Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

80

 

ยิ่งสงครามยืด ยิ่งกลัวนโยบายการเงินกลับทิศ


HORIZON MARKET VIEW
• สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 18 มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ พร้อมกับผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง
• ขณะที่ท่าทีของ FED ย้ำว่ายังไม่ลดดอกเบี้ย จนกว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัว และในมุมองของตลาดฯ ยังมีความไม่มั่นใจต่อทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยเช่นกัน สังเกตุจาก BONDYIELD สหรัฐฯ ขยับสูงขึ้น
• ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ใช้นโยบายการเงินที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะถ่วงการเติบโตเศรษฐกิจ โดยถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ STAGFLATION(เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อพุ่งสูง) และอาจเร่งความผันผวนให้กับตลาดหุ้นได


REGION RADAR
• MICRON รายงานรายได้รวมอยู่ที่ $2.38 หมื่นล้าน +196% YOY(สูงกว่าคาด 21%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $12.2 +682% YOY (สูงกว่าคาด 36%) หนุนจากยอดขายชิปหน่วยความจำ DRAM และ NANDที่เติบโตแข็งแกร่งและมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
• TENCENT รายงานรายได้รวมอยู่ที่ 1.94 แสนล้านหยวน +13%YOY (สูงกว่าคาด 0.2%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 6.97 หยวน +18% YOY(ต่ำกว่าคาด 0.5%) หนุนจากรายได้เกม


THAI FOCUS
• วันนี้เตรียมโหวตนายกฯคนใหม่ นำโดย พรรคภูมิใจไทย (191) จับมือพรรคเพื่อไทย (74) และพรรคร่วมอื่นๆ รวมแล้ว 292 เสียง ส่วนฝ่ายค้าน 120 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง โดยไทม์ไลน์การทำงานของรัฐบาลใหม่ (เร็วกว่ากำหนดการเดิม 1-1.5 เดือน)
• อย่างไรก็ตามวานนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:3 รับคำร้องเรื่อง บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ว่าอาจขัดต่อหลักการลงคะแนนลับหรือไม่ โดยให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน 15 วัน ซึ่งอาจรู้ผลคำตัดสินในช่วงต้น-กลาง เม.ย.69


SYNAPSE STRATEGY
• ยิ่งสงครามยืด นักลงทุนยิ่งกังวลเรื่องดอกเบี้ยตึงตัว และการชะลอตัวของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จาก SPREAD BOND YIELDช่วงนี้ ระยะสั้นขึ้นเร็วกว่าระยะยาวเรื่อยๆ ทำรูปแบบ BEARFLATTENING จากเดิมที่ทำรูปแบบ BEAR STEEPENING คือ เชื่อว่าเศรษฐกิจยังร้อนแรง
• MOMENTUM แบบนี้ อาจกดดันตลาดหุ้นปรับฐานได้ แนะหุ้นมีเกราะป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, BANPU, IVL, STA, KTB, BBL,CPAXT, BDMS, KCE, TU


HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นยังอยู่ในโหมดระแวดระวัง
สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 19 มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น หลังอิสราเอลได้ทำการโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในแหล่งเซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ ซึ่งถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลก และมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างอิหร่านและกาตาร์ โดยต่อมาอิหร่านขู่ถล่มแหล่งพลังงานในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และ UAE ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และการกดเงินเฟ้อจะยิ่งยากขึ้น

โดยภาพรวมภาวะสงครามที่เกิดขึ้นและยืดเยื้อถือว่าส่งผลบวกต่อกลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ซึ่งทำให้ราคาปิโตรเลียม และราคาปิโตรเคมีปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องความกังวลด้าน SUPPLY SHORTAGE แต่อย่างไรก็ตามในทางกลับกัน หากสถานการณ์สงครามในครั้งนี้กลับสู่ภาวะปกติก็จะส่งผลให้ผลบวกที่เกิดขึ้นต่อราคาปิโตรเลียม และปิโตรเคมีก่อนหน้านี้ กลับสู่สถานการณ์ปกติอิงปัจจัยพื้นฐาน DEMAND และ SUPPLY ที่แท้จริงดังสรุปในตาราง SENSITIVITY ANALYSIS ผลกระทบต่อมูลค่าพื้นฐานหากมีการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ


ทั้งนี้แม้หากเกิดกรณีสงครามครั้งนี้จบลง แต่คาดราคาปิโตรเลียม และปิโตรเคมีโดยภาพรวมยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นจากปี 2568 ที่ผ่านมา เนื่องความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกที่คาดว่าจะเกิดถี่ขึ้น และมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง


ขณะที่ผลการประชุม FED วานนี้ มีมติให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามคาด โดย FED ย้ำว่ายังไม่ลดดอกเบี้ยจนกว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัว ซึ่ง FED มีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปี2026 เพิ่มขึ้นเป็น 2.7% (จากเดิม 2.4%)พร้อมกับระบุว่าความไม่แน่นอนจากสงครามต่อเงินเฟ้อ ทำให้ยากต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยข้างหน้าขณะที่คาดการณ์ DOT PLOT มองว่า FED จะลดดอกเบี้ยปีนี้อีกแค่1 ครั้ง


สรุป ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ พร้อมกับผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง ขณะที่ท่าทีของ FED ย้ำว่ายังไม่ลดดอกเบี้ย จนกว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัว และในมุมองของตลาดฯ ยังมีความไม่มั่นใจต่อทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยเช่นกัน สังเกตุจากBOND YIELD สหรัฐฯ ขยับสูงขึ้น ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ใช้นโยบายการเงินที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะถ่วงการเติบโตเศรษฐกิจ โดยถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ STAGFLATION (เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อพุ่งสูง) และอาจเร่งความผันผวนให้กับตลาดหุ้นได


