วันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังผู้นำคนใหม่ของอิหร่านเผยว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อพร้อมทั้งขู่โจมตีฐานทัพของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนขายลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยแรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ขนส่ง และไอซีที ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,409.35 จุด -20.45 จุด -1.43% มูลค่าการซื้อขาย 60,445 ลบ.(ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี -1.02 จุด -0.07%) Program Trading -5,433.46 ลบ. ต่างชาติ-4,870.02 ลบ. TFEX -19,599 สัญญาตราสารหนี้-6,626.53 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ ามันของรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเลเป็นการชั่วคราว เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงาน
+ สหรัฐฯ เริ่มระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ โดยเตรียมปล่อยน้ำมันดิบ 86 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) รวม 172 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาราคาพลังงานที่พุ่งสูง
+เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 มี.ค.) ที่ประชุมสภาฯ นัดแรก โหวตเลือก "โสภณ ซารัมย์" สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ขั้นตอนต่อไปการกำหนดวันประชุมสภาฯ เพื่อโหวดเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นลำดับต่อไป
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 119.38 จุด หรือ -0.26% โดยตลาดเผชิญแรงกดดันตลอดทั้งสัปดาห์เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวผันผวนรุนแรงส่งผลให้ตลาดหุ้นแกว่งตัว ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินผลกระทบของสงครามในอิหร่านต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.98 ดอลลาร์ หรือ 3.11% ปิดที่ 98.71 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า สุดสัปดาห์นี้อาจ มีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดเกี่ยวกับสถานการณ์สงคราม ซึ่งดำเนินมาแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์
- คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วงสัปดาห์หน้า ประกอบกับรายงานว่าสงครามได้ลุกลามไปยังเลบานอน คูเวต อิรัก สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และโอมาน ทำให้ความหวังริบหรี่ลงในการลดความตึงเครียดและการยุติความขัดแย้งในระยะสั้น
- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ปรับลดตัวเลขการเติบโตของ GDP ไตรมาส 4 ลงอย่างมากซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดโดยรายงานดัชนี PCE)ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ เฟดให้ความสำคัญ แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ข้อมูลอื่น ๆ ชี้ว่า อุปสงค์สินค้าคงทนเริ่มชะลอตัว
- สำนักข่าว AFP รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายครั้งในบางพื้นที่ของนครดูไบ ประเทศสหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในวันนี้ (13 มี.ค.) ส่งผลให้อาคารต่าง ๆ ในดูไบซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของตะวันออกกลางสั่นสะเทือน และมีกลุ่มควันขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นเหนือพื้นที่ตอนกลางของเมือง
- กองกำลังทหารของสหรัฐอเมริกาโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นสถานีส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านแต่เจตนาละเว้นไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะแห่งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ตลท. เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุสงครามสหรัฐ อิสราเอล กับ อิหร่าน นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา จ ซึ่งหากนับเฉพาะ 10 วันทำการในตลาดหุ้นไทยพบว่า ปัญหาดังกล่าวกดดันดัชนีหุ้นปรับลดลงไปแล้ว 118.91 จุด อยู่ที่ดัชนี 1,409.35 จุด จากดัชนีก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ปิดตลาดที่ 1,528.26 จุด
- TDRI ห่วงสงครามทำให้ราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อพุ่ง หวั่นกระทบเศรษฐกิจปี 69 ทรุด 0.2-0.4% เหลือโตแค่ 1.6%
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยตลาดเผชิญแรงกดดันราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวผันผวนรุนแรงขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินผลกระทบของสงครามในอิหร่านต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก คาดกรอบดัชนีในวันนี้ 1,400-1,415 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- Domestic Play+Yield Play : TRUE ADVANC TISCO BBL KBANK
- ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น : BANPU LANNA AGE BBGI PCE SMO