบ 3.95 –4.59 บาทต่อหน่วย รอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เคาะราคาสุดท้าย
• สภาพัฒน์ฯ ประเมินว่าทุกๆ 1 บาทที่ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น จะฉุดGDP ลดลง 0.02% มองตอนนี้เสี่ยงเกิด STAGFLATION (ของแพงแต่เศรษฐกิจฝืด) เงินเฟ้ออาจพุ่งจากติดลบมาสู่ระดับ 2%

 

SYNAPSE STRATEGY
• แม้อิหร่านจะปฎิเสธเงื่อนไข 15 ข้อจากสหรัฐ แต่ถือว่าเห็นกระบวนเดินหน้าหาข้อยุติสงครามเพิ่มขึ้นมาอีกก้าว หนุนตลาดหุ้นทยอยฟื้น ด้วยแรงซื้อต่างชาติวานนี้หนาแน่นขึ้น 4.8 พันล้านบาท
• สำหรับกลยุทธ์วันนี้ แนะนำ หุ้น HIGH SEASON หน้าร้อน ที่ย่อตัวลงมาลึกน่าเข้าสะสม โรงไฟฟ้า GULF, BGRIM, GPSC สถานที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องดื่ม CPN, HMPRO, CBG, OSP, ICHI

HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นเล่นกับความหวังหยุดยิง แม้ข้อเท็จจริงยังไม่ชัด
สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 26 ดูมีความพยายามมากขึ้นในการเจรจาทางการทูต โดยแผนของสหรัฐฯ กำหนดให้อิหร่านต้องรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์หลัก และลดขีดความสามารถของขีปนาวุธให้ใช้เฉพาะเพื่อการป้องกันตัวเท่านั้น ส่วนอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการยุติสงคราม และยื่นเงื่อนไขใหม่ (เรียกค่าชดเชยและ ต้องการคุม HORMUZ)ในแง่มุมของตลาดหุ้นโลก ดูเต็มไปด้วยความหวังสงครามผ่อนคลาย แม้ข้อเท็จจริงจะยังไม่ชัด หนุนให้ตลาดหุ้นวานนี้ สหรัฐฯ +0.5% ถึง +0.8%, ยุโรป +1.2% ถึง +1.4%, ไทย +3.4%, ญี่ปุ่น +2.9% เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาว่าจะการยกระดับความรุนแรงทางทหารมากขึ้นหรือไม่? หลังกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีแผนส่งทหารจากกองพลร่มที่ 82 ราว4,000 นาย ไปยังตะวันออกกลาง เสริมกำลังทหารสหรัฐฯ ที่มีอยู่เดิมราว 50,000นาย

นอกจากนี้ ระยะถัดไปยังต้องจับตาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งจะมาพร้อมกับความกังวล RECESSION และกดดันตลาดหุ้น โดย GOLDMAN SACHS ระบุว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยใน 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 30% (เดิม 25%) จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น


REGION RADAR
FIFA WORLD CUP 2026 หุ้นกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์
เหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์จะเริ่มเข้าสู่การแข่งขัน FIFA WORLD CUP 2026 โดยการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน -19 กรกฎาคม โดยมีประเทศสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยจำนวนการแข่งขันทั้งหมด 104 นัด(จากปกติ 64 นัด) ในส่วนของการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพทั้งหมด 78 นัด ขณะที่เม็กซิโกและแคนาดาจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพประเทศละ 13 นัด

กลุ่มเครื่องดื่มเบียร์เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ปกติแล้วการแข่งขันฟุตบอลโลกในช่วงที่ผ่านมามักจะหนุนปริมาณการบริโภคเบียร์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญจากสถิติในอดีตที่ผ่านมาตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 7 ครั้งที่ผ่านมา ฝรั่งเศส (1998) เกาหลีใต้และญี่ปุ่น (2002) เยอรมนี (2006) แอฟริกาใต้ (2010) บราซิล (2014) รัสเซีย (2018) และกาตาร์ (2022) พบว่าในปีที่มีการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกปริมาณการขายเบียร์จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 3%


ANHEUSER-BUSCH หุ้นเบียร์เบอร์ 1 ของโลก
หุ้นกลุ่มเบียร์เราชื่นชอบ ได้แก่ ANHEUSER-BUSCH INBEV SA/NV (ABI BB) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพอร์ตแบรนด์ระดับโลก อาทิ BUDWEISER, CORONA, STELLA ARTOIS และMICHELOB ULTRA ครอบคลุมทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก จุดแข็งของบริษัทคือขนาดธุรกิจที่ใหญ่มาก เครือข่ายจัดจำหน่ายแข็งแกร่ง และพอร์ตแบรนด์ที่หลากหลายตั้งแต่ MASS ถึงPREMIUM

ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABI BR) ยังมี MARKET SHARE ของเบียร์ในสหรัฐฯ เป็นเบอร์ 1 ในปริมาณการขายกว่า 36%


THAI FOCUS
น้ำมันพุ่ง-ค่าไฟจ่อขยับ กับโจทย์ที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไข
มติล่าสุดจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุด เมื่อมีการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด (ทั้งดีเซลและเบนซิน) ถึง 6 บาทต่อลิตร โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่26 มีนาคม 2026 สาเหตุหลักเกิดจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้านี้ทำให้กองทุนน้ำมันต้องแบกรับภาระจนติดลบสะสมกว่า 35,000 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาได้อีก และต้องยอมปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนจริงขึ้นเรื่อยๆเพื่อรักษาสภาพคล่องอีกมุมหนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดเผยทางเลือก 3 แนวทางสำหรับค่าไฟฟ้างวดเดือนพ.ค.-ส.ค.69 โดยมีเพดานราคาสูงสุดอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย ซึ่งปัจจัยกดดันมาจากเหตุผลเดียวกัน คือ ผลกระทบของสงคราม ซึ่ง กกพ. ได้เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งกรอบราคาที่วางไว้3.95 – 4.59 บาทต่อหน่วย ซึ่งต้องติดตามว่าสุดท้ายแล้วค่าไฟจะอยู่ที่เท่าไหร่

 

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์) ระบุว่า ทุกๆ 1 บาทที่ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น จะฉุด GDP ของไทยให้ลดลงถึง0.02% และได้ประเมินความเสี่ยงในไทยไว้ 3 ระดับ
• กรณีฐาน (BASE CASE) ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 85 เหรียญฯ/บาร์เรล ผลกระทบต่อเงินเฟ้อไทยราว 1%
• กรณีเสี่ยง (RISK CASE) ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 95-105 เหรียญฯ/บาร์เรลราว ผลกระทบต่อเงินเฟ้อไทย 1.9% เสี่ยงเกิดภาวะ STAGFLATION
• กรณีเลวร้าย (WORST CASE) ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย ทะลุ 120 เหรียญฯ/บาร์เรล ผลกระทบต่อเงินเฟ้อไทย สูงเกิน 1-3% เสี่ยงเกิดภาวะ RECESSION (เศรษฐกิจถดถอย)

ส่วนผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนในมุมรายอุตสาหกรรม มีรายละเอียด ดังนี้ (PART 1)

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง : ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนก่อสร้าง แม้ว่าการใช้น้ำมันดีเซลในงานก่อสร้างทั่วไปจะมีสัดส่วนต่ำมาก ไม่ถึง 1% ของต้นทุนทั้งหมด ยกเว้นงานเสาเข็มที่จะมีสัดส่วนของต้นทุนน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 6% ของต้นทุนก่อสร้าง แต่จะส่งผลทางอ้อมต่อราคาวัสดุหลักเช่น ปูนซีเมนต์ คอนกรีต และเหล็กเส้น ซึ่งรวมกันคิดเป็น 30–40% ของต้นทุนโครงการ โดยค่าขนส่งและต้นทุนพลังงานในการผลิตวัสดุก่อสร้างมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน สำหรับบริษัทรับเหมาฯ ที่รับงานโครงการภาครัฐจะได้รับการชดเชยผ่าน “ค่า K” ที่ปรับตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง แต่ผู้รับเหมาในงานภาคเอกชนต้องแบกรับต้นทุนเอง ทำให้หลายบริษัทเลือกกระจายความเสี่ยงด้วยการส่งงานต่อผู้รับเหมาช่วงเพื่อจัดการต้นทุนเฉพาะหน้า

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลต่อธุรกิจวัสดุก่อสร้างเป็นหลักผ่านต้นทุนด้านการขนส่ง ทั้งในส่วนของการขนส่งวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต และการกระจายสินค้าไปยังจุดขายต่าง ๆเนื่องจากพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตส่วนใหญ่เป็นถ่านหิน ชีวมวล (BIOMASS) และก๊าซธรรมชาติซึ่งไม่ได้ผันแปรตามราคาน้ำมันดีเซลโดยตรง สำหรับบริษัทปูนซีเมนต์ แม้จะมีการกำหนดราคาขายหน้าโรงงานอย่างชัดเจน แต่ในกรณีที่มีการจัดส่งสินค้าถึงปลายทางของลูกค้า บริษัทจะคิดค่าขนส่งแยกต่างหาก โดยปรับตามต้นทุนราคาน้ำมันตามเงื่อนไขที่กำหนด

