Market Wrap-Up
- SET วันที่ 20 มี.ค.69 ปิด +15.54 จุด อยู่ที่ 1,432.99 จุด มูลค่าการซื้อขาย 68,604 ลบ.ลบ.พอร์ตโบรกซื้อ 303 ลบ. สถาบันซื้อ 55 ลบ. ต่างชาติซื้อ 899 ลบ.และรายย่อยขาย 1,257 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 2,256 ลบ.มียอดซื้อ IRPC,CPF,THAI,TOP,PTTEP และขาย TRUE,ADVANC,DELTA,PTT,BH มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,123 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,META01,EGCO โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 3,934 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 11,819 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,459 ลบ
Market View
- DJIA -0.96%, S&P500 -1.51%, Nasdaq -2.01% นำโดยกลุ่มสาธารณูปโภค -4.1%, อสังหา -1% ขณะที่กลุ่มการเงิน +0.19% สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -2.1%, S&P500 -1.5%, Nasdaq -2.0% WoW ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นอยู่ที่ $98/บาร์เรล หลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตี Ras Laffan ของกาตาร์ที่เป็นแหล่งส่งออกก๊าซ LNG สำคัญ ขณะที่เฟดมีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% กอปรกับ ปธ.เฟดยังไม่แน่ใจผลกระทบจากราคาพลังงานต่อเงินเฟ้อของสหรัฐ ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้เฟดต้องรอจนถึงช่วงหลังกลางปีหน้าจึงจะสามารถลดดอกเบี้ย จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.39% และ Nasdaq -10% จากจุดสูงสุดในปีนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้เข้าสู่ช่วงปรับฐาน สัปดาห์นี้ติดตาม US PMI ภาคผลิต & บริการ มี.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ มี.ค.
- Stoxx600 ยุโรป -78% และ -3.8% WoW จากแรงขายกลุ่มกลาโหม -3.2%, สาธารณูปโภค -2.7%, การเงิน & พลังงาน -2% หลังอิหร่านตอบโต้สหรัฐ & ชาติพันธมิตรด้วยการโจมตีแหล่งพลังงานหลายแห่งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ Brent ปรับขึ้นอยู่ที่ $112/บาร์เรล ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อของยุโรปปรับสูงขึ้น โดย LSEG ชี้มีโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ แม้ว่าผลการประชุม ECB ล่าสุดจะยังคงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 2.0% สัปดาห์นี้ติดตาม PMI ภาคการผลิต & บริการของยูโรโซนและอังกฤษ มี.ค., CPI, PPI, ยอดค้าปลีกอังกฤษ ก.พ.
- MSCI Asia Pacific X Japan -0.2% WoW โดยนิเกอิ -0.8% WoW ถูกกดดันจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งญี่ปุ่นต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วน 90% ของความต้องการใช้ในประเทศ ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ +5.3% WoW ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป กอปรกับสหรัฐยกเลิก ม.คว่ำบาตรชั่วคราวต่อเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่อยู่ในทะเล ซึ่งมีน้ำมันอยู่ราว 140 ล.บาร์เรล เพื่อช่วยลดภาวะอุปทานขาดแคลน ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -3.3% WoW จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีน และกังวลภาวะเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น หากสถานกาณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ สัปดาห์นี้ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการญี่ปุ่น, จีน มี.ค.,CPI ญี่ปุ่น มี.ค., กำไรภาคอุต ฯ จีน ม.ค.–ก.พ.
