Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

38

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 18 มี.ค.69 ปิด +6.97 จุด อยู่ที่ 1,440.85 จุด มูลค่าการซื้อขาย 56,571 ลบ.ลบ. ต่างขาติขาย 1,572 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 310 ลบ. สถาบันซื้อ 349 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,533 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 1,787 ลบ. โดยมียอดซื้อ SCB,RCL,TFG,BBL,KCE และขาย GULF,ADVANC,IVL,TRUE,KTB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,913 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,SMIC01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 19,123 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 5,250 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,598 ลบ

Market View

  • DJIA -1.63%, S&P500 -1.36%, Nasdaq -1.46% จากแรงขายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค -2.4% และสินค้าฟุ่มเฟือย -2.3% ขณะที่ผลการประชุมเฟดมีมติ 11-1 เสียงคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% ส่วน ปธ.เฟดเผยจากความไม่แน่นอนของภาวะสงครามในตะวันออกกลาง อาจส่งผลให้เงินเฟ้อสหรัฐสูงขึ้น ขณะที่ Dot Plot ยังคงคาดการณ์ลดดอกเบี้ยอย่างละ 1 ครั้งในปีนี้และปีหน้า, คาดการณ์ GDP สหรัฐปีนี้ที่ +2.4% & คาดที่ +2.3%, อัตราว่างงานปีนี้คาดที่ 4.4% และคาดเงินเฟ้อสหรัฐ (US Core PCE) ปีนี้ที่ 2.7% สูงกว่าเดิมคาดที่ 2.5% ส่วนข้อมูล US PPI ก.พ.อยู่ที่ 3.4% สูงกว่าคาดที่ 2.9% YoY สาเหตุมาจากต้นทุนด้านขนส่งที่สูงขึ้น โดยภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น หลังอิหร่านจะตอบโจมตีแหล่งน้ำมัน & ก๊าซในซาอุฯ, UAE และกาตาร์ เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีแหล่ง South Pars
  • Stoxx600 ยุโรป -0.75% จากแรงชายกลุ่มสินค้าอุปโภค -2.7%, บริการสุขภาพ -2% ยังกังวลต่อการโจมตีแหล่งน้ำมัน & ก๊าซระหว่างกันในตะวันออกกลาง ส่งผลให้น้ำมัน Brent วานนี้ +3.83% อยู่ที่ $107.38/บาร์เรล ส่วนค่ำวันนี้ติดตามผลการประชุม ECB คาดจะยังคงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 0% ซึ่ง LSEG ชี้มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ภายในปีนี้ และการประชุม BOE อังกฤษซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75%
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ +2.87% ได้แรงหนุนจากกลุ่มขนส่งทางเรือ, ผลิตภัณฑ์น้ำมัน & ถ่านหิน และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยราคาน้ำมันดิบเริ่มลดลง หลังที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวเผยเรือบรรทุกน้ำมันสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว และสงครามอาจยุติในเร็ว ๆ นี้ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +5.04% ได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics, SK Hynix หลัง CEO ของ Nvidia คาดการณ์ยอดขายชิป Blackwell และ Vera Rubin อาจสูงถึง 1 ลล.ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.32% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทค ฯ และ AI กอปรกับราคาน้ำมันเริ่มลดลง หลังรัฐบาลอิรักและเคอร์ดิสถานบรรลุข้อตกลงส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่อทางตอนเหนือไปยังท่าเรือเจย์ฮานของตุรกี ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามผลการประชุม BOJ คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% และวันศุกร์ ธ.กลางจีนเผย LRP 1 ปี, 5 ปี คาดจะคงไว้ที่ 3.0% และ 3.5% ตามลำดับ
  • SET +0.49% ปริมาณการซื้อขาย 65 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 1,573 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 310 ลบ. สถาบันซื้อ 349 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,534 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA +2.99% ที่ยังได้แรงหนุนจากอุปสงค์ของสินค้าในกลุ่ม Data Center & AI ที่ยังเติบโตได้ดี ส่วนกลุ่มปิโตรเคมี +1.85% นำโดย IVL +4.4% ได้ปัจจัยหนุนจากราคาสเปรด PET +40% WoW กอปรกับรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐ ซึ่งพึ่งพาแหล่งวัตถุดิบจาก Shale oil & gas จีงยังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุน Feed Stock ที่สูงขึ้น  ส่วนหุ้นกลุ่มอาหาร & เกษตรก็มีแรงซื้อเก็งกำไรจากแนวโน้มราคาเนื่อไก่, หมู, ยางพารา, น้ำมันปาล์ม มีโอกาสปรับสูงขึ้นตามต้นทุนด้านพลังงาน และอาจเกิดภาวะอุปทานขาดแคลนในช่วงภัยสงคราม ขณะที่ภาคบ่ายดัชนี SET เริ่มชะลอตัว หลังศาล รธน.มีมติ 6 – 3 รับคำร้องกรณีปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมสั่งให้ กกต.ชี้แจงข้อมูลภายใน 15 วัน ซึ่งคาดศาล รธน.ยังต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายสัปดาห์ในการวินิจฉัยคำร้องดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยลบกดดันภาวะการลงทุนในระยะถัดไป ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ การลงคะแนนโหวตเลือกนายก ฯ รวมถึงรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากน้ำมันดิบที่สูงขึ้น หลังเกิดหตุโจมตีแหล่งน้ำมัน & ก๊าซระหว่างอิหร่านกับกลุ่มชาติอาหรับอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,420 – 1,430 แนวต้าน 1,450 คาดดัชนี SET ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น หลังกิดเหตุการโจมตีแหล่งน้ำมัน & ก๊าซระหว่างกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง บ่งชี้สถานการณ์มีโอกาสยืดเยื้อ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB,KTB,GULF / เก็งกำไรกลุ่มเกษตร CPF, GFPT, BTG,S TA, NER จากแนวโน้มราคาขายมีโอกาสปรับสูงขึ้นตามต้นทุนน้ำ        
  • HANA* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 24.40 บาท)ช่วงสั้นมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วจากการทยอยปรับโครงสร้างลดต้นทุนลดขนาดธุรกิจ แม้ภาพของตัวธุรกิจเดิมยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดโดยเฉพาะโรงงานในจีนและธุรกิจ SiC และก็มีความหวังจากการเซ็นสัญญาร่วมกับ Phononic ที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี Solid State Cooling System คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาใน 2H69 และเติบโตขึ้นในปี 70 สอดคล้องกับความต้องการในอุตสาหกรรม AI Data Center ที่ต้องใช้พลังงานสูงและต้องการระบบ Cooling GPU อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 อยู่ที่ 843 ล้านบาท +26%YoY และ 16 พันล้านบาท +38%YoY
  • BCH (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 20บาท) สำหรับภาพรวมการดำเนินงานปี2569 คาดหวังรายได้ประกันสังคมโรคมีความเสถียรมากขึ้น รวมถึงการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติหากสงครามในตะวันออกกลางไม่รุนแรงยืดเยื้อ โดยเฉพาะการกลับมาของผู้ป่วยคูเวต ส่วนกำไรสุทธิในช่วง 1Q69 นี้ เราคาดว่าจะเห็นการ +QoQ ได้แม้มีปัจจัยกดดันตามฤดูกาลหลัง 4Q68 มีแรงกดดันจากรายการพิเศษและปิดร.พ.ที่อรัญประเทศราว 2 สัปดาห์ ขณะที่ภาพ YoY คาดทรงตัว โดยมีแรงกดดันจากผู้ป่วยไทยเนื่องจากการระบาดของโรคท้องถิ่นน้อยลง YoY แต่พอ Offset ได้ด้วยกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เข้ามารักษาแผลเบาหวานจากตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นปี