REGION RADAR
MICRON ดีกว่าคาดทุกมิติ เตรียมโตต่อในไตรมาสหน้า
บริษัทรายงานรายได้รวมอยู่ที่ $2.38 หมื่นล้าน +196% YOY (สูงกว่าคาด 21%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $12.2+682% YOY (สูงกว่าคาด 36%) หนุนจากยอดขายชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND ที่เติบโตแข็งแกร่งและมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จาก DRAM +207% YOY และรายได้จาก NAND +169%YOY นอกจากนี้ บริษัทได้ให้ GUIDANCE ผลประกอบการไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 ที่สูงกว่าตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดรายได้จะอยู่ที่ระดับ $3.35 หมื่นล้าน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 81% และEPS จะอยู่ที่ราว $19.15 หากราคาปรับตัวลงมองเป็นโอกาสในการเก็งกำไรระยะสั้น MICRON80, SNDK03


TENCENT รายได้จากธุรกิจเกมเติบโตแข็งแกร่ง
บริษัทรายงานรายได้รวมอยู่ที่ 1.94 แสนล้านหยวน +13% YOY (สูงกว่าคาด 0.2%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 6.97หยวน +18% YOY (ต่ำกว่าคาด 0.5%) หนุนจากรายได้เกมที่เติบโต +21% YOY โดยเฉพาะเกมต่างประเทศ+32% YOY อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ FINTECH และรายได้จากโฆษณาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย นอกจากนี้ บริษัทส่งสัญญาณว่าจะลดการซื้อหุ้นคืนเพื่อนำเงินไปสนับสนุนการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้


THAI FOCUS
จับตาอนุทิน นั่งนายกฯ แต่ระวังสะดุดปมบัตรเลือกตั้ง ลุ้น SET อย่าผันผวนหนัก
ภาพการจัดตั้งรัฐบาลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำหลัก จับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมอื่นๆ รวมกันได้เสียงข้างมากที่ 292 โหวต ดันให้
อนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันนี้
• ฝั่งรัฐบาล (292 เสียง): นำโดย ภูมิใจไทย (191), เพื่อไทย (74) และพรรคอื่นๆ
• ฝั่งฝ่ายค้าน/ขั้วอื่น (121 เสียง): นำโดย พรรคประชาชน (120) ชูคุณณัฐพงษ์
• กลุ่มงดออกเสียง (86 เสียง): นำโดย พรรคกล้าธรรม (58), ประชาธิปัตย์ (21)

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ประเทศไทยจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานเร็วกว่าที่คาดไว้1-1.5 เดือน เริ่มที่จัดตั้ง ครม. และนำรายชื่อทูลเกล้าฯ(ต้น เม.ย. 69) ครม. ถวายสัตย์ฯ และแถลงนโยบาย(ปลาย เม.ย. 69)และรัฐบาลใหม่เริ่มบริหารประเทศ(พ.ค.69)


อย่างไรก็ตาม วานนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:3 รับคำร้องเรื่อง บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ว่าอาจขัดต่อหลักการลงคะแนนลับหรือไม่ โดยให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน 15 วัน ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ ประเมินฉากทัศน์(SCENARIO) ไว้ 3 ทาง คือ
• รอด (ไม่ขัด รธน.) โอกาสเกิด 60% : การเลือกตั้งสมบูรณ์ รัฐบาลเดินหน้าตามไทม์ไลน์เดิม(โอกาสดีที่สุด)
• เสี่ยงแต่ไม่ล้ม (ไม่โมฆะ) โอกาสเกิด 20% : ศาลอาจสั่งให้ กกต. แก้ไขระเบียบ แต่ไม่กระทบผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา
• แย่ที่สุด (โมฆะ) โอกาสเกิด 20% : ศาลชี้ว่ากระทบหลักการลงคะแนนลับ ต้องเลือกตั้งใหม่(บางส่วนหรือทั้งประเทศ) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจถูกเลื่อนออกไปทั้งหมด


SYNAPSE STRATEGY
ยิ่งสงครามยืด ยิ่งกลัวนโยบายการเงินกลับทิศ
ยิ่งสงครามยืด นักลงทุนยิ่งกังวลเรื่องดอกเบี้ยตึงตัว และการชะลอตัวของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากSPREAD BOND YIELD ช่วงนี้ ระยะสั้นขึ้นเร็วกว่าระยะยาวเรื่อยๆ ทำรูปแบบ BEAR FLATTENING จากเดิมที่ทำรูปแบบ BEAR STEEPENING คือ เชื่อว่าเศรษฐกิจยังร้อนแรง

และหากอ้างอิงกับเหตการณ์สงครามรัสเซียยูเครนปี 2022 พบว่า SPREAD BOND YIELD สหรัฐ 2 ปีกับ 10 ปีลู่เข้าหากันจนเกิด INVERTED YIELD CURVE ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องเศรษฐกิจขะลอตัวเพิ่มขึ้นในช่วงนั้นพร้อมกับตลาดหุ้นมีความผันผวนและปรับฐานตามมา


เบื้องต้นฝ่ายวิจัยทำการคัดกรองหุ้น หุ้นมีเกราะป้องกัน และผลกระทบ จากเงินเฟ้อขยายตัว หรือ BOND YIELDเร่งขึ้น ดังนี้

MOMENTUM แบบนี้ อาจกดดันตลาดหุ้นปรับฐานได้ กลยุทธ์แนะนำหุ้นมีเกราะป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP,BANPU, IVL, STA, KTB, BBL, CPAXT, BDMS, KCE, TU

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders..

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้