- SET -1.68% WoW ปริมาณการซื้อขาย/เฉลี่ย 4 หมื่น ลบ. -8.9% WoW ต่างชาติขาย 3,216 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 430 ลบ. สถาบันซื้อ 418 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,228 ลบ. WoW โดยดัขนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มไฟแนนท์ -3.9%, ท่องเที่ยว -2.8%, ค้าปลีก -2.7% และรับเหมาก่อสร้าง -2.2% WoW ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น หลังอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี คือ ปิโตรเคมี +14.7% WoW นำโดย PTTGC,IRPC หลังราคาสเปรด HDPE, PP, ABS ปรับสูงขึ้น หลังอิหร่านโจมตี Ras Laffan ที่เป็นแหล่งส่งออกก๊าซ LNG ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปิโตรเคมี ส่วน IVL ก็ได้ปัจจัยหนุนจากสเปรด PET +40% WoW โดยภาพรวมดัชนี SET ถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งสภาพัฒน์คาดหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเกิดภาวะ Stagflation และยังต้องติดตามเส้นตาย 48 ชม.ของสหรัฐที่ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะถูกโจมตีแหล่งผลิตไฟฟ้า ส่วนปัจจัยในประเทศรอการประกาศรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ที่คาดจะเข้าบริหารราชการได้ก่อนช่วงสงกรานต์ และวันพรุ่งนี้ติดตามตัวเลขส่งออกไทย ก.พ. คาด +14.5% YoY
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,400 – 1,410 แนวต้าน 1,440 คาดดัชนีมีโอกาสปรับลดลงตามดัชนีภูมิภาค หลังสหรัฐขีดเส้นตาย 48 ชม.ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะถูกสหรัฐโจมตีแหล่งผลิตไฟฟ้า แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB,KTB,GULF,CPF,CPAXT/เก็งกำไรพลังงานทางเลือก เช่น BCPG,BBGI,GUNKUL,BANPU และกลุ่มปิโตรเคมี เช่น PTTGC,IVL,IRPC
- BCPG* (ซื้อ / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 10.30 บาท) รายงานกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 728 ล้านบาท +16%QoQ, +344%YoY หนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของโรงไฟฟ้า Monsoon เข้ามาเต็มไตรมาส รวมถึงเป็นช่วง high season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม ช่วยชดเชยกลุ่มโรงไฟฟ้า Hydro ในลาวและโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ ที่เข้าช่วง low season ไปได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 68 อยู่ที่ 855 ล้านบาท -53%YoY ส่วน outlook ในงวด 1Q69 คาดกำไรปกติอาจจะชะลอตัว QoQ เพราะจะเป็น low season ของ Wind และ Hydro ในลาว แต่ YoY จะเติบโตขึ้นจากที่ปีก่อนที่ Wind ในลาวยังไม่เริ่มเปิดดำเนินการและโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ มีค่าความพร้อมจ่าย CP ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามการเติบโตของธุรกิจ Data center ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 2 พันล้านบาท +158%YoY และ 2.5 พันล้านบาท +15%YoY ตามลำดับ
- NER* (ซื้อ/ ราคาเป้าหมายIAA Consensus 5.71บาท) เก็งกำไรตาม Sentiment จากราคายางที่ดีขึ้น QoQ โดย ราคายางในปัจจุบันเทียบกับ ณ สิ้นปี 68 อิง SICOM, TSR20 อยู่ที่ 188 cent/kg. +5% / RSS3 อยู่ที่ 246 cent/kg +14% ส่วนการดำเนินงานช่วงปี2569 นี้ ทาง NER ตั้งเป้ารายได้ที่ 3.2 หมื่นลบ. +6%YoY หนุนด้วยราคายางที่ฟื้นตัว ขณะที่ โรงงานใหม่ที่เสร็จปลาย 4Q68 ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 8.7 แสนตัน ทั้งนี้ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของNER* จะอยู่ที่ 1,928 ลบ.(+2%YoY) และ 2,277 ลบ.(+18%YoY) ตามลำดับ มี Dividend Yield สูงที่ 7-10% ต่อปี
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI เม.ย. +$2.18 อยู่ที่ $98.32 / บาร์เรล, Brent พ.ค. +$3.54 อยู่ที่ $112.19/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา Brent +8.8%, WTI -0.4% WoW หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อิสราเอล & อิหร่านโจมตีโครงสร้างด้านพลังงานระหว่างกัน ขณะที่สหรัฐระดมนาวิกโยธินเข้าสู่ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจมีแผนพยายามเข้าควบคุมเกาะ Kharg
Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.-$-30.80 อยู่ที่ $4,574.90 /ออนซ์ ถูกกดดันหลังเฟดยังสัญญาณตึงอัตราดอกเบี้ย และยังไม่แน่ใจต่อภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ซึ่งเป็นผลลบต่อสัญญาทองคำ
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ขายสุทธิ -112.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -97.67 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +20.2 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -34.86 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าตัวอยู่ที่ 32.89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.40 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -1 จุด อยู่ที่ 2,056
(-) BitCoin เช้านี้ -1.54% อยู่ที่ 67,908 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
31 มี.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท.แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
24 มี.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (มี.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (มี.ค.)
25 มี.ค. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
26 มี.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio March 2026: TFM*, BBGI*, TRUE, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th