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI เม.ย. +$0.11 อยู่ที่ $96.32 / บาร์เรล, Brent พ.ค. +$3.96 อยู่ที่ $107.38/บาร์เรล หลังอิสราเอลโจมตีคลังน้ำมัน & ก๊าซที่แหล่ง South Pars ของอิหร่าน ซึ่ง IRGC เผยจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซามเรฟในซาอุ ฯ , แหล่งก๊าซอัล-ฮัสซันใน UAE และโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันในกาตาร์

 

Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.-$112.0 อยู่ที่ $4,896.20 /ออนซ์ ถูกกดดันหลังเฟดมีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50 – 3.75% กอปรกับ US PPI ก.พ. ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.4% สูงกว่าคาด 2.9% YoY บ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐมีโอกาสสูงขึ้น

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -60.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -49.40 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -11.13 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.272 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +40 จุด อยู่ที่ 2,064

(-) BitCoin เช้านี้ -4.18% อยู่ที่ 70,989 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

18 มี.ค.     ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

ส.อ.ท.แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

18 มี.ค.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)  (ก.พ.)

                US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)  (ก.พ.)

US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

19 มี.ค.     EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

                EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป

US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

                US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC

                US ยอดขายบ้านใหม่(ม.ค.)

                US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio March 2026: TFM*, CRC, GPSC*, PTTEP, KLINIQ

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

               

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders..

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้