กลุ่ม รพ. : กระทบจำกัด เเม้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจะทำให้ 1)ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งมีสัดส่วน 20–25%ของต้นทุน รพ. เพิ่มสูงขึ้น แต่กว่า 80–90% ถูกล็อกผ่านสัญญารายปี รวมถึงการกระจาย SUPPLIERและการเพิ่มสต็อกเป็น 60–90 วัน ช่วยลดความผันผวนระยะสั้นได้ 2)ค่าไฟฟ้าและสาธารณูปโภค แม้ใช้


พลังงานต่อเนื่อง 24 ชม. แต่คิดเป็นเพียง ~2% ของรายได้ สามารถชดเชยด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้านอื่นๆเเทน เช่น การชะลอ ROADSHOW ในต่างประเทศ เเละ 3)อุปสงค์การรักษาพยาบาล แม้อาจมีผลเชิงจิตวิทยาต่อค่าครองชีพและการเดินทาง แต่โอกาสกระทบจำกัด เนื่องจากบริการแพทย์เป็นอุปสงค์ไม่ยืดหยุ่น (INELASTIC DEMAND) โดยเฉพาะโรคเฉียบพลันและเรื้อรังที่ไม่สามารถเลื่อนการรักษาได้

กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่ง : ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น จะได้รับผลกระทบจาก 1) ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น, 2) ค่าไฟที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในค่าสาธารณูปโภค โดยในกลุ่มผู้ขายสินค้าอุปโภค บริโภค (BJC, CPALL,CPAXT, CRC) มีค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค 2% - 9% โดย CPALL ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากสุดในกลุ่มตามสาขาที่มีอยู่มากสุดราว 1.6 หมื่นสาขาทั่วประเทศ และ 3) กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง

SYNAPSE STRATEGY
หาหุ้นดับสงคราม และอากาศร้อน
แม้อิหร่านจะปฎิเสธเงื่อนไข 15 ข้อจากสหรัฐ แต่ถือว่าเห็นกระบวนเดินหน้าหาข้อยุติสงครามเพิ่มขึ้นมาอีกก้าว หนุนตลาดหุ้นทยอยฟื้น ด้วยแรงซื้อต่างชาติวานนี้หนาแน่นขึ้น 4.8 พันล้านบาท และเป็นการซื้อสุทธิสะสม 4 ใน 5 วันที่ผ่านมา


ส่วนหุ้นอีก 1 ธีมที่น่าสนใจ คือ หุ้น HIGH SEASON ช่วงหน้าร้อน เนื่องจากปีนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากลานีญาสู่เอลนีโญ ทำให้อากาศมีโอกาสอบอ้าวขึ้นกว่าปีก่อน และจากการพยากรณ์จาก ASMC คาดว่าอากาศในช่วง มี.ค. – พ.ค. 26 ร้อนขึ้นกว่าค่าปกติมาก อีกทั้งบทวิจัยฯ ยังบอกว่าผู้คนมักจะกระหายน้ำขึ้นราว 2.1% ทุกๆ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นมา 1 องศาเซลเซียส


ดังนั้นกลยุทธ์ช่วงนี้ แนะนำทยอยสะสม หุ้น HIGH SEASON หน้าร้อน ที่ย่อตัวลงมาลึก อย่าง กลุ่มโรงไฟฟ้า GULF, BGRIM, GPSC กลุ่มสถานที่ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องดื่ม CPN, HMPRO,CBG, OSP, ICHI

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

SCC-TOP ค้ำ SET By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ ตลาดหุ้นไทย อยู่ในอาการพักตัว ปรับฐาน ตามตลาดต่างประเทศ....

NAM ปลื้ม "เซอร์วิโซฯ" ร่วมกับ "รพ.พริ้นซ์ มุกดาหาร" คว้า CSSA Gold Awards 2026 ตอกย้ำมาตรฐานงานปราศจากเชื้อ!

NAM ปลื้ม "เซอร์วิโซฯ" ร่วมกับ "รพ.พริ้นซ์ มุกดาหาร" คว้า CSSA Gold Awards 2026 ตอกย้ำมาตรฐานงานปราศจากเชื้อ!

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้